คัดลอกลิงก์แล้ว ✓
นวัตกรรมการศึกษา เผยแพร่แล้ว

NH CARE to CAREER : นวัตกรรมระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนสู่การพัฒนาทักษะอาชีพและการพึ่งตนเอง

9 ก.ค. 2569 อ่าน 8 ครั้ง ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
พัฒนานวัตกรรม “NH CARE to CAREER : นวัตกรรมระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนสู่การพัฒนาทักษะอาชีพและการพึ่งตนเอง” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อเพิ่มโอกาสและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับนักเรียนทุกกลุ่มเป้าหมายผ่านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 2. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพตามความสนใจ ความถนัด และศักยภาพของตนเอง 3. เพื่อสร้างรายได้ระหว่างเรียนและเตรียมความพร้อมสู่การประกอบอาชีพในอนาคต ดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือ ตามแนวปฏิบัติระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 5 ขั้นตอน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อเพิ่มโอกาสและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โดยบูรณาการกระบวนการ NH CARE to CAREER : นวัตกรรมระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนสู่การพัฒนาทักษะอาชีพ ภายใต้วงจรคุณภาพ PDCA (Deming Cycle) เพื่อให้การดูแล ช่วยเหลือ ส่งเสริม และพัฒนาผู้เรียนเป็นไปอย่างเป็นระบบ
รายละเอียดผลงาน
รูปแบบวางแผนดำเนินงาน (Flowchart) การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือของโรงเรียนวัดหนองหอยด้วย NH CARE to CAREER : นวัตกรรมระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนสู่การพัฒนาทักษะอาชีพ ดังนี้
ขั้นการวางแผน (Plan)
ขั้นตอนที่ 1 รู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล
N: Need Assessment ประเมินความต้องการจำเป็น
1. ดำเนินการเยี่ยมบ้านนักเรียน 100% จัดทำข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนรายบุคล ระเบียนสะสมอย่างเป็นระบบ ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
2. ศึกษาข้อมูลนักเรียนรายบุคคลจากแบบประเมินพฤติกรรมเด็ก (SDQ) และฐานข้อมูลระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
3. วิเคราะห์ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ ครอบครัว สุขภาพ ความสามารถ และความสนใจ
4. สำรวจความถนัดและความสนใจด้านอาชีพ
5. วิเคราะห์บริบทของชุมชนและทรัพยากรที่สามารถนำมาใช้พัฒนาทักษะอาชีพ
ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ คือ ข้อมูลเชิงประจักษ์ของนักเรียนแต่ละคน เพื่อนำมาวางแผนช่วยเหลือและออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสม

ขั้นตอนที่ 2 คัดกรองนักเรียน
H: Holistic Support วางแผนช่วยเหลือรายบุคคล
การคัดกรองนักเรียน เป็นการพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวนักเรียน และลงบันทึกข้อมูลผ่านระบบบริหาร เพื่อการจัดกลุ่มนักเรียน นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษารายบุคคลมาวิเคราะห์และจำแนกนักเรียนเป็น 4 กลุ่ม คือ
1. กลุ่มปกติ คือ นักเรียนที่ได้รับการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ตามเกณฑ์การคัดกรอง ของโรงเรียนแล้ว อยู่ในเกณฑ์ของกลุ่มปกติ
2. กลุ่มเสี่ยง คือ นักเรียนที่จัดอยู่ในเกณฑ์ของกลุ่มเสี่ยง ซึ่งยังไม่มีปัญหาใด ๆ ที่ต้อง เร่ง แก้ไขทันที แต่มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นกลุ่มช่วยเหลือได้
3. กลุ่มช่วยเหลือ/กลุ่มปัญหา คือ นักเรียนที่จัดอยู่ ่ในเกณฑ์ของกลุ่มที่ต้องการความ ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด และสำหรับนักเรียนบางคนที่มีมากกว่า 1 ปัญหา ที่ต้องรับการช่วยเหลือ แต่มีบางเรื่องอยู่ในภาวะเสี่ยงก็จัดว่าเป็นกลุ่มช่วยเหลือ
4. กลุ่มพิเศษ คือ นักเรียนที่มีความต้องการจำเป็น มีความสนใจเฉพาะด้าน ที่ต้องการพัฒนา
จากนั้นดำเนินการประชุมร่วมกับครูประจำชั้น ผู้ปกครอง และภาคีเครือข่าย เพื่อกำหนดแนวทางการดูแลช่วยเหลือรายบุคคล (Individual Support Plan) พร้อมทั้งวางแผนให้นักเรียนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพตามศักยภาพ

ขั้นดำเนินงาน (Do)
ขั้นตอนที่ 3 ส่งเสริมนักเรียน (Promotion)
C: Career Club กิจกรรมส่งเสริมทักษะอาชีพ
การส่งเสริมนักเรียน เป็นการสนับสนุนให้นักเรียนทุกคนที่อยู่ในความดูแลของครูประจำชั้นไม่ว่าจะเป็นนักเรียนกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มช่วยเหลือหรือกลุ่มพิเศษ ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น มีความภาคภูมิใจในตนเองในด้าน ต่าง ๆ โรงเรียนได้จัดกิจกรรมโรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามความสนใจและส่งเสริมทักษะอาชีพ สนับสนุนให้นักเรียนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มมีปัญหา หรือกลุ่มความสามารถพิเศษ ให้ได้พัฒนาศักยภาพ มีความภาคภูมิใจในตนเองในด้านต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้เรียนกลุ่มเสี่ยง กลุ่มมีปัญหากลับมาเป็นนักเรียนกลุ่มปกติและมีคุณภาพ สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยได้ดำเนินโครงการและกิจกรรม ดังนี้
1. จัดตั้งชุมนุมตามความสนใจและความถนัดของผู้เรียน
2. กิจกรรมสอนซ่อมเสริมตามความสนใจ
3. กิจกรรมตลาดนัดอาชีพนักเรียน “ศุกร์สิ้นเดือน เพื่อนปล่อยของ”

ขั้นตอนที่ 4 ป้องกันและช่วยเหลือนักเรียน
A: Active Learning & Occupation ดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ
ได้ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะอาชีพที่เหมาะสมกับช่วงวัยของนักเรียนและบริบทของนักเรียน โรงเรียนและชุมชน ได้แก่
1. ระดับอนุบาล ได้จัดกิจกรรมปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ ให้นักเรียนได้เรียนรู้การปลูกผัก การดูแล การบำรุงและทักษะการขาย เป็นกิจกรรมที่นักเรียนสามารถทำได้ นอกจากทักษะการปลูกผักที่ได้ นักเรียนยังมีพัฒนาการด้านร่างกาย ด้านอารมณ์
2. ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3 ได้จัดกิจกรรมการเพาะเห็ดนางฟ้า ให้นักเรียนฝึกทักษะด้านการประกอบอาชีพ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมี ความรู้ ความเข้าใจเรื่องของเห็ดนางฟ้า สามารถดูแล เก็บผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเตรียมจัดจำหน่าย ทำความสะอาดโรงเรือนได้อย่างถูกต้อง โดยสามารถนำความรู้ที่ได้ไปเสริมสร้างรายได้ และเป็นอาชีพเสริมจากการจำหน่ายเห็ดสดหรือแปรรูปเห็ดเป็น ผลิตภัณฑ์ได้ เช่น น้ำพริกเห็ด เห็ดทอด เห็ดสามรส เป็นต้น
3. ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 ได้จัดกิจกรรมทำผ้ามัดย้อมจากสีเปลือกมะพร้าว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ต่อยอดจากการฝึกฝนและฝึกอาชีพโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ จากศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะมูลฝอยชุมชนบ้านหนองเหียง ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน โดยมีการพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์เป็นรูปแบบของทางโรงเรียนเอง โดยมีความเป็นอัตลักษณ์ของตนเอง ไม่ซ้ำใคร นักเรียนฝึกทำจนได้ชิ้นงานที่สวยงาม และสามารถนำมาจำหน่ายได้ ผลิตภัณฑ์ที่นักเรียนได้ทำจำหน่ายได้แก่ เสื้อลายมัดยอมลวดลายต่าง ๆ กระเป๋า หมวก เป็นต้น
4. ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 ได้จัดกิจกรรมการทำถ่านกะลาดับกลิ่น เป็นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาบูรณาการกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือทิ้งในชุมชน โดยนำมาปั้นเป็นรูปตุ๊กตาแกะที่สวยงาม ผลิตจากผลถ่านที่เหลือเศษจากการเผาถ่านกะลาขายในชุมชน โดยการนำผงถ่านเหลือทิ้งมาสร้างมูลค่า สร้างรายได้ ซึ่งสามารถทำเป็นของฝากหรือของชำร่วยหรือใช้ตกแต่งบ้านได้

ซึ่งได้ดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติควบคู่กับการดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยง ติดตามการมาเรียน ช่วยเหลือด้านทุนการศึกษา การให้คำปรึกษา การประสานผู้ปกครองและหน่วยงานภายนอก เพื่อป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา

ขั้นตรวจสอบ (Check)
ขั้นตอนที่ 5 ส่งต่อ (Referral)
R: Resource from Community ใช้ทรัพยากรในชุมชนและภาคเครือข่าย
เป็นการช่วยเหลือนักเรียนโดยที่ครูประจำชั้นอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทันทีก็อาจส่งต่อไปยัง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้ปัญหาของนักเรียนได้รับการช่วยเหลือทันที ซึ่งการส่งต่อ แบ่งเป็น 2 แบบ คือ
1. การส่งต่อภายใน ครูประจำชั้นส่งต่อไปยังครูที่สามารถช่วยเหลือนักเรียนได้ ซึ่งอาจ ขึ้นอยู่กับลักษณะของปัญหา เช่น ครูพยาบาล ครูแนะแนว ครูฝ่ายปกครอง ฯลฯ
2. การส่งต่อภายนอก ครูแนะแนวหรือฝ่ายปกครองเป็นผู้ดำเนินการส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่
- โรงพยาบาล
- พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
- ปราชญ์ชาวบ้าน
- วิทยากรภูมิปัญญาท้องถิ่น
พร้อมทั้งใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ โดยเฉพาะการเพิ่มมูลค่าผลผลิตจากมะพร้าว ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของอำเภอทับสะแก

ขั้นทบทวนและปรับปรุงแก้ไข (Act)
E : Evaluation ติดตามประเมินผลและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
โรงเรียนดำเนินการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินผลการพัฒนานักเรียนรายบุคคลประเมินทักษะอาชีพและทักษะชีวิต ผู้รับผิดชอบแต่ละกิจกรรมรายงานสรุปผลการดำเนินการเมื่อสิ้นภาคเรียน/ ปีการศึกษา โดยตัดสินผลการเรียนตามจุดประสงค์ของกิจกรรม (ผ่าน /ไม่ผ่าน) สะท้อนผลการดำเนินงานของแต่ละกิจกรรม ร่วมกับครู ผู้ปกครอง นักเรียน และภาคีเครือข่าย วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน ประเมินความพึงพอใจของ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย จากการสะท้อนผลการดำเนินงานแต่ละกิจกรรม พิจารณาว่า ควรดำเนินการต่อไปในปีการศึกษาต่อไปหรือไม่ นำผลการประเมินมาปรับปรุงกิจกรรม พัฒนาหลักสูตรอาชีพและระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในปีการศึกษาถัดไป เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามวงจรคุณภาพ


4. ผลการดำเนินการ ผลสัมฤทธิ์ ประโยชน์ที่ได้รับ
4.1 ผลการดำเนินการ
1. นักเรียนร้อยละ 100 ได้รับการคัดกรองและดูแลผ่านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีโอกาสในการเข้าถึงกิจกรรมการเรียนรู้และการฝึกอาชีพอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะนักเรียนกลุ่มเปราะบางได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างเหมาะสมตามศักยภาพ
2. นักเรียนร้อยละ 99.07 เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมอาชีพตามความสนใจ
3. นักเรียนร้อยละ 93.49 มีทักษะอาชีพและสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ สร้างรายได้ระหว่างเรียน ทั้งกิจกรรมตนาดนัดอาชีพ การเพาะเห็ดนางฟ้า การทำผ้ามัดย้อม การผลิตถ่านกะลาดับกลิ่น และการปลูกผักสวนครัว
4. นักเรียนมีทักษะชีวิต มีความรับผิดชอบ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ อยู่ในระดับดีมาก
5. NH CARE to CAREER : นวัตกรรมระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนสู่การพัฒนาทักษะอาชีพและการพึ่งตนเอง มีผลการดำเนินงานอยู่ในระดับดี

ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น