คัดลอกลิงก์แล้ว ✓
เผยแพร่ผลงานวิชาการ เผยแพร่แล้ว

เก่งสะกดคำ สรรค์สร้างพหุปัญญา : การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยวิธีโฟนิกส์ (Phonics) ร่วมกับบัตรคำศัพท์ เพื่อพัฒนาการสะกดคำภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

3 ส.ค. 2569 อ่าน 6 ครั้ง ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อพัฒนาทักษะการสะกดคำภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยวิธีโฟนิกส์ (Phonics) ร่วมกับบัตรคำศัพท์
2.2 เพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนตามทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences) ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายและตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างบุคคล
2.3 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยวิธีโฟนิกส์ (Phonics) ร่วมกับบัตรคำศัพท์
ผลที่เกิดกับนักเรียน คือ นักเรียนพัฒนาความสามารถในการสะกดคำภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น
รายละเอียดผลงาน
1. ที่มาและความสำคัญของปัญหา
ในยุคศตวรรษที่ 21 ภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารและการแสวงหาความรู้ ทักษะที่เป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษคือ "การอ่านและการเขียน" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "การสะกดคำ" (Spelling) ซึ่งเป็นกุญแจดอกแรกที่จะนำไปสู่การสร้างคลังคำศัพท์ (Vocabulary) การทำความเข้าใจความหมาย และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ หากผู้เรียนมีทักษะการสะกดคำที่แม่นยำ จะส่งผลให้เกิดความมั่นใจในการเรียนรู้และสามารถต่อยอดไปสู่ทักษะขั้นสูงได้
อย่างไรก็ตาม จากสภาพการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษในระดับชั้นประถม ศึกษาตอนปลาย พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาในการอ่านออกเสียงและการสะกดคำ สาเหตุหลักประการหนึ่งคือ การเรียนรู้แบบท่องจำ (Rote Memorization) โดยนักเรียนมักท่องจำตัวอักษรเรียงตัวโดยขาดความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่าง "เสียง" และ "ตัวอักษร" ทำให้เมื่อเวลาผ่านไปนักเรียนจะลืมคำศัพท์นั้นอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญคือไม่สามารถประยุกต์หรือถอดรหัสเสียงเพื่ออ่านและเขียนคำศัพท์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเรียนมาก่อนได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวยังส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความท้อแท้และมีเจตคติที่ไม่ดีต่อวิชาภาษาอังกฤษ
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน การปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนสู่ การจัด
การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) ทั้งนี้ การนำวิธีโฟนิกส์ (Phonics) มาใช้ จะช่วยแก้ปัญหาการท่องจำได้อย่างตรงจุด เพราะเป็นการสอนให้นักเรียนเข้าใจระบบเสียงของภาษาอังกฤษ รู้จักการถอดรหัส (Decoding) และการประสมเสียง (Blending) นอกจากนี้ เพื่อให้การเรียนรู้สอดคล้องกับความแตกต่างระหว่างบุคคลตาม ทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences) การใช้ "บัตรคำศัพท์" (Flashcards) ร่วมกับกิจกรรมโฟนิกส์ จะช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ของผู้เรียนในหลายมิติพร้อมกัน ได้แก่ ปัญญาด้านภาษา (Linguistic Intelligence): ผ่านการออกเสียงและการเรียนรู้คำศัพท์ ปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ (Spatial Intelligence): ผ่านการมองเห็นสีสัน รูปภาพ และตัวอักษรบนบัตรคำ ปัญญาด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว (Bodily-Kinesthetic Intelligence): ผ่านกิจกรรมการหยิบจับ สัมผัสบัตรคำและการเล่นเกม
ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดทำจึงได้ศึกษาและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ภายใต้ชื่อ
"เก่งสะกดคำ สรรค์สร้างพหุปัญญา: การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยวิธีโฟนิกส์ (Phonics) ร่วมกับบัตรคำศัพท์ เพื่อพัฒนาการสะกดคำภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4" ขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาการอ่านและการเขียน มุ่งหวังที่จะยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สร้างเจตคติเชิงบวก และวางรากฐานทางภาษาอังกฤษที่เข้มแข็งให้แก่นักเรียนต่อไป
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อพัฒนาทักษะการสะกดคำภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยวิธีโฟนิกส์ (Phonics) ร่วมกับบัตรคำศัพท์
2.2 เพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียนตามทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences) ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายและตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างบุคคล
2.3 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยวิธีโฟนิกส์ (Phonics) ร่วมกับบัตรคำศัพท์
3. เป้าหมาย
3.1 เชิงปริมาณ
1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านวังบง ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 10 คน ที่คัดกรองจากระบบสำรวจแววความสามารถพิเศษ มีคะแนนทักษะการสะกดคำ
หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
2. นักเรียนกลุ่มเป้าหมายมีผลสัมฤทธิ์ด้านการสะกดคำภาษาอังกฤษผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
3. นักเรียนกลุ่มเป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนแบบโฟนิกส์ในระดับ "ดี" ขึ้นไป
3.2 เชิงคุณภาพ
1. ด้านทักษะทางภาษา : นักเรียนมีความเข้าใจในความสัมพันธ์ระหว่างตัวอักษรและเสียง สามารถถอดรหัสเสียง (Decoding) ประสมเสียง (Blending) และสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องและแม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถประยุกต์ใช้อ่านคำศัพท์ใหม่ๆ ได้
2. ด้านกระบวนการเรียนรู้ : นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) มีความกระตือรือร้น และมีส่วนร่วมในชั้นเรียนอย่างเต็มที่
3. ด้านการพัฒนาตนเอง : นักเรียนได้รับการกระตุ้นความถนัดทางพหุปัญญา (เช่น ด้านภาษา ด้านมิติสัมพันธ์ ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว) ทำให้เกิดความมั่นใจ กล้าแสดงออกและมีทัศนคติเชิงบวกต่อวิชาภาษาอังกฤษอย่างยั่งยืน
4. ขั้นตอนการดำเนินงาน
4.1 ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis)
1. วิเคราะห์หลักสูตร: ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพื่อกำหนดขอบข่ายคำศัพท์เป้าหมาย
2. วิเคราะห์ผู้เรียน: ศึกษาสภาพปัญหาการสะกดคำของนักเรียนเป็นรายบุคคล และวิเคราะห์ความถนัดของนักเรียนตามทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligences) เพื่อนำข้อมูลมาออกแบบสื่อที่ตอบสนองความแตกต่างของผู้เรียน
4.2 ขั้นออกแบบและสร้างนวัตกรรม (Design and Creation)
1. การสร้างสื่อ "บัตรคำศัพท์ (Flashcards)": ออกแบบบัตรคำศัพท์ให้มีองค์ประกอบที่กระตุ้นปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ (Spatial Intelligence) เช่น
- ใช้สีที่แตกต่างกันเพื่อแยกประเภทของตัวอักษรอย่างชัดเจน (เช่น พยัญชนะต้น
สีดำ, สระสีแดง, ตัวสะกดสีน้ำเงิน)
- ใช้รูปภาพประกอบที่น่าสนใจ สื่อความหมายชัดเจน และมีขนาดตัวอักษรที่เหมาะสมกับวัย
2. การออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ (Active Learning + Phonics): จัดทำแผนการสอนที่เน้นให้
ผู้เรียนปฏิบัติจริง โดยบูรณาการวิธีสอนโฟนิกส์เข้ากับรูปแบบ 5Es และสอดแทรกกิจกรรมที่กระตุ้นปัญญาด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว (Bodily-Kinesthetic) เช่น เกมสะกดคำ หรือกิจกรรมจับคู่บัตรคำศัพท์
3. การสร้างเครื่องมือวัดผล: สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการสะกดคำ (Pre-test / Post-test) และแบบประเมินพฤติกรรมการมีส่วนร่วม
4. ขั้นตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ (Expert Review)
1. นำแผนการจัดการเรียนรู้ สื่อบัตรคำศัพท์ และแบบทดสอบ ไปให้ผู้เชี่ยวชาญหรือคณะครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ผ่านกระบวนการ PLC) ร่วมกันพิจารณาตรวจสอบความเที่ยงตรงของเนื้อหาและความเหมาะสมของกิจกรรม (ประเมินค่า IOC)
2. นำข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญและวง PLC มาปรับปรุงแก้ไขสื่อและแผนการสอนให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นก่อนนำไปใช้จริง
5. ขั้นนำไปทดลองใช้และปฏิบัติจริง (Implementation)
- นำนวัตกรรมที่ปรับปรุงแล้วไปจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
6. ขั้นประเมินผลและการสะท้อนคิด (Evaluation and Reflection)
- การวัดและประเมินผล: ทดสอบการสะกดคำหลังเรียน (Post-test) เพื่อเปรียบเทียบพัฒนาการ และประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดกิจกรรม
- การสะท้อนคิด (AAR - After Action Review): สรุปผลการจัดกิจกรรมและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของนักเรียน นำเข้าสู่วงประชุม PLC เพื่อร่วมกันถอดบทเรียน (Lessons Learned) วิเคราะห์จุดเด่นที่ควรพัฒนาต่อ และจุดที่ควรปรับปรุงเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับเนื้อหาหรือระดับชั้นอื่นๆ ต่อไป
ผลที่เกิดกับผู้เรียน (Impact on Students)นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 10 คน ที่คัดกรองจากระบบสำรวจแววความสามารถพิเศษ มีคะแนนทดสอบการสะกดคำภาษาอังกฤษ
หลังเรียนเฉลี่ย (X) เท่ากับ 18.20 คะแนน สูงกว่าก่อนเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยเพียง 8.20 คะแนน โดยมีร้อยละความก้าวหน้าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 50.00 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยวิธีโฟนิกส์ร่วมกับบัตรคำศัพท์ สามารถพัฒนาความสามารถของนักเรียนในการสะกดคำภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น