คัดลอกลิงก์แล้ว ✓
เผยแพร่ผลงานวิชาการ เผยแพร่แล้ว

รายงานแบบปฏิบัติที่ดี (Best Practice) การพัฒนาทักษะการเขียนคำพื้นฐานภาษาไทยของเด็กปฐมวัย โดยใช้วิธีการเรียนการสอนแบบเชิงรุก Active Learning ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ปีการศึกษา 2565

27 เม.ย. 2566 อ่าน 28 ครั้ง ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
ชื่อผลงาน                  การพัฒนาทักษะการเขียนคำพื้นฐานภาษาไทยของเด็กปฐมวัย                              โดยใช้วิธีการเรียนการสอนแบบเชิงรุก Active Learning                              ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3   ปีการศึกษา  2565 ชื่อผู้เสนอผลงาน         นางสาวจุฑาทิพญาณี   บุญจิตร                              ตำแหน่ง  ครู  วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ   โรงเรียนวิทยสัมพันธ์                              สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก  เขต 3                              ตำบลห้วยเฮี้ย    อำเภอนครไทย    จังหวัดพิษณุโลก  รหัสไปรษณีย์  65120                              โทรศัพท์ 064-1451561  E-mail : [email protected]                    *********************************************************************************** 1.ที่มาและความสำคัญของผลงาน ปัจจุบันการใช้เทคโนโลยีก้าวไกล อย่างไม่หยุดยั้ง ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ พัฒนาคนให้รู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง ส
รายละเอียดผลงาน
<strong>ชื่อผลงาน</strong>                  การพัฒนาทักษะการเขียนคำพื้นฐานภาษาไทยของเด็กปฐมวัย
                             โดยใช้วิธีการเรียนการสอนแบบเชิงรุก Active Learning
                             ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3   ปีการศึกษา  2565
&nbsp;
<strong>ชื่อผู้เสนอผลงาน</strong>         นางสาวจุฑาทิพญาณี   บุญจิตร
                             ตำแหน่ง  ครู  วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ   โรงเรียนวิทยสัมพันธ์
                             สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก  เขต 3
                             ตำบลห้วยเฮี้ย    อำเภอนครไทย    จังหวัดพิษณุโลก  รหัสไปรษณีย์  65120
                             โทรศัพท์ 064-1451561  E-mail : <a href="mailto:[email protected]">[email protected]</a>
                   ***********************************************************************************
<strong>1.ที่มาและความสำคัญของผลงาน </strong>
ปัจจุบันการใช้เทคโนโลยีก้าวไกล อย่างไม่หยุดยั้ง ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ พัฒนาคนให้รู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง สามารถปรับตัวให้เข้ากับเหตุการณ์ต่างๆ ดำรงชีพ ได้อย่างเป็นปกติสุขในสังคมด้วยจิตใจอันเข้มแข็งมีสติไตร่ตรองเรื่องราวต่างๆ อย่างสุขุมรอบคอบ รัฐบาลได้ตระหนักถึง การพัฒนาคนในประเทศด้วยการจัดการศึกษา การศึกษาเป็นกระบวนการพัฒนาบุคคลให้มีความเจริญงอกงามทุกด้าน คือ สติปัญญา อารมณ์และสังคม ถ้าประเทศใดพลเมืองมีการศึกษาสูงประเทศนั้นก็จะมีกำลังคนที่มีประสิทธิภาพ หากสังคมใดพลเมืองขาดการศึกษาเรียนรู้ สังคมนั้นย่อมประสบปัญหาต่างๆ อันเกิดจากความไม่รู้ การศึกษาเป็นกระบวนการพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่มีคุณภาพมีความ สามารถเต็มตามศักยภาพ มีการพัฒนาที่สมดุลทั้งด้านปัญญา จิตใจ ร่างกาย และสังคม ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของการพัฒนาทั้งปวง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2553 มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักผู้เรียนทุกคน มีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียน มีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ  และแผนการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2) พ.ศ. 2555–2559 ระบุว่า การสร้างสังคมไทยที่พึงประสงค์ให้สำเร็จได้ เครื่องมือที่สำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ คือ “คน” และ “การศึกษา” โดยมุ่งพัฒนาชีวิตให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจและสติปัญญา ความรู้คู่คุณธรรม การศึกษาเป็นการขัดเกลาบุคคลให้ มีความรู้ ความคิดและการกระทำในทางสร้างสรรค์ มีวัฒนธรรมที่ดี ดังนั้น การศึกษาจึงมีความสำคัญมากในการสร้างเสริมพฤติกรรมที่ดีของบุคคล (สำนักงานพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ. 2558 : 14)
ทักษะเด็กปฐมวัยแห่งศตวรรษที่ 21 ที่พัฒนาโดยองค์กรภาคีเพื่อทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่งประกอบด้วย 3 ทักษะ สำคัญ ได้แก่ 1) ทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม (Learning and Innovation Skills) มุ่งเน้นให้เกิดความสามารถในการคิดและการแก้ปัญหาการสื่อสาร การสร้างความร่วมมือ การคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม 2) ทักษะชีวิตและการประกอบอาชีพ (Life and Career Skills) มุ่งเน้นให้มีความสามารถในการยืดหยุ่นและปรับตัวมีเป้าหมายของชีวิตและความมุ่งมั่น เข้าใจสังคมและยอมรับความแตกต่างทางวัฒนธรรม มีศักยภาพการผลิต และยอมรับตรวจสอบมีความเป็นผู้นําและรับผิดชอบ 3) ทักษะด้านข้อมูลสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี (Information, Media and Technology Skills) มุ่งเน้น ให้มีความสามารถในการเข้าถึงสารสนเทศและสื่อต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม สามารถจัดการเชื่อมโยง ประเมินและสร้างสารสนเทศ รวมถึงการประยุกต์ใช้เรื่องจริยธรรมและกฎหมายกับการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศได้ (Toolkit for 21 Century, 2559 : 16)
          การจัดการเรียนรู้เชิงรุก หรือ Active Learning เป็นรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียน โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ และลงมือทำ หัวใจสำคัญของ Active Learning จำเป็นต้องมี 4 องค์ประกอบ ได้แก่ การเรียนรู้ผ่านการคิดขั้นสูง (Thinking Based Learning) เรียนรู้จากการลงมือทำ (Learning by doing) เรียนรู้จากการทำงานร่วมกัน (Cooperative Learning) และเรียนรู้จากการสำรวจค้นหา (Inquiry Based Learning) รูปแบบการเรียนรู้แบบนี้จะสามารถทำให้ผู้เรียนรักษาผลการเรียนรู้ได้อยู่คงทน และเก็บเป็นระบบความจำในระยะยาว การเรียนรู้จะเป็นไปอย่างมีความหมายโดยเกิดจากความร่วมมือกันระหว่างครูและผู้เรียน ส่งผลให้เกิดความรู้ ทักษะ และเจตคติที่ดี อันจะนำไปสู่การเกิดสมรรถนะที่สำคัญตามเป้าหมายของการสอน
ดังนั้นจึงสนใจศึกษาการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการสอนเชิงรุก (Active learning) เรื่องพัฒนาการเขียนคำพื้นฐาน เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนคำพื้นฐานภาษาไทย ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ซึ่งมีความคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยให้นักเรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ พร้อมกับเรียนรู้อย่างสนุกสนาน เรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม แลกเปลี่ยนความรู้ช่วยกันภายในกลุ่ม และเกิดความคงทนในการเรียนรู้วิชาภาษาไทย นำความสามารถที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะส่งผลให้นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของวิชาภาษาไทย และช่วยให้นักเรียนมีคุณสมบัติแห่งบุคคลในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างสมบูรณ์
&nbsp;
&nbsp;
&nbsp;
&nbsp;
<strong>2.จุดประสงค์ และเป้าหมายของการดำเนินงาน </strong>
<strong>          2.1 จุดประสงค์</strong>
<ol>
<li>เพื่อพัฒนาวิธีเรียนรู้แบบใช้การสอนเชิงรุก Active Learning การพัฒนาการเขียนคำพื้นฐานภาษาไทยของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โดยมีเป้าหมายให้นักเรียนทุกคนมีผลการเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด เรื่องพัฒนาการเขียนคำพื้นฐาน</li>
<li>เพื่อยกระดับคะแนนทักษะทางการเรียนของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ให้ดีขึ้นและเป็นแนวทางในการพัฒนาการสอน</li>
</ol>
&nbsp;
<strong>2.2 เป้าหมาย</strong>
<strong>เชิงปริมาณ </strong>นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ร้อยละ 80 มีคะแนนทักษะทางการพัฒนาการเขียนคำพื้นฐานภาษาไทย  การเขียนคำพื้นฐานที่ดีขึ้นและเป็นแนวทางในการพัฒนาการสอน
&nbsp;
<strong>          เชิงคุณภาพ</strong> นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ที่ได้รับการพัฒนาการสอนแบบเชิงรุก Active Learning สามารถทำให้นักเรียนทุกคนเข้าใจเนื้อหากิจกรรมการเรียนรู้ทักษะการเขียนคำพื้นฐาน โดยผู้สอนสามารถอธิบายเนื้อเรื่องในบทเรียนนั้นให้ชัดเจน เพื่อจัดประสบการณ์การเรียนการสอนให้แก่ผู้เรียนจากเรื่องที่ง่ายไปหาเรื่องที่ยากและนักเรียนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเองและสรุปความคิดตนเองได้
<strong> </strong>
<strong>3.ขั้นตอนการดำเนินงาน</strong>
เทคนิคการเรียนรู้แบบ Active Learning ข้างต้น เป็นแนวทางให้ผู้รับการนิเทศนำไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ หรือนำไปเป็นพื้นฐานในการพัฒนาเทคนิคการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยตนเอง ทั้งนี้ผู้รับการนิเทศสามารถพิจารณาว่าเทคนิคการเรียนรู้เหล่านี้สอดคล้องกับแนวคิด การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกหรือไม่นั้น ผู้รับการนิเทศสามารถนำเกณฑ์ประเมินคุณภาพ การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกมาเป็นกรอบในการตรวจสอบความสอดคล้องกับลักษณะสำคัญของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ดังตัวอย่างเช่น




<strong>เทคนิคการเรียนรู้</strong>
<strong>แบบ Active Learning</strong>


<strong>ความสอดคล้องของเทคนิคการเรียนรู้กับเกณฑ์การประเมินคุณภาพการจัดการเรียนรู้เชิงรุก</strong>


<strong>เหตุผล</strong>




การเรียนแบบเชิงรุก ผู้เรียนแบ่งปันและเปรียบเทียบคำตอบของตนเองกับคู่ของตนก่อนที่จะทำการบอกเล่าในชั้นเรียน


สร้างการเรียนรู้ผ่านสถานการณ์ให้คิด ลงมือปฏิบัติเพื่อเรียนรู้ หรือแก้ปัญหาในลักษณะของการเรียนรู้รายบุคคล กลุ่มเล็ก หรือกลุ่มใหญ่ตามสถานการณ์ 


เทคนิคเพื่อนคู่คิด มีกิจกรรม “<strong>แบ่งปันและการเปรียบเทียบคำตอบ</strong>” ซึ่งการเปรียบเทียบคำตอบเป็นทักษะการจำแนกความเหมือนและความแตกต่างซึ่งเป็นสถานการณ์ให้คิด และเป็นกิจกรรมที่ปฏิบัติร่วมกันเพื่อการเรียนรู้




<strong>การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (</strong><strong>Active Learning)</strong> มีลักษณะสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
1) การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ
2) การใช้ทักษะการคิดเชื่อมโยงความรู้เดิมสู่การสร้างความรู้ใหม่
3) การใช้ทักษะการเรียนรู้ ได้แก่ การเขียน การพูด การฟัง การอ่าน และการอภิปรายสะท้อนความคิด เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ โดยลักษณะสำคัญดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการจัดบรรยากาศในการเรียนรู้ที่ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน ได้มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมเพื่อการสืบค้นองค์ความรู้อย่างหลากหลายที่ท้าทายความคิด ซึ่งทำให้เกิดการเรียนรู้ที่มีคุณค่าและสนุนสนาน ตามความถนัดและความสนใจของผู้เรียน โดยเมื่อสังเคราะห์แนวคิดของนักการศึกษาและการบูรณาการในขั้นตอนการจัดการเรียนรู้สามารถกำหนดเป็นเกณฑ์ประเมินการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ดังนี้




<strong>ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้</strong>


<strong>เกณฑ์การประเมินความสามารถในการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก</strong>




<strong>ขั้นที่ 1 </strong>
<strong>กิจกรรมนำสู่การเรียนรู้</strong>


1.1 นำเข้าสู่การเรียนรู้ด้วยการทบทวนความรู้เดิมในรูปแบบของกิจกรรม
     ที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ความรู้ใหม่




&nbsp;


1.2 เปิดโอกาสให้คาดเดาความรู้ใหม่จากฐานความรู้เดิมที่สร้างแรงจูงใจ
     ให้ผู้เรียน




&nbsp;


1.3 กระตุ้นให้เกิดความกระตือรือร้นในการเรียน




<strong>ขั้นที่ 2</strong>
<strong>กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้</strong>


2.1 สร้างการเรียนรู้ผ่านสถานการณ์ให้คิด ลงมือปฏิบัติเพื่อเรียนรู้ หรือ
     แก้ปัญหาในลักษณะของการเรียนรู้รายบุคคล กลุ่มเล็ก หรือกลุ่มใหญ่
     ตามสถานการณ์ 




&nbsp;


2.2 ส่งเสริมให้สรุปองค์ความรู้จากการเรียนรู้




&nbsp;


2.3 มีการแลกเปลี่ยนผลงานการสรุปองค์ความรู้




&nbsp;


2.4 มีกิจกรรมการฝึกปฏิบัติการนำองค์ความรู้ไปใช้




&nbsp;


2.5 ใช้แหล่งเรียนรู้ สื่อ หรือเทคโนโลยีภายใน และภายนอกสถานศึกษา
     ประกอบการเรียนรู้




<strong>ขั้นที่ 3</strong>
<strong>กิจกรรมสรุปรวบยอด</strong>


3.1 สรุปเนื้อหาจากการเรียนรู้ หรือ สะท้อนความคิดจากการเรียนรู้
     หรือทดสอบองค์ความรู้จากการเรียนรู้รายบุคคล




&nbsp;
หลักการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเชิงรุก Active Learning สรุปได้ ดังนี้
<ol>
<li>การระบุปัญหา (Problem)</li>
<li>การกำหนดจุดมุ่งหมาย (Objective)</li>
<li>การศึกษาข้อจำกัดต่างๆ (Constraints)</li>
<li>การประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรม (Innovation)</li>
<li>การทดลองใช้ (Experimentation)</li>
<li>การเผยแพร่ (Dissemination)</li>
</ol>
          การพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเริ่มต้นจากปัญหาที่พบในการสอนจึงรวบรวมปัญหาและสร้างนวัตกรรมการสอนแบบเชิงรุกขึ้นเพื่อนำไปพัฒนาระบบการสอนใหม่ และทดลองใช้นวัตกรรมนำไปปรับปรุงและพัฒนาจนสามารถแก้ไขปัญหาที่พบได้จริง ดังแผนภาพ
การประเมินผลการทำกิจกรรมแบบเชิงรุก Active Learning จากสื่อฯ ดังกล่าวถูกออกแบบมาอย่างครบกระบวนการ ตั้งแต่การวางแผนเพื่อให้เห็นแนวทางการสอน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ตามแนว Active Learning ที่หลากหลาย เหมาะสมกับบริบทของเป้าหมายตามธรรมชาติของวิชาภาษาไทย และเรื่องที่เรียน พร้อมระบุขั้นตอนวิธีการนำไปใช้อย่างละเอียด มาพร้อมตัวอย่างกิจกรรมสมรรถนะย่อยที่ช่วยครูเตรียมผู้เรียนให้พร้อมสำหรับการทำกิจกรรมประเมินสมรรถนะหลัก และเครื่องมือวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่ระบุเฉพาะเป็นรายกิจกรรม ตอบโจทย์ทั้งตัวชี้วัด และสมรรถนะผู้เรียน
ดังนั้นในการจัดการเรียนการสอนแบบเชิงรุก Active Learning จึงเป็นการพัฒนาสื่อการสอนบัญชีคำพื้นฐานภาษาไทย ในรูปแบบที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักเรียนในปัจจุบัน ครูใช้งานง่าย นักเรียนเรียนสนุก เกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ รูปแบบการเรียนรู้ที่กำลังจะเปลี่ยนไปโดยเน้นที่ "กระบวนการเรียนรู้" มากกว่า "เนื้อหาวิชา" และปรับบทบาทของครูให้มาเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้
<strong> </strong>
<strong>ขอบเขตการปฏิบัติ</strong>
<strong>  </strong>        นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนวิทยสัมพันธ์ จำนวน 21 คน
<strong> </strong>
<strong>ระยะเวลา </strong> 
ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2565
ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2565 – 30 มี.ค. 2566 ตามแผนการดำเนินงาน / ระยะเวลาในการดำเนินงาน  




<strong>วิธีการดำเนินงาน</strong>


<strong>ปีการศึกษา 2565</strong>


<strong>หมายเหตุ</strong>




<strong>พ.ค.</strong>


<strong>มิ.ย.</strong>


<strong>ก.ค.</strong>


<strong>ส.ค.</strong>


<strong>ก.ย.</strong>


<strong>ต.ค</strong><strong>.</strong>


<strong>พ.ย</strong>


<strong>ธ.ค.</strong>


<strong>ม.ค.</strong>


<strong>ก.พ.</strong>


<strong>มี.ค.</strong>




1. จัดทำแผนการดำเนินงาน/ขออนุญาตดำเนินงาน


P


&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;




2. ประชุมคณะกรรมการ
ดำเนินงานและมอบหมาย
งานที่รับผิดชอบ


P


P


&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;




3. ดำเนินงาน/กิจกรรม
3.1 ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองและนักเรียนรับทราบ


P


P


P


P


P


P


P


P


P


P


P


&nbsp;




4. กำกับ นิเทศ ติดตามปัญหา/อุปสรรค

 

&nbsp;


&nbsp;


P


P


P


P


P


P


P


P


&nbsp;




5. สรุปผล รายงานผลการดำเนินงาน

 

&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;


&nbsp;


P


P


P


P


P


P


&nbsp;




&nbsp;
<strong>วิธีดำเนินการแผนงาน</strong>
<strong>ตัวแปรที่ศึกษา </strong>
- ตัวแปรต้น ได้แก่ กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การสอนเชิงรุก Active Learning พัฒนาการเรียนรู้ตามสมรรถนะในแผนการจัดการเรียนรู้
- ตัวแปรตาม ได้แก่ คะแนนทักษะทางการเรียนที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น
&nbsp;
<strong>เครื่องมือที่ใช้ในการปฏิบัติ</strong> เครื่องมือที่ใช้ในการปฏิบัติจำแนกตามลักษณะการใช้ดังนี้
<ol>
<li>รูปแบบการเรียนการสอนแบบเชิงรุก Active Learning เรื่องพัฒนาการเขียนคำพื้นฐาน<br />2. แบบบันทึกคะแนนและใบงาน<br />3. สมุดแบบฝึกหัดและใบกิจกรรมของนักเรียน</li>
<li>แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียนและแบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน</li>
</ol>
&nbsp;
<strong>ขั้นตอนดำเนินการปฏิบัติ</strong>
<ol>
<li>จัดเตรียมเอกสารในการทำปฏิบัติเรื่องพัฒนาการเขียนคำพื้นฐาน</li>
<li>ใช้การสอนเชิงรุกพัฒนาการเรียนรู้เรื่องพัฒนาการเขียนคำพื้นฐาน</li>
<li>ตรวจสอบความก้าวหน้าของนักเรียนจากแบบทดสอบ</li>
<li>รวบรวมและสรุปผลการปฏิบัติเป็นตารางและคำบรรยาย</li>
</ol>
&nbsp;
<strong>การเก็บรวบรวมข้อมูล</strong>
<ol>
<li>นำแบบทดสอบวัดคะแนนทักษะทางการเรียนที่ผู้รายงานสร้างขึ้นไปทดสอบกับนักเรียน บันทึกคะแนนเป็นคะแนนก่อนเรียน ครูผู้สอนชี้แจงการเรียนแบบเชิงรุก โดยหลังจากครูสอนในแต่ละครั้งก็จะมอบหมายให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดโดยนักเรียนนั่งทำแบบฝึกหัดระดมสมองช่วยกันคิดหากหัวข้อใดสมาชิกในกลุ่มไม่เข้าใจ ผู้ที่เข้าใจก็จะช่วยกันอธิบายจนเพื่อนเข้าใจ หากสมาชิกในกลุ่มยังไม่เข้าใจก็จะปรึกษาครูผู้สอน</li>
<li>ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใช้สื่อการสอนประกอบการเรียน ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้ศึกษาได้สร้างขึ้น ใช้เวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งหมดจำนวน 8 ชั่วโมง</li>
<li>ครูสังเกตการทำกิจกรรมของกลุ่ม การช่วยกันแก้ปัญหา ความสนใจและความตั้งใจของสมาชิกในกลุ่ม</li>
<li>สังเกตผลการทำแบบฝึกหัดว่าดีขึ้นหรือไม่</li>
<li>สังเกตการประเมินตามสภาพจริงในแต่ละครั้ง</li>
<li>วัดผลการเรียนเมื่อสิ้นบทเรียน</li>
<li>ครูช่วยสรุปการเรียนรู้ทั้งหมดที่นักเรียนปฏิบัติเป็นความคิดรวบยอด</li>
</ol>
<strong> </strong>
<strong>การวิเคราะห์ข้อมูล/สถิติที่ใช้ในการปฏิบัติ</strong>
การเปรียบเทียบคะแนนทักษะการเขียนคำพื้นฐานภาษาไทยของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 เรื่องพัฒนาการเขียนคำพื้นฐานภาษาไทยที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนที่เน้นกระบวนการแก้ปัญหา Active Learning โดยการนำคะแนนของนักเรียนทั้ง 21 คน มาคำนวณหาค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย และนำเสนอข้อมูลโดยใช้ตารางประกอบคำบรรยาย
&nbsp;
&nbsp;
&nbsp;
&nbsp;
<strong>สรุปและอภิปรายผล</strong>
<strong>วิเคราะห์ข้อมูล</strong>
การปฏิบัติครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวิธีการเรียนแบบ Active Learning ของนักเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โดยมีเป้าหมายให้นักเรียนทุกคนมีผลการเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด โดยเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นลำดับ ในลักษณะตารางประกอบคำบรรยายดังนี้
<strong>ตารางที่ 1  </strong>แสดงค่าร้อยละและค่าเฉลี่ยของคะแนนสอบความสามารถในทักษะการเขียนคำพื้นฐานภาษาไทยของเด็กปฐมวัย ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ในชั้นเรียนตลอดงานการปฏิบัตินี้ เรื่องพัฒนาการเขียนคำพื้นฐาน ของนักเรียนก่อนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 จำนวน 21 คน




<strong>การทดสอบ</strong>


<strong>คะแนนเต็ม</strong>


<strong>คะแนนเฉลี่ย ( )</strong>


<strong>ร้อยละของคะแนนที่เพิ่มขึ้น</strong>


<strong>ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน </strong><strong>(S.D.)</strong>




ก่อนเรียน


10


4.72


78.38


2.14




หลังเรียน


10


8.42


1.38




&nbsp;
จากตารางที่ 1 พบว่าคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบก่อนเรียนเท่ากับ 4.72 คะแนน และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 8.42 คะแนน ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน เท่ากับ 3.70 คะแนน และนักเรียนทุกคนมีคะแนนสูงขึ้นกว่าเดิมโดยมีคะแนนความก้าวหน้าเมื่อเทียบระหว่างคะแนนก่อนเรียนกับคะแนนหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 78.38 และมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ลดลง มีการกระจายของข้อมูลที่ดี
          ผลจากการจัดการเรียนการสอนแบบเชิงรุก Active Learning มาใช้ในการเขียนคำพื้นฐานภาษาไทยของเด็กปฐมวัย ผลปรากฎว่า คะแนนเฉลี่ยของการทดสอบก่อนเรียนเท่ากับ 4.72 คะแนน และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 8.42 คะแนน ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน เท่ากับ 3.70 คะแนน และนักเรียนทุกคนมีคะแนนสูงขึ้นกว่าเดิมโดยมีคะแนนความก้าวหน้าเมื่อเทียบระหว่างคะแนนก่อนเรียนกับคะแนนหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 78.38 และมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ลดลง นักเรียนมีคะแนนทักษะทางการเขียนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือกระทำ และได้ใช้กระบวนการคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้กระทำลงไป เป็นการจัดกิจกรรมเรียนรู้ภายใต้สมมติฐาน 2 ประการ คือ 1. การเรียนรู้เป็นความพยายามโดยธรรมชาติของนักเรียน 2. แต่ละคนมีแนวทางในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ความรู้ที่ได้เกิดจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องได้มีโอกาสลงมือกระทำมากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว เกิดการเรียนรู้จากการอ่าน การเขียน การโต้ตอบ และการวิเคราะห์ปัญหา อีกทั้งให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิดขั้นสูง ได้แก่ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่า
จากการศึกษาการสอนพบว่าการสอนโดยวิธีเชิงรุก Active Learning ระหว่างนักเรียนในการเขียนคำพื้นฐานภาษาไทยทำให้คะแนนทักษะทางการเขียนของผู้เรียนมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ หลังการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก มีคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนเรียนและเทียบกับเกณฑ์ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเชิงรุก เป็นกิจกรรมที่ให้โอกาสให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเองตามแนวคิดการสร้างความรู้
นำมาใช้ในการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง กระบวนการเรียนรู้ active learning (แอคทีฟเลินนิ่ง) ยังเป็นการให้ผู้เรียนมีบทบาทในการแสวงหาความรู้และเรียนรู้อย่างมีปฏิสัมพันธ์จนเกิดความรู้ ความเข้าใจนำไปประยุกต์ใช้สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่าหรือ สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ และพัฒนาตนเองเต็มความสามารถ รวมถึงการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เขาได้มีโอกาสร่วมอภิปรายให้มีโอกาสฝึกทักษะการสื่อสาร ทำให้ผลการเรียนรู้เพิ่มขึ้น 70% การนำเสนองานทางวิชาการ เรียนรู้ในสถานการณ์จำลอง ทั้งมีการฝึกปฏิบัติในสภาพจริง มีการเชื่อมโยงกับสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งจะทำให้ผลการเรียนรู้เกิดขึ้นถึง 90% เป็นการเรียนการสอนที่พัฒนาศักยภาพทางสมอง ได้แก่ การคิด การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเขียนคำพื้นฐาน
&nbsp;
&nbsp;
<strong>4.ผลการดำเนินการ ผลสัมฤทธิ์ และประโยชน์ที่ได้รับ</strong>
<ol>
<li>การสอนช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามอัตภาพ นักเรียนแต่ละคนมีความสามารถแตกต่างกัน การให้ผู้เรียนได้ทำชุดฝึกทักษะ Active Learning ที่เหมาะสมกับความสามารถของแต่ละคนใช้เวลาที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะการเรียนรู้ของแต่ละคนจะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้เรียนเกิดกำลังใจในการเรียนรู้ นอกจากนั้นยังเป็นการซ่อมเสริมผู้เรียนที่เรียนไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน</li>
<li>นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้การสอนเชิงรุก Active Learning เป็นสื่อที่ช่วยเสริมบทเรียนหรือหนังสือเรียนหรือคำสอนของครูผู้สอน ชุดฝึกทักษะเชิงรุกที่ครูทำขึ้นเพื่อฝึกทักษะการเรียนนอกเหนือจากความรู้ในหนังสือเรียนหรือบทเรียน</li>
</ol>
<strong> </strong>
<strong> </strong>
<strong>5.ปัจจัยความส</strong><strong>ำเร็จ</strong>
<ol>
<li>ความมุ่งมั่นทุ่มเทของผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา สร้างการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้</li>
<li>ความร่วมมือของนักเรียนทุกคน ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้และจัดระบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอน มีการสร้างองค์ความรู้ การสร้างปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน และร่วมมือกันมากกว่าการแข่งขัน</li>
<li>ผู้เรียนได้เรียนรู้ความรับผิดชอบร่วมกัน การมีวินัยในการทำงาน และการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ</li>
<li>การปฏิบัติงานตามมาตรฐานตำแหน่งครู และมีภาระงานตามที่แผนงานกำหนด ผลการปฏิบัติงาน ด้านการจัดการเรียนรู้ ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ และด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ</li>
</ol>
<strong>ผู้เรียน</strong>            นักเรียนประสบผลสำเร็จในการศึกษา มีความสุขในการเรียนรู้มีผลการเรียนที่ดี
<strong>ครูผู้สอน         </strong>การสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน โดยครูต้องแสดงให้เห็นถึงการปรับประยุกต์ แก้ไขปัญหา ริเริ่ม พัฒนา คิดค้น ปรับเปลี่ยน หรือสร้างการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ข้อตกลงในการพัฒนางานต้องมีความสอดคล้องกับเป้าหมายและบริบทสถานศึกษา
<strong>โรงเรียน          </strong>โรงเรียนสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังและความเข้าใจ ระหว่างนักเรียน ผู้ปกครองและโรงเรียนเพื่อนำไปสู่การพัฒนานโยบายของส่วนราชการและกระทรวงศึกษาธิการ
<strong>ผู้ปกครอง </strong>       ผู้ปกครองให้ความร่วมมือกับโรงเรียนและครูช่วยในการจัดระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ
<strong> </strong>
<strong>6.บทเรียนที่ได้รับ</strong><strong> (Lesson Learned) </strong>
          การบริหารเชิงคุณภาพอย่างเป็นระบบในรูปแบบเชิงรุก Active Learning บุคลากรที่สอนมีหน้าที่และความรับผิดชอบหลักในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ เตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม พัฒนาตนเองและวิชาชีพ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
          ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงานในชีวิตประจำวัน ทำให้ทักคนรู้จักมีหน้าที่และความรับผิดชอบหลักในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ พัฒนาตนเองและวิชาชีพ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย ฝึกฝนทักษะความรู้ความสามารถในเชิงบูรณาการ มีกระบวนการสอนด้วยเทคนิควิธีการสอนอย่างหลากหลาย ฝึกฝนทักษะความรู้ความสามารถในการแก้ปัญหา
&nbsp;
<strong>ข้อเสนอแนะ</strong>
<ol>
<li>การออกแบบกิจกรรมการเขียนควรคำนึงถึงความยากง่ายของเนื้อหาให้เหมาะสมกับผู้เรียน</li>
<li>ควรออกแบบสื่อการเรียนการสอนให้เกิดความน่าสนใจ และเหมาะสมกับธรรมชาติของผู้เรียน</li>
<li>การจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนรูปแบบการเรียนเชิงรุก (Active Learning) สามารถนำไปใช้เพื่อศึกษาและพัฒนาทักษะกระบวนการด้านอื่นๆ นอกเหนือจากพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแล้ว เช่น ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ หรือนำไปใช้เพื่อศึกษาและพัฒนาสมรรถนะทั้ง 5 สมรรถนะได้</li>
<li>ควรมีการสอนให้เกิดทักษะการเรียนในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นเชิงสหวิทยาการ สร้างโอกาสที่จะประยุกต์ทักษะเชิงบูรณาการข้ามสาระเนื้อหา และสร้างระบบการเรียนรู้ที่เน้นสมรรถนะเป็นฐาน</li>
</ol>
&nbsp;
<strong>7.การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ (รางวัลที่ได้รับ</strong><strong>)</strong>
           การปฏิบัติ Active Learning และพัฒนาการบริหารเชิงคุณภาพอย่างเป็นระบบของโรงเรียน มีการเผยแพร่และทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา  ดังนี้
          1.มีการดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน โดยใช้ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับผู้เรียนรายบุคคลและประสานความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียนโดยให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วม ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง เพื่อร่วมพัฒนาผู้เรียน
          2.เผยแพร่ในกลุ่ม Line วิทยะฐานะครูปฐมวัยไทยแลน์
          3.เผยแพร่ทางเว็บไซด์เพื่อการศึกษา  https://www.kruchiangrai.net
<strong> </strong><strong>8.การขยายผลต่อยอด หรือประยุกต์ใช้ผลงาน / นวัตกรรม </strong>
<ol>
<li>การออกแบบกิจกรรมการเขียนควรคำนึงถึงความยากง่ายของเนื้อหาให้เหมาะสมกับผู้เรียน</li>
<li>ควรออกแบบสื่อการเรียนการสอนให้เกิดความน่าสนใจ และเหมาะสมกับธรรมชาติของผู้เรียน</li>
<li>การจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนรูปแบบการเรียนเชิงรุก (Active Learning) สามารถนำไปใช้เพื่อศึกษาและพัฒนาทักษะกระบวนการด้านอื่นๆ นอกเหนือจากพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแล้ว เช่น ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ หรือนำไปใช้เพื่อศึกษาและพัฒนาสมรรถนะทั้ง 5 สมรรถนะได้</li>
<li>ควรมีการสอนให้เกิดทักษะการเรียนในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นเชิงสหวิทยาการ สร้างโอกาสที่จะประยุกต์ทักษะเชิงบูรณาการและสร้างระบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พศ. 2560</li>
</ol>
&nbsp;

ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น