การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
31 ส.ค. 2566
อ่าน 28 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1ผู้วิจัย นงลักษณ์ จูมสีมาหน่วยงาน โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษปีที่พิมพ์ 2565บทคัดย่อการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน และความต้องการที่จำเป็นของ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับการจัด การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2) พัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการจัดการเรียน
รายละเอียดผลงาน
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) <br />เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1<br />ผู้วิจัย นงลักษณ์ จูมสีมา<br />หน่วยงาน โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ<br />ปีที่พิมพ์ 2565<br />บทคัดย่อ<br />การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน และความต้องการที่จำเป็นของ <br />การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับการจัด <br />การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียน <br />ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2) พัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบ<br />สืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เพื่อส่งเสริม<br />ความสามารถในการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัด<br />กิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับการจัด <br />การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียน<br />ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4) ประเมินความพึงพอใจและปรับปรุงรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้<br />ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็น<br />ฐาน (PBL) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยระยะ<br />ที่ 1 เป็นการศึกษาข้อมูลจากการสัมภาษณ์ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์จำนวน 17 คน และ<br />สอบถามความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/5 จำนวน 40 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา<br />2564 ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ <br />ระยะที่ 3 ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียน <br />ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 จำนวน 40 คน ที่กำลังศึกษาภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ได้มาโดย<br />วิธีการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) และระยะที่ 4 ประเมินและปรับปรุงรูปแบบ<br />การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้<br />2) แบบสัมภาษณ์ 3) แบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหา จำนวน 20 ข้อ 4) แบบทดสอบวัด<br />ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 40 ข้อ 5) แบบทดสอบวัดจิตนิสัยทางคณิตศาสตร์ 6) แบบสัมภาษณ์<br />แบบกึ่งโครงสร้างในประเด็นเกี่ยวกับแนวคิดของนักเรียนในการทำแบบทดสอบวัดจิตนิสัยทาง<br />คณิตศาสตร์7) แบบสอบถามความพึงพอใจ จำนวน 20ข้อ และ 8) แบบสอบถามความเหมาะสมของ<br />รูปแบบ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าสถิติค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน<br />ข<br />ผลการวิจัยพบว่า <br />1. สภาพความต้องการและความจำเป็น นักเรียน ครูและผู้เกี่ยวข้องมีความคิดเห็นเกี่ยวกับ<br />การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es ร่วมกับการ<br />จัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียน<br />อยู่ในระดับมากที่สุด<br />2. ผลการพัฒนารูปแบบ แบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ 1) ผลการพัฒนารูปแบบ ประกอบด้วย (1)<br />แนวคิด ทฤษฎีหลักการ (2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ (3) กระบวนการจัดการเรียนรู้(4) ผลที่ผู้เรียน<br />ได้รับจากการเรียนตามรูปแบบ และ (5) ข้อเสนอแนะในการนำรูปแบบไปใช้2) ผลการพัฒนา<br />แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ ด้วยรูปแบบ ที่สร้างขึ้นมีค่าประสิทธิภาพ <br />81.16/80.06 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 80/80<br />3. ผลการทดลองใช้รูปแบบ แบ่งเป็น 1) ค่าประสิทธิภาพของรูปแบบ เท่ากับ 82.17/81.38<br />ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถใน<br />การแก้ปัญหาของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน 2.1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาคณิตศาสตร์<br />เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมี<br />นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2.2) ความสามารถในการแก้ปัญหา รายวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง<br />อัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญ<br />ทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3)จิตนิสัยทางคณิตศาสตร์ของนักเรียน แบ่งเป็น 3.1) การวัดจิตนิสัยทาง<br />คณิตศาสตร์ด้วยแบบทดสอบวัดจิตนิสัยทางคณิตศาสตร์ พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีจิตนิสัยทาง<br />คณิตศาสตร์อยู่ในระดับ 3 ใน 5 ด้าน และระดับ 2 ใน 3 ด้าน 3.2) ผลจากการสัมภาษณ์ในด้านที่ 1 <br />และด้านที่ 7 พบว่า มีความสอดคล้องกับแบบทดสอบในกลุ่มนักเรียนที่อยู่ในระดับ 3 แต่นักเรียนที่อยู่<br />ในระดับ 2 จากแบบทดสอบเมื่อทำการสัมภาษณ์พบว่า นักเรียนอยู่ในระดับ 3<br />4. ผลการประเมินและปรับปรุงรูปแบบ แบ่งเป็น 1) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบ<br />พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก และ 2) ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ พบว่า โดยรวมอยู่<br />ในระดับมากที่สุด<br />การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้หลังจากได้ทำการทดลองใช้แผนการจัดการเรียนรู้แล้ว <br />ได้พบข้อควรปรับปรุงของแผนการจัดการเรียนรู้ให้มีความเหมาะสมในการนำไปใช้ในการจัดกิจกรรม<br />การเรียนในครั้งต่อไป ในแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14-16 บทประยุกต์ต้องมีสื่อการเรียนรู้ที่เป็นสื่อ<br />ดิจิทัล เทคโนโลยีให้เห็นเพิ่มเข้าไป และการนำเรื่องดังกล่าวเชื่อมโยงในชีวิตประจำวัน และนำเสนอให้<br />นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้มีการปรับใบกิจกรรม ใบงานและแบบทดสอบท้ายแผนแต่ละแผนให้กระชับ<br />และไม่มากจนเกินไป
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น