คัดลอกลิงก์แล้ว ✓
เผยแพร่ผลงานวิชาการ เผยแพร่แล้ว

รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ของโรงเรียนเทศบาลขามใหญ่บ้านหนองไผ่

24 ส.ค. 2563 อ่าน 41 ครั้ง ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
บทคัดย่อการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากรอบแนวคิด และทฤษฎีเกี่ยวกับรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ 2) ศึกษาสภาพปัจจุบัน และสภาพที่พึงประสงค์ของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ และ3) พัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ด้วยวิธีการวิจัยแบบผสม โดยมีแหล่งข้อมูลและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องผู้ทรงคุณวุฒิในด้านที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาการวิจัย และผู้บริหาร ครุและบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนในสังกัดเทศบาลตำบลขามใหญ่ และสังกัดเทศบาลนครอุบลราชธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ที่ได้จากการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 144 คน เครื่องมือวิจัยที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมินกรอบแนวคิดในการวิจัยแบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ และแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหาร การวิเคราะห์ข้อมูลแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ การว
รายละเอียดผลงาน
บทคัดย่อ<br />การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากรอบแนวคิด และทฤษฎีเกี่ยวกับรูปแบบการบริหาร<br />สถานศึกษาเพื่อส่งเสริมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ 2) ศึกษาสภาพปัจจุบัน และสภาพที่พึง<br />ประสงค์ของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ และ<br />3) พัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ด้วยวิธีการ<br />วิจัยแบบผสม โดยมีแหล่งข้อมูลและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง<br />ผู้ทรงคุณวุฒิในด้านที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาการวิจัย และผู้บริหาร ครุและบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนใน<br />สังกัดเทศบาลตำบลขามใหญ่ และสังกัดเทศบาลนครอุบลราชธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ที่ได้<br />จากการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 144 คน เครื่องมือวิจัยที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมินกรอบแนวคิดในการวิจัย<br />แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ และแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้<br />ของรูปแบบการบริหาร การวิเคราะห์ข้อมูลแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ การวิเคราะห์เนื้อหา การ<br />วิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐาน คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความต้องการ<br />จำเป็นโดยใช้การวิเคราะห์Modified Priority Needs Index (PNIModified)<br />ผลการวิจัยพบว่า<br />1. กรอบแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมการสร้างชุมชน<br />แห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ประกอบด้วย 1) รูปแบบการบริหารโรงเรียน 6 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบการ<br />บริหารแบบทางการ รูปแบบการบริหารแบบผู้ร่วมงาน รูปแบบการบริหารแบบการเมือง รูปแบบการ<br />บริหารแบบอัตวิสัย รูปแบบการบริหารแบบกำกวม และรูปแบบการบริหารแบบวัฒนธรรม โดยใช้<br />องค์ประกอบในการจำแนกรูปแบบ คือ ระดับของการกำหนดเป้าประสงค์ กระบวนการกำหนด<br />เป้าประสงค์ ความสัมพันธ์ระหว่างเป้าประสงค์กับการตัดสินใจ ธรรมชาติของกระบวนการตัดสินใจ<br />ธรรมชาติของโครงสร้าง การเชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมภายนอก แบบของภาวะผู้นำ และรูปแบบภาวะ<br />ผู้นำที่เกี่ยวข้อง 2) การเสริมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ 6 ขั้นตอน คือ การสนับสนุนและ<br />แลกเปลี่ยนภาวะผู้นำ การสนับสนุนปัจจัยแวดล้อม การกำหนดและแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ พันธกิจ<br />เป้าหมายในการปฏิบัติงานร่วมกัน การปฏิบัติงานแบบร่วมมือ การปฏิบัติที่มุ่งผลลัพธ์เพื่อการเรียนรู้ของ<br />นักเรียนและครู และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสะท้อนวิธีการปฏิบัติ 3) การวิจัยในชั้นเรียน (CAR ) ได้แก่<br />การวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล การประเมินเพื่อพัฒนาแผนจัดการเรียนรู้ กรณีศึกษานักเรียนที่มี<br />ปัญหา และการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน<br />2. สภาพปัจจุบันเป็นรูปแบบการบริหารแบบผู้ร่วมงาน (f=137) ที่มีค่าความถี่ของสภาพ<br />ปัจจุบันสูงที่สุด รองลงมาคือ รูปแบบการบริหารแบบทางการ (f=69) รูปแบบการบริหารแบบ<br />วัฒนธรรม (f=69) เท่ากัน รูปแบบการบริหารแบบการเมือง (f=41) รูปแบบการบริหารแบบอัตวิสัย <br />(f=12) และรูปแบบการบริหารแบบกำกวม (f=6) ตามลำดับ สภาพที่พึงประสงค์เป็นรูปแบบการบริหาร<br />แบบผู้ร่วมงาน (f = 128) ที่มีค่าความถี่ของสภาพที่พึงประสงค์สูงที่สุด รองลงมาคือ รูปแบบการบริหาร<br />แบบวัฒนธรรม (f = 84) รูปแบบการบริหารแบบทางการ (f = 65) รูปแบบการบริหารแบบการเมือง (f =<br />28) รูปแบบการบริหารแบบอัตวิสัย (f = 6)และรูปแบบการบริหารแบบกำกวม (f = 4) ตามลำดับ<br />3. รูปแบบการบริหารที่พัฒนาขึ้นมีชื่อว่า “รูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่สอดคล้องกับ<br />วัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้านการวิจัยในชั้นเรียน เป็นการบูรณาการ<br />รูปแบบการบริหารแบบกำกวมและแบบวัฒนธรรม” ซึ่งมีส่วนประกอบที่สำคัญ 7 ส่วน ได้แก่ 1) ชื่อ<br />รูปแบบ 2) หลักการ และความสำคัญ 3) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 4) องค์ประกอบของรูปแบบ 8<br />องค์ประกอบ คือ การกำหนดเป้าประสงค์ การแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมาย การ<br />แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการปฏิบัติ การสนับสนุนปัจจัยแวดล้อม โครงสร้างการมีปฏิสัมพันธ์ การเชื่อมโยงกับ<br />สภาพแวดล้อม แบบของผู้นำ และแบบของภาวะผู้นำที่เกี่ยวข้อง 5) แผนภาพของรูปแบบและการนำไปใช้<br />6) ปัจจัยความสำเร็จ และ 7) ประโยชน์ที่ได้รับ

ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น