คัดลอกลิงก์แล้ว ✓
เผยแพร่ผลงานวิชาการ เผยแพร่แล้ว

การพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำมาตราตัวสะกดแม่กง ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E) รายวิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบคลังสื่อ OBEC Content Center

14 ก.ค. 2569 อ่าน 10 ครั้ง ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
2.1.1 เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำมาตราตัวสะกดแม่กง ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E) รายวิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบคลังสื่อ OBEC Content Center
2.1.2 เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องมาตราตัวสะกดแม่กง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้เป็นไปตามตัวชี้วัดและมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2.1.3 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความสนใจ กระตือรือร้น และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ภาษาไทยผ่านการใช้เกม นิทานมัลติมีเดีย และแบบเรียนสำเร็จรูปจากระบบ OBEC Content Center
รายละเอียดผลงาน
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E)
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E) เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
โดยกระตุ้นให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองผ่านกระบวนการคิด การสำรวจ และการลงมือปฏิบัติจริง
ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้
1) การสร้างความสนใจ (Engagement)
เป็นการนำเข้าสู่บทเรียน การสร้างความสนใจและดึงดูดความสนใจของผู้เรียนให้พร้อมที่จะเรียนรู้ โดยอาจใช้วิธีการต่าง ๆ เช่น ฝึกสติและสมาธิก่อนเรียนโดยใช้กิจกรรม Brain Gym พร้อมทั้งทำท่าทางประกอบ การตั้งคำถามที่ท้าทาย การเล่าเรื่องที่น่าสนใจ การทดสอบคำจากภาพ หรือการนำเสนอข้อมูล
ในรูปแบบที่น่าสนใจ ขั้นตอนนี้ มีเป้าหมาย เพื่อกระตุ้นความสนใจ ความสงสัยหรือความอยากรู้อยากเห็น
ของผู้เรียน โดยเชื่อมโยงกับความรู้เดิมหรือเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
2) การสำรวจและค้นหา (Exploration)
เปิดโอกาสให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติจริงเพื่อรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองเพื่อค้นหาข้อมูล ความรู้ หรือแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ ที่สนใจ หรือได้รับมอบหมาย โดยอาจจะใช้การตั้งคำถาม การทดลอง การสำรวจ สังเกต การสืบค้นข้อมูล หรือการลงมือปฏิบัติ จริง เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ในขั้นต่อไป อีกทั้งให้ผู้เรียน
ได้สร้างความเข้าใจด้วยตนเองและเกิดการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
3) การอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
การที่ผู้เรียนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมกันสรุปผลจากการเรียนรู้ โดยใช้ข้อมูลที่ได้ศึกษาหรือปฏิบัติมาเป็นฐานในการอภิปรายและสรุปผล ซึ่งขั้นตอนนี้จะช่วยส่งเสริมการคิด วิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกันของผู้เรียน สร้างการพูดคุยกันซึ่งเป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่กระตุ้นให้เกิด ปฏิสัมพันธ์ในห้องเรียน ทำให้เกิดการแสดงความคิดเห็นและช่วยกันสรุปผลข้อมูลซึ่งเป็นการเรียนแบบร่วมมือในชั้นเรียน เพื่อสร้างคำอธิบายหรือสรุปองค์ความรู้ด้วยตนเองอย่างมีเหตุผล
4) การขยายความรู้ (Elaboration)
การที่ผู้เรียนได้นำความรู้ที่ได้จากการรวบรวมและประมวลผลมาประยุกต์ใช้จริง และสร้างความเข้าใจของตนเอง โดยอาจทำได้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงหรือการนำเสนอผลงาน โดยนำความรู้ที่ได้ค้นคว้าและสรุปผลใหม่ไปเชื่อมโยงกับความรู้เดิมหรือแนวคิดที่ได้ค้นคว้าเพิ่มเติม ส่งผลให้สามารถเชื่องโยงกับเรื่องต่าง ๆ และทำให้เกิดองค์ความรู้ที่กว้างขวางขึ้น
5) การประเมินผล (Evaluation)
เป็นการประเมินการเรียนรู้ว่าผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจมากน้อยเพียงใด โดยใช้วิธีการ
ที่หลากหลาย เช่น การตรวจชิ้นงาน การสังเกตพฤติกรรม การทดสอบ หรือการประเมินตนเอง อีกทั้งผู้เรียนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกันกับเพื่อน ๆ และครู เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ในขั้นนี้จะสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในเรื่องอื่น ๆ ทำให้เกิดเป็นกระบวนการ
ที่ต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ
จากการที่ข้าพเจ้าได้วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ และสภาพปัญหา ข้าพเจ้าจึงนำ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E) มาใช้ในการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง
การพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำมาตราตัวสะกดแม่กง ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบคลังสื่อ OBEC Content Center
บทเรียนที่ได้รับ
จากการดำเนินงานการพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำมาตราตัวสะกดแม่กง ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E) รายวิชาภาษาไทย ของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีระบบคลังสื่อ OBEC Content Center พบว่า การจัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย มีการลงมือปฏิบัติจริง และใช้สื่อดิจิทัลที่เหมาะสมกับวัย ช่วยกระตุ้นความสนใจ ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ และทำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจเรื่องมาตราตัวสะกดแม่กงได้อย่างเป็นลำดับ ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการอ่าน–เขียนของผู้เรียนสูงขึ้นอย่างชัดเจน
จากการใช้สื่อและนวัตกรรมดังกล่าว ผู้เรียนมีความกล้าแสดงออก มีส่วนร่วมในกิจกรรมมากขึ้น สามารถอ่านและเขียนคำมาตาตัวสะกดแม่กงได้ถูกต้อง มีความสุขในการเรียนรู้ และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการอ่านและการเขียนในชีวิตประจำวันได้ ครูได้รับประสบการณ์ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และเห็นถึงความสำคัญของการเลือกใช้สื่อที่สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน รวมทั้งการคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ในการใช้สื่อดิจิทัลและการเผยแพร่ผลงานของนักเรียน อย่างไรก็ตาม พบข้อจำกัดในด้านความพร้อมของอุปกรณ์และสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่อาจไม่เสถียรใน บางช่วงเวลา รวมถึงผู้เรียนบางคนมีพื้นฐานการเรียนรู้แตกต่างกัน ทำให้ใช้เวลาในการเรียนรู้ไม่เท่ากัน แนว ทางแก้ไข คือ ครูจัดเตรียมสื่อทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ จัดกิจกรรมแบบเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer Learning) และให้คำแนะนำเป็นรายบุคคล เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียม
ข้อเสนอแนะในการพัฒนาต่อไป คือ ควรขยายผลการใช้บทเรียนสำเร็จรูปร่วมกับกระบวนการ 5E และสื่อจาก OBEC Content Center ไปยังสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ของวิชาภาษาไทย รวมทั้งพัฒนาสื่อให้มี ความหลากหลายและมีความเป็นปฏิสัมพันธ์มากยิ่งขึ้น เช่น เกมการศึกษา มัลติมีเดีย แบบฝึกออนไลน์ และกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์จริง เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้อย่างยั่งยืนและยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนให้ดียิ่งขึ้น

ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น