การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียน ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร
2 ก.พ. 2567
อ่าน 35 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียน ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร ผู้วิจัย ชมพูนุช มาโยธา ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการ ปีที่ทำวิจัย 2566 บทคัดย่อ การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร ดำเนินการวิจัย 3 ขั้นตอน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้ และแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร 3) เพื่อประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โ
รายละเอียดผลงาน
<strong>ชื่อเรื่อง </strong> การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียน
ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร
<strong>ผู้วิจัย </strong> ชมพูนุช มาโยธา
<strong>ตำแหน่ง </strong>รองผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการ
<strong>ปีที่ทำวิจัย </strong> 2566
<strong>บทคัดย่อ</strong>
การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร ดำเนินการวิจัย 3 ขั้นตอน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้ และแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร 3) เพื่อประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารและครูโรงเรียน วัดสโมสร จำนวน 40 คน เลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) โดยเลือกจาก ผู้อำนวยการสถานศึกษา 1 คน ครูผู้สอนระดับชั้นปฐมวัย 5 คน ครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษา จำนวน 26 คน และ ครูผู้สอนระดับชั้นมัธยมศึกษา จำนวน 8 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบประเมินการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและคู่มือการใช้รูปแบบ ดำเนินการทดลอง จำนวน 30 ชั่วโมง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
สรุปผลการวิจัย พบว่า
1) สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก ( =4.26, S.D.=.52) และแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก คือ การเรียนรู้ร่วมกันผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพในการพัฒนาครูให้ทำงานร่วมกันด้วยกระบวนการของการศึกษาชั้นเรียนร่วมกัน 2) ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ซึ่งประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการของรูปแบบ วัตถุประสงค์ของรูปแบบ เนื้อหาของรูปแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ และการวัดและประเมินผล โดยกระบวนการจัดการเรียนรู้ มี 5 ขั้น ได้แก่ ขั้น 1 รวมพลังสร้างความเข้มแข็งของทีม ขั้น 2 พัฒนางานแบบมีส่วนร่วม ขั้น 3 การจัดการเรียนรู้สู่การปฏิบัติจริง ขั้น 4 สะท้อนคิดและแลกเปลี่ยน ขั้น 5 การวิจัยเชิงปฏิบัติการ การตรวจสอบรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า ความเหมาะสมของรูปแบบภาพรวมอยู่ในระดับมาก 3) ผลการนำไปใช้ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 40 คน พบว่า การจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร มากกว่าเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด ร้อยละ 70.0 (3.50 คะแนนขึ้นไป) เท่ากับ 4.22 คะแนน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และผลการประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร พบว่า การประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.28, S.D. = .48)
ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร
<strong>ผู้วิจัย </strong> ชมพูนุช มาโยธา
<strong>ตำแหน่ง </strong>รองผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการ
<strong>ปีที่ทำวิจัย </strong> 2566
<strong>บทคัดย่อ</strong>
การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร ดำเนินการวิจัย 3 ขั้นตอน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้ และแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร 3) เพื่อประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารและครูโรงเรียน วัดสโมสร จำนวน 40 คน เลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) โดยเลือกจาก ผู้อำนวยการสถานศึกษา 1 คน ครูผู้สอนระดับชั้นปฐมวัย 5 คน ครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษา จำนวน 26 คน และ ครูผู้สอนระดับชั้นมัธยมศึกษา จำนวน 8 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบประเมินการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและคู่มือการใช้รูปแบบ ดำเนินการทดลอง จำนวน 30 ชั่วโมง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
สรุปผลการวิจัย พบว่า
1) สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก ( =4.26, S.D.=.52) และแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก คือ การเรียนรู้ร่วมกันผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพในการพัฒนาครูให้ทำงานร่วมกันด้วยกระบวนการของการศึกษาชั้นเรียนร่วมกัน 2) ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ซึ่งประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการของรูปแบบ วัตถุประสงค์ของรูปแบบ เนื้อหาของรูปแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ และการวัดและประเมินผล โดยกระบวนการจัดการเรียนรู้ มี 5 ขั้น ได้แก่ ขั้น 1 รวมพลังสร้างความเข้มแข็งของทีม ขั้น 2 พัฒนางานแบบมีส่วนร่วม ขั้น 3 การจัดการเรียนรู้สู่การปฏิบัติจริง ขั้น 4 สะท้อนคิดและแลกเปลี่ยน ขั้น 5 การวิจัยเชิงปฏิบัติการ การตรวจสอบรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า ความเหมาะสมของรูปแบบภาพรวมอยู่ในระดับมาก 3) ผลการนำไปใช้ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 40 คน พบว่า การจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร มากกว่าเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด ร้อยละ 70.0 (3.50 คะแนนขึ้นไป) เท่ากับ 4.22 คะแนน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และผลการประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร พบว่า การประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้วิธีการศึกษาชั้นเรียนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูโรงเรียนวัดสโมสร ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.28, S.D. = .48)
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น