คัดลอกลิงก์แล้ว ✓
เผยแพร่ผลงานวิชาการ เผยแพร่แล้ว

การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษา โดยใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม

6 ก.ย. 2565 อ่าน 22 ครั้ง ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
ชื่องานวิจัย       การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษา โดยใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม ผู้วิจัย              ว่าที่ร้อยตรีสุภฌา  สุวรรณบุตร พิมพ์              พ.ศ. 2561 บทคัดย่อ                     การวิจัยเรื่อง การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษาโดยใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม โดยมีจุดมุ่งหมายการวิจัย คือ 1) เพื่อศึกษาปัญหาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษา  2)  เพื่อพัฒนาสภาพ แวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษา  3) เพื่อศึกษาผลการพัฒนาสภาพ แวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูและผู้บริหาร 33 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 คน นักเรียน 459 คน ผู้ปกครองนักเรียน 459 คน บุคลากรเครือข่ายครู 18 คน ตัวแปรในการศึกษาครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) ตัวแปรต้น คือ การพัฒนาสภาพแวดล้อม ตัวแปรตาม คือ 1) ผลการประเมินคุณ
รายละเอียดผลงาน
ชื่องานวิจัย       การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษา โดยใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม
ผู้วิจัย              ว่าที่ร้อยตรีสุภฌา  สุวรรณบุตร
พิมพ์              พ.ศ. 2561
 
<strong>บทคัดย่อ</strong>
&nbsp;
                    การวิจัยเรื่อง การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษาโดยใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม โดยมีจุดมุ่งหมายการวิจัย คือ 1) เพื่อศึกษาปัญหาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษา  2)  เพื่อพัฒนาสภาพ แวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษา  3) เพื่อศึกษาผลการพัฒนาสภาพ แวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูและผู้บริหาร 33 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 คน นักเรียน 459 คน ผู้ปกครองนักเรียน 459 คน บุคลากรเครือข่ายครู 18 คน ตัวแปรในการศึกษาครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) ตัวแปรต้น คือ การพัฒนาสภาพแวดล้อม ตัวแปรตาม คือ 1) ผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา ตามมาตรฐานการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3 มาตรฐาน 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์  4)สมรรถนะที่สำคัญตามหลักสูตร  5) การด้าน การเขียน และการคิดวิเคราะห์  6) ประสิทธิภาพการพัฒนา ได้แก่ ผลที่ปรากฏต่อนักเรียน ครู ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้ปกครอง  7) ความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้ คือ การศึกษาวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม และแบบประเมิน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test
<strong>                    ผลการวิจัยพบว่า</strong>
<ol>
<li>ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษาโดยใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม  คือ 1) องค์คณะบุคคลเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมเพื่อปรับภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมของโรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษาที่มีการแต่งตั้งประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา รองผู้อำนวยการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มบริหารทั่วไป หัวหน้างานอาคารสถานที่ครูและบุคลากร นักเรียนและที่ไม่มีการแต่งตั้ง ประกอบด้วย เครือข่ายผู้ปกครองนักเรียน ผู้แทนชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอหนองแสง  2) การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมเพื่อปรับภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมของโรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษา ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก 3)  ผลการประชุมกลุ่มย่อย ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีรูปแบบของคณะกรรมการอย่างชัดเจน มีการระบุโครงสร้างการบริหาร ระบุหน้าที่ในการดำเนินงานที่ชัดเจน และมีวาระที่แน่นอน  4)  กระบวนการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมเพื่อปรับภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมของโรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษา มีการระบุหน้าที่ที่ชัดเจน</li>
<li>ผลการสร้างรูปแบบการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษาโดยใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม โดยรูปแบบมี (1) องค์ประกอบคณะกรรมการที่ปรึกษา จำนวน 9 คน  (2) องค์ประกอบของคณะกรรมการดำเนินงาน มี 30 คน (3) ขอบข่ายกิจกรรมเพื่อปรับภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมในโรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษา อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี ประกอบด้วยกิจกรรม 16 กิจกรรมเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน (4) กระบวนการการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษาโดยใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม และมีคู่มือประกอบการการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษาโดยใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม</li>
<li>ผลการทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้โรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษาโดยใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม พบว่า หลังการใช้รูปแบบ ในภาพรวม มีคะแนนสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานการประเมิน อยู่ในระดับคุณภาพดีมาก ( = 3.70)  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05</li>
<li>  ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมเพื่อปรับภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมในโรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษา พบว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้น ส่งผลให้โรงเรียนมีผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา ปีการศึกษา 2561สูงกว่าค่าเป้าหมายและเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2561 ทั้ง 3 มาตรฐาน ได้แก้  1)  ด้านคุณภาพผู้เรียน พบว่า ผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ผลการประเมินสมรรถนะสำคัญผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และการเขียน และผลการประเมินความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่ออาชีพ ปีการศึกษา 2562 สูงขึ้นจากปีการศึกษา 2561 ในทุกการประเมิน 2) ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ พบว่า โรงเรียนมีการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ (ร้อยละ 92.60) มากที่สุด รองลงมา คือ การจัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ (ร้อยละ 95.26) และการดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพนักเรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษา (ร้อยละ 93.65) และ 3) ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พบว่า มีการส่งเสริมให้นักเรียนใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้มากที่สุด (ร้อยละ 95.92)  2)  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ปีการศึกษา 2561 มีค่าเฉลี่ยสูงขึ้น คิดเป็นร้อยละ 91.36 3)  ความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อปรับภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมของโรงเรียนหนองแสงวิทยศึกษา อยู่ในระดับมาก (ร้อยละ 94.33)</li>
</ol>

ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น