การพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียน กึ่งควบคุมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
4 มี.ค. 2566
อ่าน 20 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียน กึ่งควบคุมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผู้ศึกษา นางสุธาสินี ประจำเมืองครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ ปีที่พิมพ์ 2563 บทคัดย่อ การพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และมีค่าดัชนีประสิทธิผลตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านการเขียนภาษาอังกฤษระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึ
รายละเอียดผลงาน
<span style="font-size: medium">ชื่อเรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียน</span>
<span style="font-size: medium">กึ่งควบคุมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3</span>
<span style="font-size: medium">ผู้ศึกษา นางสุธาสินี ประจำเมืองครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ</span>
<span style="font-size: medium">ปีที่พิมพ์ 2563</span>
<span style="font-size: medium">บทคัดย่อ</span>
<span style="font-size: medium">การพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และมีค่าดัชนีประสิทธิผลตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านการเขียนภาษาอังกฤษระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3ซึ่งผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอนของการวิจัยและพัฒนา (Research and Development)โดยได้แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การพัฒนาและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุมโดยให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน ตรวจสอบความเหมาะสมของแบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุมจากนั้นนำไปหาประสิทธิภาพกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3ที่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 ทั้งแบบรายบุคคล จำนวน 3 คน จากโรงเรียนบ้านเซียมป่าหม้อสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2แบบกลุ่มเล็ก จำนวน 9 คนจากโรงเรียนบ้านเก่า-วิทยานุกุลสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2และแบบภาคสนาม จำนวน 30 คนโรงเรียนชุมชนบ้านแก้งคร้อหนองไผ่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ 1) แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3จำนวน 6 เล่ม2)แบบประเมินคุณภาพของแบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุม จำนวน 1 ฉบับ และ 3)แบบทดสอบวัดความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษจำนวน 1 ฉบับสถิติที่ใช้คือ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานค่าร้อยละ และค่า E1/E2ขั้นตอนที่ 2 การใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุมกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3จำนวน 13 คนซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ได้แก่แบบทดสอบวัดความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษ สถิติที่ใช้คือt-test for dependent Samplesและขั้นตอนที่ 3 การศึกษาความคิดเห็นต่อการใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุม เครื่องมือที่ใช้ได้แก่แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุม ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้คือ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน</span>
<span style="font-size: medium">ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้</span>
<span style="font-size: medium">1. ผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3พบว่า มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ81.67/81.54ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80 และมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.6949 คิดเป็นร้อยละ 69.49</span>
<span style="font-size: medium">2. ผลการใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3พบว่าคะแนนความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</span>
<span style="font-size: medium">3. ผลการศึกษาความคิดเห็นต่อการใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก</span>
<span style="font-size: medium">กึ่งควบคุมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3</span>
<span style="font-size: medium">ผู้ศึกษา นางสุธาสินี ประจำเมืองครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ</span>
<span style="font-size: medium">ปีที่พิมพ์ 2563</span>
<span style="font-size: medium">บทคัดย่อ</span>
<span style="font-size: medium">การพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และมีค่าดัชนีประสิทธิผลตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านการเขียนภาษาอังกฤษระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนภาษาอังกฤษร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3ซึ่งผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอนของการวิจัยและพัฒนา (Research and Development)โดยได้แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การพัฒนาและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุมโดยให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน ตรวจสอบความเหมาะสมของแบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุมจากนั้นนำไปหาประสิทธิภาพกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3ที่ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 ทั้งแบบรายบุคคล จำนวน 3 คน จากโรงเรียนบ้านเซียมป่าหม้อสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2แบบกลุ่มเล็ก จำนวน 9 คนจากโรงเรียนบ้านเก่า-วิทยานุกุลสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2และแบบภาคสนาม จำนวน 30 คนโรงเรียนชุมชนบ้านแก้งคร้อหนองไผ่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ 1) แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3จำนวน 6 เล่ม2)แบบประเมินคุณภาพของแบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุม จำนวน 1 ฉบับ และ 3)แบบทดสอบวัดความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษจำนวน 1 ฉบับสถิติที่ใช้คือ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานค่าร้อยละ และค่า E1/E2ขั้นตอนที่ 2 การใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุมกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3จำนวน 13 คนซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ได้แก่แบบทดสอบวัดความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษ สถิติที่ใช้คือt-test for dependent Samplesและขั้นตอนที่ 3 การศึกษาความคิดเห็นต่อการใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุม เครื่องมือที่ใช้ได้แก่แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุม ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้คือ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน</span>
<span style="font-size: medium">ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้</span>
<span style="font-size: medium">1. ผลการพัฒนาแบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3พบว่า มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ81.67/81.54ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80 และมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.6949 คิดเป็นร้อยละ 69.49</span>
<span style="font-size: medium">2. ผลการใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3พบว่าคะแนนความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</span>
<span style="font-size: medium">3. ผลการศึกษาความคิดเห็นต่อการใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิคการเขียนกึ่งควบคุมสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก</span>
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น