รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
9 ส.ค. 2563
อ่าน 23 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ชื่อผู้วิจัย นายปรมัตถ์ ไชยชาญ โรงเรียน โรงเรียนเทศบาล 1 (ในระบบสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง) อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ปีที่วิจัย ปีการศึกษา 2560-2561 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มสาระ การเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะกา
รายละเอียดผลงาน
<p><strong>ชื่อเรื่อง รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์</strong><br />
<strong>เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5</strong><br />
<strong>ชื่อผู้วิจัย นายปรมัตถ์ ไชยชาญ</strong><br />
<strong>โรงเรียน โรงเรียนเทศบาล 1 (ในระบบสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง)</strong><br />
<strong>อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ</strong><br />
<strong>ปีที่วิจัย ปีการศึกษา 2560-2561</strong></p>
<p><strong>บทคัดย่อ</strong><br />
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียน<br />
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน<br />
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มสาระ<br />
การเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนเทศบาล 1<br />
(ในระบบสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง) อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ภาคเรียน<br />
ที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 35 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Custer Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) แบบสอบถามผู้บริหาร ครู และนักเรียน<br />
2) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 6 ชุด 3) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 12 แผน 4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความยากง่าย 0.33 - 0.67 ค่าอำนาจจำแนก 0.50 - 0.94 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ .97 5) แบบสอบถามความพึงพอใจ<br />
ของนักเรียน จำนวน 15 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ .95 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่<br />
ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และสถิติการทดสอบค่าที (t-test)<br />
แบบ dependent Samples</p>
<p><strong>ผลการวิจัย พบว่า</strong><br />
จากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลทางการวิจัย สามารถสรุปผลได้ดังนี้<br />
1. ผลจากการศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5<br />
1.1 สภาพการจัดการเรียนรู้ศิลปะในโรงเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของผู้บริหารโรงเรียนส่วนใหญ่มีการส่งเสริมการจัดแหล่งวิทยาการต่าง ๆ ในโรงเรียน ให้สอดคล้องกับสภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คะแนนเฉลี่ย 4.63 อยู่ในระดับดีมาก<br />
1.2 สภาพการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนศิลปะ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยรวมปฏิบัติอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า กำหนดกิจกรรมได้เหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน ปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา คือ เปิดโอกาสให้นักเรียนแสวงหาทางเลือกในการหาคำตอบอย่างหลากหลายอยู่ในระดับมากที่สุด สอนให้นักเรียนสามารถนำศิลปะไปใช้ในชีวิตประจำวันได้<br />
1.3 ปัญหาในการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เป็นปัญหาของครู โดยภาพรวม มีปัญหามาก 3 อันดับมากที่สุด คือ 1) ขาดนวัตกรรมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 2) ครูขาดการพัฒนาเทคนิคการสอนแบบใหม่ๆ 3) โรงเรียนมีกิจกรรมเสริมหลักสูตรมากทำให้มีเวลาสอนไม่เพียงพอ ปัญหาที่เกิดจากนักเรียน โดยภาพรวมมีปัญหาในระดับมาก 3 อันดับมากที่สุด คือ 1) นักเรียนมีพื้นฐานทางการเรียนสาระทัศนศิลป์ต่ำ<br />
2) นักเรียนไม่สนใจและไม่ตั้งใจเรียน และ 3) นักเรียนทำชิ้นงานไม่ได้<br />
1.4 ความต้องการของครูในการแก้ปัญหาการจัดการเรียนรู้ของครูในสาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก จากความถี่ที่ครูเลือก 3 อันดับมากที่สุด คือ<br />
1) ต้องการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้วิชาศิลปะที่ทันสมัย 2) ต้องการพัฒนาการจัดกิจกรรม<br />
การเรียนรู้ในหัวข้อใหม่ ๆ อย่างหลากหลาย โดยเน้นให้สามารถนำไปใช้ได้จริง และ 3) ต้องการสื่อ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ทันสมัย เหมาะสมและเพียงพอ<br />
2. ประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.90/84.67 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80<br />
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า หลังเรียนมีผลสัมฤทธิ์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01<br />
4. ความพึงพอใจของนักเรียนหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด</p>
<strong>เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5</strong><br />
<strong>ชื่อผู้วิจัย นายปรมัตถ์ ไชยชาญ</strong><br />
<strong>โรงเรียน โรงเรียนเทศบาล 1 (ในระบบสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง)</strong><br />
<strong>อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ</strong><br />
<strong>ปีที่วิจัย ปีการศึกษา 2560-2561</strong></p>
<p><strong>บทคัดย่อ</strong><br />
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียน<br />
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน<br />
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มสาระ<br />
การเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนเทศบาล 1<br />
(ในระบบสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง) อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ภาคเรียน<br />
ที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 35 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Custer Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) แบบสอบถามผู้บริหาร ครู และนักเรียน<br />
2) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 6 ชุด 3) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 12 แผน 4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความยากง่าย 0.33 - 0.67 ค่าอำนาจจำแนก 0.50 - 0.94 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ .97 5) แบบสอบถามความพึงพอใจ<br />
ของนักเรียน จำนวน 15 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ .95 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่<br />
ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และสถิติการทดสอบค่าที (t-test)<br />
แบบ dependent Samples</p>
<p><strong>ผลการวิจัย พบว่า</strong><br />
จากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลทางการวิจัย สามารถสรุปผลได้ดังนี้<br />
1. ผลจากการศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5<br />
1.1 สภาพการจัดการเรียนรู้ศิลปะในโรงเรียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของผู้บริหารโรงเรียนส่วนใหญ่มีการส่งเสริมการจัดแหล่งวิทยาการต่าง ๆ ในโรงเรียน ให้สอดคล้องกับสภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คะแนนเฉลี่ย 4.63 อยู่ในระดับดีมาก<br />
1.2 สภาพการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนศิลปะ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยรวมปฏิบัติอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า กำหนดกิจกรรมได้เหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน ปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา คือ เปิดโอกาสให้นักเรียนแสวงหาทางเลือกในการหาคำตอบอย่างหลากหลายอยู่ในระดับมากที่สุด สอนให้นักเรียนสามารถนำศิลปะไปใช้ในชีวิตประจำวันได้<br />
1.3 ปัญหาในการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เป็นปัญหาของครู โดยภาพรวม มีปัญหามาก 3 อันดับมากที่สุด คือ 1) ขาดนวัตกรรมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 2) ครูขาดการพัฒนาเทคนิคการสอนแบบใหม่ๆ 3) โรงเรียนมีกิจกรรมเสริมหลักสูตรมากทำให้มีเวลาสอนไม่เพียงพอ ปัญหาที่เกิดจากนักเรียน โดยภาพรวมมีปัญหาในระดับมาก 3 อันดับมากที่สุด คือ 1) นักเรียนมีพื้นฐานทางการเรียนสาระทัศนศิลป์ต่ำ<br />
2) นักเรียนไม่สนใจและไม่ตั้งใจเรียน และ 3) นักเรียนทำชิ้นงานไม่ได้<br />
1.4 ความต้องการของครูในการแก้ปัญหาการจัดการเรียนรู้ของครูในสาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก จากความถี่ที่ครูเลือก 3 อันดับมากที่สุด คือ<br />
1) ต้องการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้วิชาศิลปะที่ทันสมัย 2) ต้องการพัฒนาการจัดกิจกรรม<br />
การเรียนรู้ในหัวข้อใหม่ ๆ อย่างหลากหลาย โดยเน้นให้สามารถนำไปใช้ได้จริง และ 3) ต้องการสื่อ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ทันสมัย เหมาะสมและเพียงพอ<br />
2. ประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.90/84.67 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80<br />
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า หลังเรียนมีผลสัมฤทธิ์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01<br />
4. ความพึงพอใจของนักเรียนหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ เพื่อส่งเสริมทักษะการปฏิบัติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด</p>
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น