การพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ PHM-TAC เพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง การประยุกต์อนุพันธ์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้รูปแบบ PHM-TAC เรื่อง การประยุกต์อนุพันธ์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 2) เปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ก่อนและหลังเรียน และ 3) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ในพระอุปถัมภ์ฯ จังหวัดภูเก็ต ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 43 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ 4 แผน รวม 14 ชั่วโมง แบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้ปัญหาชนิดอัตนัย แสดงวิธีทำ 3 ข้อ และแบบสอบถามความพึงพอใจ 15 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างสัมพันธ์กัน และการวิเคราะห์เนื้อหา
รายละเอียดผลงาน
ผลการวิจัยพบว่า แผนการจัดการเรียนรู้รูปแบบ PHM-TAC มีโครงสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ 6 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นการทำความเข้าใจปัญหา ขั้นตั้งสมมติฐาน ขั้นการสร้างสูตรทางคณิตศาสตร์ ขั้นการใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหา ขั้นการวิเคราะห์และการประเมินผล ขั้นการสรุปผล มีคุณภาพ และความเหมาะสมรวมจากผู้เชี่ยวชาญอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.90 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.24 และมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ E1/E2 เท่ากับ 78.13/80.78 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่กำหนดไว้หลังเรียนนักเรียนมีความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 24.23 ร้อยละ 80.78 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 2.27 และคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน เท่ากับ 19.30 ร้อยละ 64.34 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 2.43 สำหรับ ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยรวม เท่ากับ 4.46 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.41