การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
2 พ.ย. 2563
อ่าน 22 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
ชื่อวิจัย การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผู้วิจัย สายใจ วรดี ตำแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาลวัดมเหยงคณ์ ปีการศึกษา 2560 บทคัดย่อ การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (2) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 ของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภา
รายละเอียดผลงาน
<strong>ชื่อวิจัย </strong> การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11
<strong> </strong>กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
<strong>ผู้วิจัย</strong> สายใจ วรดี ตำแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรียนเทศบาลวัดมเหยงคณ์
<strong>ปีการศึกษา</strong> 2560
<strong>บทคัดย่อ</strong>
<strong> </strong>
การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (2) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 ของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ (4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนเทศบาลวัดมเหยงคณ์ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ปีการศึกษา 2560 จำนวน 50 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ (1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ (3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย () ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และค่าทีแบบไม่อิสระจากกัน (t – test Dependent) ผลการวิจัยพบว่า
<ol>
<li>แผนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.86, D. = 0.14)</li>
<li>ดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าเท่ากับ 0.8359 หมายความว่า การจัดการเรียนรู้ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ทำให้นักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 83.59</li>
<li>ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สูงกว่า ก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01</li>
<li>ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.56, D. = 0.16)</li>
</ol>
<strong> </strong>กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
<strong>ผู้วิจัย</strong> สายใจ วรดี ตำแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรียนเทศบาลวัดมเหยงคณ์
<strong>ปีการศึกษา</strong> 2560
<strong>บทคัดย่อ</strong>
<strong> </strong>
การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (2) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 ของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ (4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนเทศบาลวัดมเหยงคณ์ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ปีการศึกษา 2560 จำนวน 50 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ (1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ (3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย () ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และค่าทีแบบไม่อิสระจากกัน (t – test Dependent) ผลการวิจัยพบว่า
<ol>
<li>แผนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.86, D. = 0.14)</li>
<li>ดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าเท่ากับ 0.8359 หมายความว่า การจัดการเรียนรู้ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ทำให้นักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 83.59</li>
<li>ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สูงกว่า ก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01</li>
<li>ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เรื่อง การแต่งกาพย์ยานี 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.56, D. = 0.16)</li>
</ol>
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น