คัดลอกลิงก์แล้ว ✓
งานวิจัยในชั้นเรียน เผยแพร่แล้ว

ผลงานวิจัย การผลิตสื่อการสอนโดยใช้แอพพลิเคชั่น YouTube ของครูผู้สอน เรื่อง พุทธประวัติ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนวัดเสาธงนอก

29 ก.ค. 2569 อ่าน 8 ครั้ง ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยใช้แอพพลิเคชั่น YouTube ของครูผู้สอน เรื่อง พุทธประวัติ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 จำนวน 21 คน ซึ่งได้โดยการเลือกแบบเจาะจง แบบแผนการศึกษาวิจัย คือ แบบกลุ่มเดียวก่อนสอบและหลังสอบ (One Group Pretest - Posttest Design) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) สื่อแอพพลิเคชั่น YouTube ของครูผู้สอน เรื่อง พุทธประวัติ 2) แผนการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง พุทธประวัติ 3) แบบทดสอบวัดผลก่อนเรียนและหลังเรียน (Google forms) เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง 4) แบบสอบถามความพึงพอใจ (Google forms) ของนักเรียนหลังจากได้รับการจัดการเรียนรู้โดยการใช้สื่อแอพพลิเคชั่น YouTube ของครูผู้สอน เรื่อง พุทธประวัติ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย (x ̅) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) สถิติทดสอบค่
รายละเอียดผลงาน
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาการวิจัย
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) หลายประเทศทั่วโลก ประเทศส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบเกิดการติดเชื้อค่อนข้างรุนแรง และเพื่อเป็นการป้องกันและหยุดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นี้ ประเทศต่าง ๆ ได้มีมาตรการปิดประเทศ (Lockdown) โดยให้ประชาชนหยุด กิจกรรมต่าง ๆ หยุดการเดินทาง และอยู่ในที่ตั้งหรือที่พักตามระยะเวลาที่กำหนด และงดกิจกรรม ทางสังคมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสถานศึกษาที่ต้องปิดเรียน
จากการมีนโยบายให้ปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ และมีการมอบแนวทางในการจัดการเรียนรู้ ให้หน่วยงานและสถานศึกษาดำเนินการดังกล่าวข้างต้นในช่วงเวลาสถานการณ์เร่งด่วน รวมทั้งแนวทาง การจัดการเรียนรู้เมื่อสถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลายลง สถานศึกษาจำเป็นต้องปรับรูปแบบการจัดการ เรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาและสถานการณ์ความปลอดภัยของพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่ผ่านมา การมีนโยบายเร่งด่วน หน่วยปฏิบัติในพื้นที่ต่าง ๆ อาจมีความเข้าใจและความพร้อมในการดำเนินการตามนโยบายที่แตกต่างกัน ซึ่งก็ทำให้มีเสียงสะท้อนทั้งในเชิงบวกและเชิงลบต่อการดำเนินการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์ดังกล่าวจากรายงานของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเรื่อง “เรียน ออนไลน์ยุคโควิด-19 : วิกฤตหรือโอกาสการศึกษาไทย” ได้ประมวลความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องจากสังคม ออนไลน์และจากการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง พบว่า ผู้เรียนไม่สามารถเข้าถึงการ เรียนออนไลน์ได้อย่างเท่าเทียม เนื่องจากขาดแคลนอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียน แต่การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ มีข้อดีคือ ผู้เรียนสามารถ เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ได้ใช้เวลาว่างในการทบทวนบทเรียน ซึ่งเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ทำให้ผู้ปกครองใส่ใจดูแลบุตรหลานของตนเองมากขึ้น มีความปลอดภัย จากการติดเชื้อฯ เนื่องจากไม่ต้องไปรวมกันที่โรงเรียน (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2563)
สำหรับสถานศึกษาในไทยประเทศไทยไม่สามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้ตามปกติแต่ต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนภายใต้สถานการณ์โควิด -19 ด้วยแนวคิด “การเรียนรู้นำการศึกษา โรงเรียนอาจหยุดได้ แต่การเรียนรู้หยุดไม่ได้” ผ่านระบบการเรียนการสอนทางไกล การสอนออนไลน์ และรูปแบบผสมผสานต่าง ๆ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อสถานศึกษา ครู นักเรียนและผู้ปกครองในลักษณะต่าง ๆ รวมทั้งปัญหาการปรับเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการสอนภายใต้สถานการณ์โควิด ดังกล่าว
จากผลการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 พบว่า ในภาคเรียนที่ 1/2564 นักเรียนขาดทักษะกระบวนการคิด ไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้เดิมและประสบการณ์ที่ได้จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ประกอบกับเนื้อหาวิชาเรียนที่มีมาก ยิ่งกว่านั้นในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอนโดยตรงกับนักเรียน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติในปีการศึกษา 2564 ดำเนินไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากนักเรียนต้องมีการปรับตัวในการเรียนในรูปแบบ On Line ,On Hand และค้นคว้าด้วยตนเองในรูปแบบ On Demand ดังนั้น ครูผู้สอนจึงใช้วิธีการประยุกต์จากเทคโนโลยี สื่อ YouTube มาใช้ในการเรียน เพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะกระบวนการแนวคิดที่ดีขึ้น สามารถแก้ปัญหา เพราะ YouTube เป็นสื่อที่มีการเคลื่อนไหว มีภาพ เสียง เนื้อหาเข้าใจง่าย และสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง อันจะส่งผลให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะการคิดและนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน และยังส่งเสริมในเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล ตลอดจนนักเรียนสามารถทบทวนได้ด้วยตนเอง นักเรียนสามารถฝึกฝนได้เต็มที่ นอกเหนือจากที่เรียนในเวลาเรียน อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนฝึกฝนทักษะได้ทุกเวลาจากสื่อเทคโนโลยี และ สื่อสังคมออนไลน์ YouTube นับว่าเป็นหนึ่งในแนวการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับการจัดการศึกษาในสถานการณ์ปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงกับทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ได้
จากเหตุผลดังกล่าว ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาวิจัยการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม เรื่อง พุทธประวัติ แบบใช้สื่อสังคมออนไลน์ YouTube สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 เนื่องจาก ผู้วิจัยเห็นว่าวิธีการสอนแบบใช้สื่อสังคมออนไลน์ YouTube จะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้และทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประยุกต์ใช้เป็น สามารถแก้ปัญหา เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีความเป็นพลเมืองดีที่มีความรับผิดชอบ มีคุณธรรมและจริยธรรม และความรับผิดชอบในการเรียนมากขึ้น จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนและเป็นการปรับพฤติกรรมการเรียนที่เหมาะสมของผู้เรียนต่อไป อันจะนำมาซึ่งประสิทธิภาพในการเรียนการสอนในสถานการณ์ปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ได้คำนึงถึงความสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง หลักสูตรสถานศึกษา บริบทของสถานศึกษา สภาพความพร้อมของนักเรียน ความต้องการของผู้ปกครอง รวมถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนเป็นแนวทางในการดำเนินงานทุกขั้นตอน
วัตถุประสงค์การวิจัย
1. เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ เรื่อง พุทธประวัติ โดยการใช้สื่อแอพพลิเคชั่น YouTube ของ
ครูผู้สอน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนวัดเสาธงนอก
2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 ต่อการจัดการเรียนการสอน ออนไลน์โดยใช้สื่อแอพพลิเคชั่น YouTube เรื่อง พุทธประวัติ จากช่องของครูผู้สอน
นิยามศัพท์เฉพาะ
1. นักเรียน หมายถึง ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนวัดเสาธงนอก ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
2. ทักษะการคิดวิเคราะห์ หมายถึง ทักษะการคิดที่สามารถพัฒนาให้เกิดกับผู้เรียนได้ และให้คงทน เพื่อให้นักเรียนสามารถคิดได้ด้วยตัวเอง เกิดความสำเร็จในการเรียนรู้ เพราะการเรียนรู้ที่ดีต้องเป็นเรื่องของการรู้จักคิด ผู้วิจัยจึงสนใจพัฒนารูปแบบการสอนที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนคิดเป็น เรียนรู้เป็น สามารถจำแนก ให้เหตุผล จับประเด็นเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ตัดสินใจและแก้ปัญหาต่างๆได้ จากข้อมูลที่ได้รับการพินิจพิจารณา
3. การผลิตสื่อแอพพลิเคชั่น YouTube ของครูผู้สอน หมายถึง ครูผู้สอนใช้เว็บไซต์ที่ให้บริการแลกเปลี่ยนภาพวิดีโอระหว่างผู้ใช้ฟรี โดยนําเทคโนโลยีของ Adobe Flash Player มาใช้ในการแสดงภาพวิดีโอ โดยเป็นผู้อัพโหลดวิดีโอได้ฟรีเมื่อสมัครสมาชิกแล้ว สามารถใส่ภาพวิดีโอและแบ่งปันภาพ วีดีโอให้คนอื่น แต่หากไม่ได้สมัครสมาชิกก็สามารถเข้าไปเปิดดูภาพวีดีโอที่ผู้ใช้ใส่ไว้ได้แต่ไม่สามารถเป็นผู้อัพโหลดวีดีโอได้ YouTube เรื่อง พุทธประวัติ เป็นสื่อที่ครูผู้สอนได้ผลิตจัดทำและพัฒนาขึ้นจากแอพพลิเคชั่น YouTube ของครูผู้สอนเพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้ในการศึกษาเรียนรู้ ทบทวน ในเรื่องที่เรียน จากเว็บไซต์ YouTube โดยนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยผู้เรียนสามารถเข้าดูวีดีโอต่าง ๆ ผ่านสื่อแอพพลิเคชั่น YouTube ของครูผู้สอน และผู้เรียนสามารถศึกษา ค้นคว้า เพิ่มเติมได้ทุกที่ทุกเวลา
4. ผลการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์โดยใช้สื่อแอพพลิเคชั่น YouTube ของครูผู้สอน หมายถึง ผลที่ได้จากการประเมินคะแนนของนักเรียนหลังจากที่ได้รับการเรียนการสอนจากสื่อที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น โดยวัดเป็นค่าคะแนนจากการทำแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนที่ผู้วิจัยได้จัดทำขึ้น
5. ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกชอบของกลุ่มตัวอย่างต่อสื่อแอพพลิเคชั่น YouTube ของครูผู้สอน ของนักเรียนหลังจากที่ได้รับการเรียนการสอนจากสื่อแอพพลิเคชั่น YouTube ของครูผู้สอน ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น โดยวัดเป็นค่าคะแนนจากการทำแบบประเมินความพึงพอใจที่ผู้วิจัยได้จัดทำขึ้น
แนวคิด/ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
การผลิตสื่อการสอนโดยใช้แอพพลิเคชั่น YouTube ของครูผู้สอน เรื่อง พุทธประวัติ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนวัดเสาธงนอก ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาเป็นกรอบแนวทางการศึกษาดังนี้
1. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
2. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้พระพุทธศาสนา
สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
มาตรฐาน ส 1.1 รู้ และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนา
หรือศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และ
ปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง
ส 1.1 ป.3/2 สรุปพุทธประวัติตั้งแต่การบำเพ็ญเพียรจนถึงปรินิพพาน หรือประวัติของ
ศาสดาที่ตนนับถือตามที่กำหนด
(สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ, 2560, หน้า 1- 42)
3. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสื่อการสอนโดยใช้แอพพลิเคชั่น YouTube ของครูผู้สอน เรื่อง พุทธประวัติ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์
ความหมายของการคิดวิเคราะห์
วรรณา โรจนะบุรานนท์ (2557 : 5) การคิดวิเคราะห์ หมายถึง การคิดระดับสูงที่ เกิด ขึ้นด้วยกระบวนการที่ซับซ้อน เป็นความสามารถในการคิดที่ใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา สามารถจำแนกแยกแยะองค์ประกอบต่างๆ ออกเป็นส่วนย่อย ๆ หรือเป็นหมวดหมู่ได้ โดย พิจารณาอย่างรอบคอบถึงสภาพการณ์หรือข้อมูลต่าง ๆ ว่ามีข้อเท็จจริงเพียงใดในการตัดสินใจ
ผู้วิจัยจึงสรุปความหมายว่า “การคิดวิเคราะห์” หมายถึง การคิด ที่มีความซับซ้อนอย่างลึกซึ้งละเอียดถี่ถ้วนในการพิจารณาสิ่งต่างๆ ซึ่งอาจเป็นข้อมูล เรื่องราว หรือสถานการณ์ ประกอบด้วยความสามารถในการจำแนกแยกแยะองค์ประกอบออกเป็น ส่วนย่อย ระบุได้ว่าองค์ประกอบหรือส่วนย่อยนั้นๆ มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างไรนำไปสู่ข้อสรุปหรือการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อแก้ปัญหาหรือ สถานการณ์ ประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ
ความสำคัญของการคิดวิเคราะห์
การคิดวิเคราะห์มีความสำคัญ และมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่งต่อการจัดการเรียนรู้ ผู้เรียนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้การคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ สิ่งต่างๆ รอบตัว และเลือกที่จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ ตนเองและสังคม การคิดวิเคราะห์เป็นรากของการคิดในมิติอื่น ๆ จะช่วยให้เราเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้ตามความเป็นจริงและลุ่มลึก รู้ข้อเท็จจริง รู้เหตุผลของสิ่งที่เกิดขึ้น เข้าใจความเป็นมาเป็นไปของสิ่งต่างๆ รู้ว่าเรื่องนั้น ๆ มีองค์ประกอบอะไรบ้าง แต่ละองค์ประกอบสัมพันธ์เชื่อมโยงกันจน สามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การใช้สื่อแอพพลิเคชั่น YouTube กับการเรียนการสอน การใช้สื่อแอพพลิเคชั่น YouTube เป็นเครื่องมือที่สามารถทำให้การจัดการเรียนการสอนให้ครูและผู้เรียนได้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ครูผู้สอนได้มีการอัพโหลดวีดีโอที่ตนเองอัดวีดีโอการสอนไว้พร้อมกับเนื้อหาและสื่อต่าง ๆ ขึ้นบนเว็บไซต์ YouTube เพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าไปศึกษาเนื้อหาด้วยตนเองทำให้ผู้เรียนนั้นเกิดความสนใจมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญสื่อมีการเคลื่อนไหว มีเสียง ที่นอกเหนือจากการบรรยาย ทำให้ผู้เรียนตื่นเต้นไม่เบื่อหน่าย และส่งผลดีแก่ผู้เรียน คือผู้เรียนสามารถเข้าศึกษาค้นคว้าความรู้ผ่านแอพพลิเคชั่น YouTube ได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น ติว ข้อสอบ สื่อการเรียนรู้ สอนทำอะไรต่าง ๆ มากมาย จึงนับเป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการศึกษา พัฒนาครูและนักเรียน ในยุคของเทคโนโลยีที่ได้เข้ามามีบทบาทต่อโลกปัจจุบันนี้ในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งของครูในการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์ต่อไป (การใช้สื่อแอพพลิเคชั่น YouTube กับการเรียนการสอน. สืบค้นเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2565, จาก https://www.kruchi.com)
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ศิริวุฒิ บัวสมาน (2554 : บทคัดย่อ) ทำการศึกษาวิจัย ผลการใช้สื่อมัลติมิเดียจากเว็บไซต์
www.youtube.com ในการจัดกระบวนการเรียนรู้วิชาเคมี 5 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินคิดเป็นร้อยละ 100 มีคะแนนเฉลี่ย 77.58 อยู่ในระดับดีมากและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 7.94 แสดงว่าการใช้สื่อมัลติมิเดีย www.youtube.com ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเคมี 5 ของนักเรียนได้ 2) ความเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 ที่เรียนในรายวิชาเคมี 5 โดยใช้สื่อ มัลติมิเดียจากเว็บไซต์ www.youtube.com ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ของครูอยู่ในระดับมากที่สุด เฉลี่ยร้อยละ 49.23 และนักเรียนแสดงความคิดเห็นถึงผลของการใช้สื่อมัลติมิเดีย www.youtube.com ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ ดังนี้ ข้อดี คือมีความสะดวกรวดเร็วในการเข้าสู่เนื้อหาที่เรียน สามารถเรียนรู้จากวีดีทัศน์บรรยายได้อย่างสะดวก เหมือนเป็นการเปิดโลกกว้างในวิชา ได้เห็นในสิ่งที่ภายในห้องเรียนไม่มี ได้เห็นในสิ่งที่ตื่นตา ตื่นใจ ดึงดูดทำให้อยากศึกษามากขึ้น เพลิดเพลิน ทำให้ผ่อนคลาย ไม่เครียด เป็นการสอนที่ดีสนุก มีสาระ ทำให้ได้เห็นสื่อและเนื้อหาที่หลากหลายได้ความรู้จากหลาย ๆ แบบเพิ่มความน่าสนใจในการเรียนทำให้เห็นภาพและวิธีทำ ทำให้การเรียนการสอนน่าสนใจ สนุกสนานและช่วยเพิ่มความเข้าใจ
กรอบแนวคิดการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ดำเนินการศึกษาการจัดการเรียนรู้การผลิตสื่อการสอนโดยใช้แอพพลิเคชั่น YouTube ของครูผู้สอน เรื่อง พุทธประวัติ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนวัดเสาธงนอก ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ตามแผนภาพแสดงกรอบแนวคิดในการวิจัยดังนี้



ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม


วิธีดำเนินการวิจัย
แบบแผนการวิจัย


ผู้วิจัยในครั้งนี้เป็นการทำวิจัยแบบทดลอง (Experimental Research) ใช้แบบแผนการวิจัยแบบกลุ่มเดียวมีการสอบก่อนและสอบหลัง (One Group Pretest - Posttest Design) ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาเอกสารที่เกี่ยว

ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น