คัดลอกลิงก์แล้ว ✓
เผยแพร่ผลงานวิชาการ เผยแพร่แล้ว

การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการเชื่อมโยงความรู้ และการสร้างความรู้ด้วยตนเอง ที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และจิตสาธารณะ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมของนักเรียนชั้นประถมศึ

2 ส.ค. 2569 อ่าน 12 ครั้ง ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการเชื่อมโยงความรู้ และการสร้างความรู้ด้วยตนเอง ที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ และจิตสาธารณะ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการเชื่อมโยงความรู้และการสร้างความรู้ด้วยตนเอง ที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ และจิตสาธารณะ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการเชื่อมโยงความรู้ และการสร้างความรู้ด้วยตนเอง ที่ส่งเสริม ทักษะการคิดวิเคราะห์ และจิตสาธารณะ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยระยะที่ 1 ที่ใช้ในการตอบแบบสอบถามประกอบด้วย ครูผู้สอน จำนวน 10 คนศึกษานิเทศก์ จำนวน 2 คน รองผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 10 คน รวม 22 คน
รายละเอียดผลงาน
บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการเชื่อมโยงความรู้ และการสร้างความรู้ด้วยตนเอง ที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ และจิตสาธารณะ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการเชื่อมโยงความรู้และการสร้างความรู้ด้วยตนเอง ที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ และจิตสาธารณะ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการเชื่อมโยงความรู้ และการสร้างความรู้ด้วยตนเอง ที่ส่งเสริม ทักษะการคิดวิเคราะห์ และจิตสาธารณะ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยระยะที่ 1 ที่ใช้ในการตอบแบบสอบถามประกอบด้วย ครูผู้สอน จำนวน 10 คนศึกษานิเทศก์ จำนวน 2 คน รองผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 10 คน รวม 22 คน และที่ใช้ในการสัมภาษณ์ ครูผู้สอน จำนวน 6 คน ศึกษานิเทศก์ จำนวน 2 คน รองผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 2 คน รวม 10 คน ระยะที่ 2 ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน และกลุ่มทดลองนำร่อง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2 จำนวน 30 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 และระยะที่ 3 คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 28 คน โรงเรียนเทศบาลตำบลพยัคฆภูมิพิสัย สังกัดเทศบาลตำบลพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม กระทรวงมหาดไทย แบบคละความสามารถ และได้มาโดยวิธีเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ที่ผู้วิจัยเป็นผู้สอนและเป็นครูประจำชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยระยะที่ 1 ประกอบด้วย แบบสอบถามสภาพปัญหาและความต้องการ และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก ระยะที่ 2 ประกอบด้วย แบบตรวจสอบคุณภาพและประเมินคุณภาพร่างต้นแบบ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ แบบประเมินจิตสาธารณะ และระยะที่ 3 ประกอบด้วย แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ แบบประเมินจิตสาธารณะ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย
ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติทดสอบ t-test
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการเชื่อมโยงความรู้และการสร้างความรู้ด้วยตนเองที่ส่งเสริมทักษะ
การคิดวิเคราะห์ และจิตสาธารณะ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตามความคิดเห็นของครูผู้สอนรายวิชาสังคมศึกษา และศึกษานิเทศก์ และ
รองผู้อำนวยการสถานศึกษา พบว่าโดยรวม มีความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัญหาอยู่ในระดับมาก (x ̅=3.84, S.D.=0.22) และความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ และจิตสาธารณะ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อยู่ในระดับมาก (x ̅=4.35, S.D.=0.19)
2. ผลการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการเชื่อมโยงความรู้
และการสร้างความรู้ด้วยตนเอง ที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ และจิตสาธารณะ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ประกอบด้วย 1) หลักการแนวคิดและทฤษฎีพื้นฐาน 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 3) กระบวนการจัดการเรียนรู้ 4) ระบบสังคม 5) หลักการตอบสนอง และ 6) ระบบสนับสนุน และมีขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นที่ 1 ทบทวนความรู้เดิม (Picturing prior knowledge : P) 2) ขั้นที่ 2 ศึกษาความรู้ใหม่ (Study new knowledge : S) 3) ขั้นที่ 3 ต่อยอดความคิด (Newly igniting imaginations : N) 4) ขั้นที่ 4 สะท้อนผลความคิด (Reflection : R) 5) ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผลงาน (Scrutinizing the assignments : S) ผลการตรวจสอบร่างรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยผู้เชี่ยวชาญมีความเหมาะสมอยู่ใน
ระดับมาก (x ̅ = 4.37, S.D. = 0.15)
3. ผลการใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการเชื่อมโยงความรู้ และการสร้างความรู้ด้วยตนเองที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และจิตสาธารณะ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
3.1 ประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการเชื่อมโยงความรู้ และการสร้างความรู้ด้วยตนเองที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ และจิตสาธารณะ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 84.12/83.10 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
3.2 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ตามแนวคิดการเชื่อมโยงความรู้ และการสร้างความรู้ด้วยตนเองที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ และ
จิตสาธารณะ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่
ระดับ .05
3.3 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ตามแนวคิดการเชื่อมโยงความรู้ และการสร้างความรู้ด้วยตนเอง ที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์
และจิตสาธารณะ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3.4 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ตามแนวคิดการเชื่อมโยงความรู้ และการสร้างความรู้ด้วยตนเองที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ และจิตสาธารณะ มีจิตสาธารณะโดยภาพรวมอยู่ในระดับสูง (x ̅ =3.49,S.D.=0.15)

คำสำคัญ : การพัฒนารูปแบบ แนวคิดการเชื่อมโยงความรู้ การสร้างความรู้ด้วยตนเอง
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะการคิดวิเคราะห์ จิตสาธารณะ

ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น