STORY-Driven Model: นวัตกรรมยกระดับสมรรถนะการสื่อสารสร้างสรรค์และทักษะดิจิทัล เพื่อการสร้างอาชีพและรายได้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา
6 พ.ค. 2569
อ่าน 115 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
STORY-Driven Model: นวัตกรรมยกระดับสมรรถนะการสื่อสารสร้างสรรค์และทักษะดิจิทัล เพื่อการสร้างอาชีพและรายได้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อ (๑) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสมรรถนะการสื่อสารสร้างสรรค์ (Creative Communication) และการกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมของนักเรียนระดับประถมศึกษา (๒) พัฒนาทักษะการเป็นผู้สร้างสรรค์สื่อดิจิทัล (Junior Content Creator) และ (๓) ส่งเสริมการเชื่อมโยงการเรียนรู้สู่ทักษะอาชีพและการสร้างรายได้ระหว่างเรียน โดยใช้รูปแบบ STORY-Driven Model ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้เชิงระบบที่บูรณาการแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ (Competency-Based Learning) และวงจรคุณภาพ PDCA
รายละเอียดผลงาน
กลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนระดับประถมศึกษาโรงเรียนบ้านร้อยไร่ อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต2 ได้ดำเนินการตามขั้นตอน STORY ได้แก่
S (Scanning) การวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล, T (Training) การพัฒนาทักษะ, O (Operating) การลงมือปฏิบัติจริง, R (Refining) การสะท้อนผลและปรับปรุง และ Y (Yielding) การเผยแพร่และต่อยอดผลลัพธ์ เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแบบประเมินสมรรถนะด้านการสื่อสารและการผลิตสื่อ แบบสังเกตพฤติกรรม และการวิเคราะห์ผลงาน (Performance Assessment)
ผลการดำเนินงานพบว่า นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ มีสมรรถนะด้านการสื่อสารและการผลิตสื่อสร้างสรรค์อยู่ในระดับ “ดีมาก” โดยมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ ๔.๔๘ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ ๐.๔๙ นอกจากนี้ ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านบุคลิกภาพ ความมั่นใจ และความฉลาดทางอารมณ์ในการสื่อสาร สามารถใช้ภาษาที่เหมาะสมกับบริบท และทำงานเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรืออาชีพในชุมชน ซึ่งก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มและโอกาสในการสร้างรายได้ระหว่างเรียน
ในระดับสถานศึกษา พบว่าโรงเรียนสามารถพัฒนาคลังสื่อดิจิทัลที่เป็นผลงานของนักเรียนได้อย่างเป็นระบบ และได้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ประหยัดงบประมาณ แต่มีประสิทธิผลเชิงประจักษ์ สามารถขยายผลเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่มีบริบทใกล้เคียงกันได้
สรุปได้ว่า STORY-Driven Model เป็นนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการสื่อสาร การใช้เทคโนโลยี และทักษะอาชีพ โดยมีความสอดคล้องกับเป้าหมายการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทอื่นได้อย่างเหมาะสม
S (Scanning) การวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล, T (Training) การพัฒนาทักษะ, O (Operating) การลงมือปฏิบัติจริง, R (Refining) การสะท้อนผลและปรับปรุง และ Y (Yielding) การเผยแพร่และต่อยอดผลลัพธ์ เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแบบประเมินสมรรถนะด้านการสื่อสารและการผลิตสื่อ แบบสังเกตพฤติกรรม และการวิเคราะห์ผลงาน (Performance Assessment)
ผลการดำเนินงานพบว่า นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ มีสมรรถนะด้านการสื่อสารและการผลิตสื่อสร้างสรรค์อยู่ในระดับ “ดีมาก” โดยมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ ๔.๔๘ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ ๐.๔๙ นอกจากนี้ ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านบุคลิกภาพ ความมั่นใจ และความฉลาดทางอารมณ์ในการสื่อสาร สามารถใช้ภาษาที่เหมาะสมกับบริบท และทำงานเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรืออาชีพในชุมชน ซึ่งก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มและโอกาสในการสร้างรายได้ระหว่างเรียน
ในระดับสถานศึกษา พบว่าโรงเรียนสามารถพัฒนาคลังสื่อดิจิทัลที่เป็นผลงานของนักเรียนได้อย่างเป็นระบบ และได้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ประหยัดงบประมาณ แต่มีประสิทธิผลเชิงประจักษ์ สามารถขยายผลเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่มีบริบทใกล้เคียงกันได้
สรุปได้ว่า STORY-Driven Model เป็นนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการสื่อสาร การใช้เทคโนโลยี และทักษะอาชีพ โดยมีความสอดคล้องกับเป้าหมายการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทอื่นได้อย่างเหมาะสม
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น