การพัฒนาชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร ร่วมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 4S-AI-GEOM MODEL เพื่อส่งเสริมสมรรถนะความฉลาดรู้ ตามแนวทาง PISA สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
19 ก.ค. 2569
อ่าน 15 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
1. เพื่อพัฒนาชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร ร่วมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้
4S-AI-GEOM MODEL สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด
2. เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านคลองเจริญ ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ผ่านชุดฝึกทักษะร่วมกับรูปแบบ 4S-AI-GEOM MODEL
3. เพื่อส่งเสริมสมรรถนะผู้เรียน โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป คิดเป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 70.00
4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านคลองเจริญ ที่มีต่อการ
จัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกทักษะร่วมกับรูปแบบ 4S-AI-GEOM MODEL
4S-AI-GEOM MODEL สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด
2. เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านคลองเจริญ ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ผ่านชุดฝึกทักษะร่วมกับรูปแบบ 4S-AI-GEOM MODEL
3. เพื่อส่งเสริมสมรรถนะผู้เรียน โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป คิดเป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 70.00
4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านคลองเจริญ ที่มีต่อการ
จัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกทักษะร่วมกับรูปแบบ 4S-AI-GEOM MODEL
รายละเอียดผลงาน
ขั้นที่ 1: ขั้นวางแผน (Plan: P)
1. ศึกษาและวิเคราะห์สภาพปัญหา: ผู้รายงานวิเคราะห์ข้อมูลจากรายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ (O-NET) โดยมุ่งเน้นที่สมรรถนะความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่าจุดที่ควรพัฒนาเร่งด่วนคือทักษะการเชื่อมโยงความรู้สู่สถานการณ์จริง โดยเฉพาะเรื่อง "พื้นที่ผิวและปริมาตร" ซึ่งนักเรียนประสบปัญหาในการตีความโจทย์ปัญหา (Interpret) และขาดทักษะการเลือกใช้กลยุทธ์ทางคณิตศาสตร์ที่เหมาะสม
2. ศึกษาหลักสูตรและแนวคิดที่เกี่ยวข้อง: ดำเนินการศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) กรอบแนวทางการประเมินสมรรถนะตามมาตรฐาน PISA และทฤษฎีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อเป็นฐานรากในการพัฒนานวัตกรรมที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล
3. ออกแบบนวัตกรรม (4S-AI-GEOM MODEL และชุดฝึกทักษะ): ผู้รายงานได้สังเคราะห์นวัตกรรมโดยบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับรูปแบบการสอนและการสร้างชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ 5 ชุด (ทรงกระบอก ทรงกลม พีระมิด กรวย และปริซึม) เพื่อสร้างนิเวศการเรียนรู้ ดังนี้:
โครงสร้างนวัตกรรม 4S-AI: เน้นการใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยคิด (Cognitive Tool) ใน 4 ขั้นตอน
คือ S1: Stimulating (กระตุ้นความสนใจ), S2: Scaffolding (สนับสนุนการเรียนรู้), S3: Solving (วิเคราะห์และแก้โจทย์) และ S4: Sharing & Reflecting (สรุปองค์ความรู้และสะท้อนผล)
กระบวนการ GEOM Model: ใช้เป็นแนวทางหลักในการจัดการเรียนรู้ผ่านชุดฝึกทักษะ
ประกอบด้วย G: Geo-Context (เชื่อมโยงบริบท), E: Exploration (สำรวจผ่านสื่อจริง), O: Optimization & Operation (คิดเชิงกลยุทธ์และปฏิบัติ) และ M: Mastery & Meaningful Assessment (ประเมินผลเชิงสมรรถนะ)
การสร้างชุดฝึกทักษะ: พัฒนาชุดฝึกให้ครอบคลุมกระบวนการเรียนรู้ตามขั้นตอนข้างต้น โดยเน้น
สถานการณ์ปัญหาที่ใกล้ตัวและสอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมทักษะมิติสัมพันธ์และการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
4. สร้างและพัฒนาเครื่องมือ:
4.1 สร้างชุดฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร สำหนับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 5 ชุด
4.2 ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่เน้นให้ นักเรียนเป็นผู้ลงมือปฏิบัติ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร จำนวน 5 แผน
4.3 พัฒนาคลังคำสั่ง (Prompts) สำหรับควบคุมการทำงานของ KRU AI เพื่อให้ AI สามารถ
ทำหน้าที่เป็นโค้ช ในการสร้างสถานการณ์จำลอง ที่ตอบโจทย์การเรียนรู้เฉพาะบุคคล
4.4 สร้างแบบทดสอบวัดสมรรถนะความฉลาดรู้ทางคณิตศาสตร์ตามแนวทาง PISA จำนวน
20 ข้อ เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน
4.5 สร้างแบบประเมินความพึงพอใจ 3 ด้าน จำนวน 10 ข้อ เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร ร่วมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 4S-AI-GEOM MODEL
ขั้นที่ 2: ขั้นดำเนินการ (Do: D)
ผู้รายงานนำรูปแบบ 4S-AI-GEOM MODEL มาใช้จัดกิจกรรมเชิงรุก (Active Learning) กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยเปลี่ยนบทบาทครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) และใช้เทคโนโลยี AI เสริมสร้างกระบวนการคิดตามลำดับขั้นตอน ดังนี้:
G + S1 (เชื่อมโยงบริบท): ครูใช้ AI สร้างสถานการณ์ปัญหาจากชีวิตจริง (Context-based)
เกี่ยวกับรูปทรง 3 มิติ นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์และจำแนกองค์ประกอบที่จำเป็น โดยใช้กระบวนการคณิตศาสตร์เพื่อ "ถอดรหัส" เปลี่ยนสถานการณ์โลกจริงให้เป็นโมเดลทางคณิตศาสตร์ (Formulate) ซึ่งช่วยกระตุ้นความสนใจและสร้างความเชื่อมโยงระหว่างบทเรียนกับชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม
E + S2 (สำรวจสืบค้น): นักเรียนลงมือปฏิบัติ สืบค้น สำรวจคุณสมบัติและรูปคลี่ผ่านสื่อจริงและแอปพลิเคชัน โดยมี AI เป็นติวเตอร์ส่วนตัวคอยให้คำแนะนำทีละขั้น (Scaffolding) เพื่อสร้างความเข้าใจด้วยตนเอง
O + S3 (คิดแก้ปัญหา): นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ วางแผน และคำนวณแก้โจทย์ปัญหา (Employ)
โดยใช้ AI จำลองภาพ 3 มิติ เพื่อให้นักเรียนเห็นภาพรวมของพื้นที่ผิวและปริมาตรในมุมมองที่หลากหลาย ทำให้กระบวนการคิดแก้ปัญหามีความแม่นยำและมองเห็นภาพเชิงมิติทัศน์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
M + S4 (ตกผลึกความรู้และสะท้อนคิด): นักเรียนนำเสนอผลงานและตรวจสอบความสมเหตุสมผล
เชิงบริบทจริง (Interpret) พร้อมใช้ AI ร่วมประมวลผลสรุปองค์ความรู้ร่วมกันและทำแบบทดสอบเพื่อสะท้อนสมรรถนะการเรียนรู้
ขั้นที่ 3: ขั้นตรวจสอบและประเมินผล (Check: C)
1. ประเมินผลสัมฤทธิ์เชิงสมรรถนะ: ทดสอบหลังเรียนด้วยแบบทดสอบวัดสมรรถนะความฉลาดรู้
ตามแนวทาง PISA จำนวน 20 ข้อ
2. ประเมินทักษะและพฤติกรรม: สังเกตทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการทำงานร่วมกัน และการใช้
เทคโนโลยี AI ของนักเรียน
3. ประเมินความพึงพอใจ: ให้นักเรียนทำแบบประเมินความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ด้วยรูปแบบนวัตกรรม
4. แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (PLC): นำผลการจัดกิจกรรมและข้อจำกัดที่พบเข้าสู่ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง
วิชาชีพ (PLC) ร่วมกับครูกลุ่มสาระฯ คณิตศาสตร์ นำข้อมูลมาวิเคราะห์ จัดทำรายงานเสนอผู้บริหารโรงเรียน บ้านคลองเจริญ และบันทึกผลหลังสอนเพื่อสะท้อนจุดเด่นและจุดที่ควรพัฒนา
ขั้นที่ 4: ขั้นปรับปรุงและพัฒนา (Act: A)
1. การปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรม: นำข้อเสนอแนะจากกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง
วิชาชีพ (PLC) และผลสะท้อนคิดของนักเรียน มาใช้ปรับปรุง "ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์" ให้มีความเหมาะสมกับระดับความสามารถที่แตกต่างกันของผู้เรียนมากขึ้น รวมทั้งปรับปรุงคลังคำสั่ง AI (Prompts) และจัดสรรเวลาในขั้นตอนการสำรวจ (Exploration) ให้มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์การเรียนรู้เฉพาะบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
2. การขยายผลและเผยแพร่: นำรูปแบบ 4S-AI-GEOM MODEL และชุดฝึกทักษะที่ผ่านการปรับปรุง
แล้ว ไปขยายผลใช้กับเนื้อหาคณิตศาสตร์เรื่องอื่น ๆ พร้อมทั้งเผยแพร่เป็นแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) แก่ครูผู้สอนในโรงเรียนและเครือข่ายสถานศึกษาต่อไป
3. การสรุปและจัดทำรายงาน: รวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ทั้งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
สมรรถนะความฉลาดรู้ และความพึงพอใจ เพื่อจัดทำเป็นรายงานผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) อย่างสมบูรณ์และเป็นระบบ
1. ศึกษาและวิเคราะห์สภาพปัญหา: ผู้รายงานวิเคราะห์ข้อมูลจากรายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติ (O-NET) โดยมุ่งเน้นที่สมรรถนะความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่าจุดที่ควรพัฒนาเร่งด่วนคือทักษะการเชื่อมโยงความรู้สู่สถานการณ์จริง โดยเฉพาะเรื่อง "พื้นที่ผิวและปริมาตร" ซึ่งนักเรียนประสบปัญหาในการตีความโจทย์ปัญหา (Interpret) และขาดทักษะการเลือกใช้กลยุทธ์ทางคณิตศาสตร์ที่เหมาะสม
2. ศึกษาหลักสูตรและแนวคิดที่เกี่ยวข้อง: ดำเนินการศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) กรอบแนวทางการประเมินสมรรถนะตามมาตรฐาน PISA และทฤษฎีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อเป็นฐานรากในการพัฒนานวัตกรรมที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล
3. ออกแบบนวัตกรรม (4S-AI-GEOM MODEL และชุดฝึกทักษะ): ผู้รายงานได้สังเคราะห์นวัตกรรมโดยบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับรูปแบบการสอนและการสร้างชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ 5 ชุด (ทรงกระบอก ทรงกลม พีระมิด กรวย และปริซึม) เพื่อสร้างนิเวศการเรียนรู้ ดังนี้:
โครงสร้างนวัตกรรม 4S-AI: เน้นการใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยคิด (Cognitive Tool) ใน 4 ขั้นตอน
คือ S1: Stimulating (กระตุ้นความสนใจ), S2: Scaffolding (สนับสนุนการเรียนรู้), S3: Solving (วิเคราะห์และแก้โจทย์) และ S4: Sharing & Reflecting (สรุปองค์ความรู้และสะท้อนผล)
กระบวนการ GEOM Model: ใช้เป็นแนวทางหลักในการจัดการเรียนรู้ผ่านชุดฝึกทักษะ
ประกอบด้วย G: Geo-Context (เชื่อมโยงบริบท), E: Exploration (สำรวจผ่านสื่อจริง), O: Optimization & Operation (คิดเชิงกลยุทธ์และปฏิบัติ) และ M: Mastery & Meaningful Assessment (ประเมินผลเชิงสมรรถนะ)
การสร้างชุดฝึกทักษะ: พัฒนาชุดฝึกให้ครอบคลุมกระบวนการเรียนรู้ตามขั้นตอนข้างต้น โดยเน้น
สถานการณ์ปัญหาที่ใกล้ตัวและสอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมทักษะมิติสัมพันธ์และการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
4. สร้างและพัฒนาเครื่องมือ:
4.1 สร้างชุดฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร สำหนับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 5 ชุด
4.2 ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่เน้นให้ นักเรียนเป็นผู้ลงมือปฏิบัติ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร จำนวน 5 แผน
4.3 พัฒนาคลังคำสั่ง (Prompts) สำหรับควบคุมการทำงานของ KRU AI เพื่อให้ AI สามารถ
ทำหน้าที่เป็นโค้ช ในการสร้างสถานการณ์จำลอง ที่ตอบโจทย์การเรียนรู้เฉพาะบุคคล
4.4 สร้างแบบทดสอบวัดสมรรถนะความฉลาดรู้ทางคณิตศาสตร์ตามแนวทาง PISA จำนวน
20 ข้อ เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน
4.5 สร้างแบบประเมินความพึงพอใจ 3 ด้าน จำนวน 10 ข้อ เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร ร่วมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 4S-AI-GEOM MODEL
ขั้นที่ 2: ขั้นดำเนินการ (Do: D)
ผู้รายงานนำรูปแบบ 4S-AI-GEOM MODEL มาใช้จัดกิจกรรมเชิงรุก (Active Learning) กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยเปลี่ยนบทบาทครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) และใช้เทคโนโลยี AI เสริมสร้างกระบวนการคิดตามลำดับขั้นตอน ดังนี้:
G + S1 (เชื่อมโยงบริบท): ครูใช้ AI สร้างสถานการณ์ปัญหาจากชีวิตจริง (Context-based)
เกี่ยวกับรูปทรง 3 มิติ นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์และจำแนกองค์ประกอบที่จำเป็น โดยใช้กระบวนการคณิตศาสตร์เพื่อ "ถอดรหัส" เปลี่ยนสถานการณ์โลกจริงให้เป็นโมเดลทางคณิตศาสตร์ (Formulate) ซึ่งช่วยกระตุ้นความสนใจและสร้างความเชื่อมโยงระหว่างบทเรียนกับชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม
E + S2 (สำรวจสืบค้น): นักเรียนลงมือปฏิบัติ สืบค้น สำรวจคุณสมบัติและรูปคลี่ผ่านสื่อจริงและแอปพลิเคชัน โดยมี AI เป็นติวเตอร์ส่วนตัวคอยให้คำแนะนำทีละขั้น (Scaffolding) เพื่อสร้างความเข้าใจด้วยตนเอง
O + S3 (คิดแก้ปัญหา): นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ วางแผน และคำนวณแก้โจทย์ปัญหา (Employ)
โดยใช้ AI จำลองภาพ 3 มิติ เพื่อให้นักเรียนเห็นภาพรวมของพื้นที่ผิวและปริมาตรในมุมมองที่หลากหลาย ทำให้กระบวนการคิดแก้ปัญหามีความแม่นยำและมองเห็นภาพเชิงมิติทัศน์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
M + S4 (ตกผลึกความรู้และสะท้อนคิด): นักเรียนนำเสนอผลงานและตรวจสอบความสมเหตุสมผล
เชิงบริบทจริง (Interpret) พร้อมใช้ AI ร่วมประมวลผลสรุปองค์ความรู้ร่วมกันและทำแบบทดสอบเพื่อสะท้อนสมรรถนะการเรียนรู้
ขั้นที่ 3: ขั้นตรวจสอบและประเมินผล (Check: C)
1. ประเมินผลสัมฤทธิ์เชิงสมรรถนะ: ทดสอบหลังเรียนด้วยแบบทดสอบวัดสมรรถนะความฉลาดรู้
ตามแนวทาง PISA จำนวน 20 ข้อ
2. ประเมินทักษะและพฤติกรรม: สังเกตทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการทำงานร่วมกัน และการใช้
เทคโนโลยี AI ของนักเรียน
3. ประเมินความพึงพอใจ: ให้นักเรียนทำแบบประเมินความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ด้วยรูปแบบนวัตกรรม
4. แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (PLC): นำผลการจัดกิจกรรมและข้อจำกัดที่พบเข้าสู่ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง
วิชาชีพ (PLC) ร่วมกับครูกลุ่มสาระฯ คณิตศาสตร์ นำข้อมูลมาวิเคราะห์ จัดทำรายงานเสนอผู้บริหารโรงเรียน บ้านคลองเจริญ และบันทึกผลหลังสอนเพื่อสะท้อนจุดเด่นและจุดที่ควรพัฒนา
ขั้นที่ 4: ขั้นปรับปรุงและพัฒนา (Act: A)
1. การปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรม: นำข้อเสนอแนะจากกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง
วิชาชีพ (PLC) และผลสะท้อนคิดของนักเรียน มาใช้ปรับปรุง "ชุดฝึกทักษะคณิตศาสตร์" ให้มีความเหมาะสมกับระดับความสามารถที่แตกต่างกันของผู้เรียนมากขึ้น รวมทั้งปรับปรุงคลังคำสั่ง AI (Prompts) และจัดสรรเวลาในขั้นตอนการสำรวจ (Exploration) ให้มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์การเรียนรู้เฉพาะบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
2. การขยายผลและเผยแพร่: นำรูปแบบ 4S-AI-GEOM MODEL และชุดฝึกทักษะที่ผ่านการปรับปรุง
แล้ว ไปขยายผลใช้กับเนื้อหาคณิตศาสตร์เรื่องอื่น ๆ พร้อมทั้งเผยแพร่เป็นแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) แก่ครูผู้สอนในโรงเรียนและเครือข่ายสถานศึกษาต่อไป
3. การสรุปและจัดทำรายงาน: รวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ทั้งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
สมรรถนะความฉลาดรู้ และความพึงพอใจ เพื่อจัดทำเป็นรายงานผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) อย่างสมบูรณ์และเป็นระบบ
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น