การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ
4 ส.ค. 2569
อ่าน 5 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
ศึกษาความรับผิดชอบของนักเรียนที่เรียนโดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นักเรียนที่เรียนโดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบมีความรับผิดชอบสูงขึ้น กลุ่มป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียน สกลนครพัฒนศึกษา อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 35 คน โดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) จากการศึกษาค้นคว้า สามารถสรุปผลการวิจัยได้ ดังต่อไปนี้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการเรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ มีความรับผิดชอบต่อการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 โดยนักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้สัญญาการเรียนมีความรับผิดชอบต่อการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยในประเทศของ คำเพียร ปราณีราช (2542 : 100)
รายละเอียดผลงาน
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
การจัดกระบวนการเรียนรู้เป็นหัวใจของการจัดการศึกษาเป็นกลไกที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพ มีเจตนารมณ์มุ่งพัฒนาชีวิตให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และ พัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีความเข้มแข็ง และมีดุลยภาพ 3 ด้าน คือ เป็นสังคมคุณภาพ สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ และสังคมสมานฉันท์ และเอื้ออาทรต่อกัน นอกจากนี้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 มาตรา 6 กำหนดให้การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. 2552 : 5)
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ต้องเรียนตลอด 12 ปีการศึกษา ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นกลุ่มสาระ การเรียนรู้ที่ประกอบมาจากหลายแขนงวิชามีลักษณะเป็นสหวิทยาการ โดยนำวิทยาการจากแขนง วิชาต่าง ๆ ในสาขาสังคมศาสตร์มาหลอมเข้าด้วยกัน ได้แก่ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ นิติศาสตร์ จริยธรรม ประชากรศึกษาสิ่งแวดล้อมศึกษา รัฐศาสตร์ สังคมวิทยา ปรัชญาและศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม จึงเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มุ่งส่งเสริมศักยภาพการเป็นพลเมืองดี โดยให้นักเรียน เกิดความเจริญงอกงามในด้านความรู้ทักษะกระบวนการ ด้านเจตคติ ค่านิยม ด้านการจัดการและการปฏิบัติ รู้จักการนำทักษะกระบวนการต่าง ๆ ใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างรอบคอบในการดำเนินชีวิตและการ มีส่วนร่วมในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในฐานะพลเมืองดีตลอดจนการนำความรู้ ทางจริยธรรม หลักธรรม ทางศาสนามาพัฒนาตนเองและสังคม ทำให้นักเรียนสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข (กรมวิชาการ. 2545 ก : 3–4)
การสอนโดยใช้สัญญาการเรียน (Learning Contracts) เป็นลักษณะการจัดการเรียนรู้แบบระบบส่วนบุคคลแบบหนึ่ง โดยการกำหนดการสอนเป็นไปตามเอกสารสัญญา แหล่งเรียน หลักฐานการเรียน การประเมินผลและการกำหนดเวลา ซึ่งมีการเรียนที่นักเรียนและผู้สอนร่วมกันกำหนดขึ้น ประกอบด้วย จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ ลำกับขั้นตอนการเรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง คือ ขั้นเตรียม ขั้นร่างสัญญา ขั้นทำกิจกรรมการเรียน และขึ้นประเมินผลการเรียน (บุญชม ศรีสะอาด. 2528 : 189) หลักการของสัญญาการเรียนอยู่ตรงที่ว่า นักเรียนเรียนด้วยความตั้งใจจริงมีประสิทธิภาพมากขึ้น รู้ว่า อะไรคือสิ่งที่เรียน จะเรียนอย่างไร ตามที่ผู้สอนและนักเรียนตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่าย อีกทั้งกระตุ้นให้นักเรียน เกิดความรับผิดชอบในการเรียนและรู้จักตัดสินใจด้วยตนเอง (สุปราณี ศรีคำใส. 2531 : 55 ; อ้างอิงมาจาก Willson and Gambreel. 1973 : 427)
การสอนโดยใช้สัญญาการเรียน (Learning Contracts) สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่จะต้องมีควบคู่กันไป คือ ความรับผิดชอบ เพราะทุกวันนี้สังคมเดือดร้อน วุ่นวายสาเหตุหนึ่งก็เกิดจากการขาดความรับผิดชอบ ขาดความรับผิดชอบตั้งแต่ตนเอง ครอบครัว การศึกษา หน้าที่การงาน และสังคมโดยรวม อีกทั้งการปลูกฝังความรับผิดชอบตั้งแต่ในวัยเรียน จะเป็นการเริ่มสร้างความตระหนักเพื่อนำไปสู่พฤติกรรมความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและสังคมตั้งแต่ในวัยเด็กโดยการปลูกความรับผิดชอบในวัยเด็กนั้นอาจจะเริ่มจากการปลูกฝังในเรื่องพื้นฐาน อาทิ ความรับผิดในการทำงานที่ได้รับหมอบหมาย การส่งการบ้านตรงตามเวลาที่กำหนด รวมทั้งการมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม จนเป็นพื้นฐานเพื่อนำไปสู่การรับผิดชอบในเรื่องที่ใหญ่มากขึ้น จนกระทั่งนักเรียนเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะกลายเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป การปลูกฝังความรับผิดชอบจึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายควรช่วยกันรณรงค์ ความรับผิดชอบจึงมีความสำคัญและจำเป็นต้องปลูกฝังให้แก่เด็ก เพราะความรับผิดชอบเป็นเสมือนรากฐานที่สำคัญที่จะทำให้กิจการต่างสำเร็จลุล่วงช่วยให้การอยู่ร่วมกันในสังคมเป็นไปอย่างราบรื่นและสงบสุข (จรรยา สุวรรณทัตและดวงเดือน พันธุมนาวิน. 2512 : 24) การปลูกฝังความรับผิดชอบควรปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็กมาเรื่อยๆ จนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่ จนบ่มเพาะให้เป็นส่วนหนึ่งของบุคลิกภาพอันพึงประสงค์ของบุคคล เช่น ฝึกให้เด็กมีความรับผิดชอบในการทำงานบ้านช่วยเหลือพ่อแม่ รับผิดชอบต่อการเรียน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้เด็กมีการพัฒนาความรับผิดชอบยิ่งๆ ขึ้นไป ความรับผิดชอบจึงเป็นคุณลักษณะหนึ่งที่จำเป็นต้องปลูกฝังให้เกิดกับทุกคน (กรมศาสนา. 2525 : 2)
จากหลักการและเหตุผลดังกล่าว ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน เพื่อศึกษาความสามารถและทักษะการเรียนรู้ และเกิดความรับผิดชอบในที่สุด อีกทั้งยังเป็นวิธีการปลูกฝัง ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมให้กับนักเรียนอีกด้วย ผู้วิจัยจึงเลือกศึกษานักเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสกลนครพัฒนศึกษา อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ต่อไป
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาความรับผิดชอบของนักเรียนที่เรียนโดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. นักเรียนที่เรียนโดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบมีความรับผิดชอบสูงขึ้น
วิธีการดำเนินการวิจัย
1. กลุ่มป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียน สกลนครพัฒนศึกษา อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 35 คน โดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling)
2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการครั้งนี้มี 3 ชนิด ประกอบด้วย
2.1 แผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 3 แผน รวมเวลา 6 ชั่วโมง
2.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เป็นแบบเลือกตอบชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ
2.3 แบบวัดความรับผิดชอบของนักเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ ผู้วิจัยสร้างขึ้น จำนวน 20 ข้อ
3. การเก็บรวบรวมข้อมูล การศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้
3.1 อธิบายถึงจุดประสงค์และจุดมุ่งหมายในการศึกษาค้นคว้าให้นักเรียนเข้าใจถึงจุดประสงค์ เพื่อให้การเรียนการสอนได้ดำเนินไปตามปกติเหมือนที่นักเรียนเคยปฏิบัติมา
3.2 ทดสอบก่อนเรียนกับกลุ่มตัวอย่างด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระ การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และบันทึกผลการสอบไว้ใช้เป็นคะแนนสอบก่อนเรียนสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล
3.3 ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยผู้วิจัยเป็นผู้สอน รวมทั้งหมด 3 แผน 6 ชั่วโมง
3.3.1 แผนการจัดการเรียนรู้แผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ ในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นใช้เวลา 6 ชั่วโมง มีกิจกรรมการเรียน การสอนตามลำดับดังนี้
3.3.1.1 ขั้นเตรียม ดำเนินการตามลำดับขั้นตอนดังนี้
- ครูแนะนำการเรียนโดยใช้สัญญาการเรียน พร้อมกับแนะนำให้นักเรียนทราบเกี่ยวกับลักษณะการเรียนโดยใช้สัญญาการเรียน ขั้นตอนการเรียนรู้ องค์ประกอบของสัญญาการเรียน ระยะเวลาที่ใช้ของสัญญาการเรียน และเหตุผลสำคัญที่ทำให้การเรียนการโดยใช้สัญญาการเรียนประสบความสำเร็จ
- ครูแนะนำบทเรียนสัญญาการเรียน พร้อมกับ แนะนำบทเรียน เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ ให้ผู้เรียนทราบเกี่ยวกับหัวข้อเนื้อหาต่าง ๆ จุดประสงค์การเรียนรู้ แหล่งเรียน เอกสารประกอบบทเรียน และแบบทดสอบย่อย
- ทำแบบทดสอบย่อยก่อนเรียน และตรวจให้คะแนนพร้อมกับแจ้งให้ทราบ เป็นรายจุดประสงค์
3.3.1.2 ขั้นร่างสัญญา ผู้เรียนร่างสัญญาในรูปแบบสัญญาการเรียน ให้ครอบคลุมจุดประสงค์ โดยผู้เรียนวางแผนไว้ว่าจะเลือกใช้แหล่งเรียน หลักฐานการเรียน การวัดและการประเมินผลอย่างไร ให้อยู่ภายในขอบเขตที่ผู้สอนกำหนดไว้ โดยผู้เรียนสามารถปรึกษาผู้สอนได้ถ้าต้องการความช่วยเหลือ
3.3.1.3 ขั้นตกลงสัญญา ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันพิจารณาตกลงสัญญาการเรียนตามร่างสัญญาการเรียนที่ผู้เรียนเสนอ โดยยึดหลักเกณฑ์การพิจารณาสัญญาการเรียนของ บุญชม ศรีสะอาด (2528 : 195 – 196) ถ้าร่างสัญญาที่เสนอไม่เป็นไปตามเกณฑ์ให้นักเรียนปรับปรุงใหม่ เมื่อเป็นไปตามเกณฑ์แล้ว ผู้เรียนเขียนผลการเจรจาตกลงในรูปแบบสัญญาการเรียนฉบับใหม่ และทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อลงในสัญญาดังกล่าว พร้อมทั้งทำสำเนาและเก็บไว้ฝ่ายละหนึ่งชุด
3.3.1.4 ขั้นทำกิจกรรมการเรียน ผู้เรียนจะใช้สัญญาการเรียนเป็นแนวทางโดยปฏิบัติตามกิจกรรมที่กำหนดไว้ เมื่อพบปัญหาและแนวทางที่เหมาะสมกว่าก็อาจตกลงทำสัญญาใหม่ได้ ซึ่งในกิจกรรม การเรียน เป็นลักษณะการเสนอประสบการณ์ต่าง ๆ จนผู้เรียนเกิดความคิดรวบยอด แล้วจึงให้ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้ไปแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ
3.3.1.5 ขั้นวัดและประเมินผลการเรียนรู้
- ผู้เรียนส่งหลักฐานการเรียนรู้ ซึ่งประกอบด้วยใบงานและกระดาษ คำตอบบทเรียนสำเร็จรูป หรือหลักฐานอื่นเพิ่มเติมที่ได้ระบุไว้ในสัญญา โดยจะต้องส่งหลักฐานในชั่วโมงที่ทำกิจกรรมนั้นๆ หรือถ้าไม่เรียบร้อยให้ฝากผู้สอนไว้ แล้วมาทำต่อในคาบถัดไปถ้านักเรียนตอบคำถามในบทเรียนสำเร็จรูป และแก้ไขให้ถูกต้องตามเฉลย ถือว่าผ่าน ถ้าไม่ผ่านให้กลับไปศึกษาใหม่
- ผู้เรียนที่ผ่านการประเมิน ให้รับแบบทดสอบย่อยหลังเรียน จากผู้สอน แล้วทำข้อสอบให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด ผู้สอนเป็นผู้ตรวจ ถ้านักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ในจุดประสงค์ใด ให้กลับไปทำสัญญาฉบับใหม่ เฉพาะจุดประสงค์นั้น ๆ สำหรับนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ ให้ทำกิจกรรมการเรียนต่อไป ตามสัญญา ดังตาราง 1
ตาราง 1 การดำเนินการตามแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวนชั่วโมง เรื่อง
- 1 Pre-test
1 1 ความหมายของการผลิตสินค้าและบริการ
2 1 หลักการและความสำคัญของการผลิตสินค้าและบริการ
3 2 ปัจจัยการผลิตสินค้าและบริการ
- 1 Post-test
รวม 6
4. การวิเคราะห์ข้อมูล
1. วิเคราะห์เปรียบเทียบความรับผิดชอบของนักเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้สถิติ t-test (Dependent Samples)
5. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
วิเคราะห์เปรียบเทียบความรับผิดชอบของนักเรียนที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ดังตาราง 2
ตาราง 2 เปรียบเทียบความรับผิดชอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
คะแนน n X ̅ S.D. ∑D ∑D2 (∑D2) t
ก่อนเรียน 49 16.24 0.87 136 466 18496 13.98
หลังเรียน 49 37.18 0.83
* มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (df=49 t ตาราง = 2.405)
จากตาราง 2 พบว่า ความรับผิดชอบของนักเรียนหลังเรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
ผลการวิจัย
จากการศึกษาค้าคว้า สามารถสรุปผลการวิจัยได้ ดังต่อไปนี้
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการเรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ มีความรับผิดชอบต่อการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 โดยนักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้สัญญาการเรียนมีความรับผิดชอบต่อการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยในประเทศของ คำเพียร ปราณีราช (2542 : 100) ได้ทำการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเจตคติ และความรับผิดชอบต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนโดยการใช้สัญญาการเรียนกับการสอนตามคู่มือครู แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 โดยก่อนการทดลองทั้งสองกลุ่มมีเจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์อยู่ในระดับปานกลาง และหลังการทดลองทั้งสองกลุ่มมีเจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ อยู่ใน ระดับดี ส่วนความรับผิดชอบทั้งสองกลุ่มมีความรับผิดชอบต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์อยู่ในระดับดี
ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะทั่วไป
1. แผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ ควรมีกิจกรรม ที่หลากหลายเพื่อให้นักเรียนได้เลือกทำและปฏิบัติ เพราะจะทำให้นักเรียนนั้นมีกระบวนการคิดและพัฒนาต่อยอดการเรียนรู้ได้อย่างง่าย
2. ควรมีการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาความรับผิดชอบ โดยการสอนแบบสัญญาการเรียนกับกลุ่มตัวอย่างอื่นๆ และพื้นที่อื่นๆ ต่อไป เพราะจะทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่าง มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล
การจัดกระบวนการเรียนรู้เป็นหัวใจของการจัดการศึกษาเป็นกลไกที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพ มีเจตนารมณ์มุ่งพัฒนาชีวิตให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และ พัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีความเข้มแข็ง และมีดุลยภาพ 3 ด้าน คือ เป็นสังคมคุณภาพ สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ และสังคมสมานฉันท์ และเอื้ออาทรต่อกัน นอกจากนี้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 มาตรา 6 กำหนดให้การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. 2552 : 5)
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ต้องเรียนตลอด 12 ปีการศึกษา ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นกลุ่มสาระ การเรียนรู้ที่ประกอบมาจากหลายแขนงวิชามีลักษณะเป็นสหวิทยาการ โดยนำวิทยาการจากแขนง วิชาต่าง ๆ ในสาขาสังคมศาสตร์มาหลอมเข้าด้วยกัน ได้แก่ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ นิติศาสตร์ จริยธรรม ประชากรศึกษาสิ่งแวดล้อมศึกษา รัฐศาสตร์ สังคมวิทยา ปรัชญาและศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม จึงเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มุ่งส่งเสริมศักยภาพการเป็นพลเมืองดี โดยให้นักเรียน เกิดความเจริญงอกงามในด้านความรู้ทักษะกระบวนการ ด้านเจตคติ ค่านิยม ด้านการจัดการและการปฏิบัติ รู้จักการนำทักษะกระบวนการต่าง ๆ ใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างรอบคอบในการดำเนินชีวิตและการ มีส่วนร่วมในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในฐานะพลเมืองดีตลอดจนการนำความรู้ ทางจริยธรรม หลักธรรม ทางศาสนามาพัฒนาตนเองและสังคม ทำให้นักเรียนสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข (กรมวิชาการ. 2545 ก : 3–4)
การสอนโดยใช้สัญญาการเรียน (Learning Contracts) เป็นลักษณะการจัดการเรียนรู้แบบระบบส่วนบุคคลแบบหนึ่ง โดยการกำหนดการสอนเป็นไปตามเอกสารสัญญา แหล่งเรียน หลักฐานการเรียน การประเมินผลและการกำหนดเวลา ซึ่งมีการเรียนที่นักเรียนและผู้สอนร่วมกันกำหนดขึ้น ประกอบด้วย จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ ลำกับขั้นตอนการเรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง คือ ขั้นเตรียม ขั้นร่างสัญญา ขั้นทำกิจกรรมการเรียน และขึ้นประเมินผลการเรียน (บุญชม ศรีสะอาด. 2528 : 189) หลักการของสัญญาการเรียนอยู่ตรงที่ว่า นักเรียนเรียนด้วยความตั้งใจจริงมีประสิทธิภาพมากขึ้น รู้ว่า อะไรคือสิ่งที่เรียน จะเรียนอย่างไร ตามที่ผู้สอนและนักเรียนตกลงร่วมกันทั้งสองฝ่าย อีกทั้งกระตุ้นให้นักเรียน เกิดความรับผิดชอบในการเรียนและรู้จักตัดสินใจด้วยตนเอง (สุปราณี ศรีคำใส. 2531 : 55 ; อ้างอิงมาจาก Willson and Gambreel. 1973 : 427)
การสอนโดยใช้สัญญาการเรียน (Learning Contracts) สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่จะต้องมีควบคู่กันไป คือ ความรับผิดชอบ เพราะทุกวันนี้สังคมเดือดร้อน วุ่นวายสาเหตุหนึ่งก็เกิดจากการขาดความรับผิดชอบ ขาดความรับผิดชอบตั้งแต่ตนเอง ครอบครัว การศึกษา หน้าที่การงาน และสังคมโดยรวม อีกทั้งการปลูกฝังความรับผิดชอบตั้งแต่ในวัยเรียน จะเป็นการเริ่มสร้างความตระหนักเพื่อนำไปสู่พฤติกรรมความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและสังคมตั้งแต่ในวัยเด็กโดยการปลูกความรับผิดชอบในวัยเด็กนั้นอาจจะเริ่มจากการปลูกฝังในเรื่องพื้นฐาน อาทิ ความรับผิดในการทำงานที่ได้รับหมอบหมาย การส่งการบ้านตรงตามเวลาที่กำหนด รวมทั้งการมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม จนเป็นพื้นฐานเพื่อนำไปสู่การรับผิดชอบในเรื่องที่ใหญ่มากขึ้น จนกระทั่งนักเรียนเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะกลายเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป การปลูกฝังความรับผิดชอบจึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายควรช่วยกันรณรงค์ ความรับผิดชอบจึงมีความสำคัญและจำเป็นต้องปลูกฝังให้แก่เด็ก เพราะความรับผิดชอบเป็นเสมือนรากฐานที่สำคัญที่จะทำให้กิจการต่างสำเร็จลุล่วงช่วยให้การอยู่ร่วมกันในสังคมเป็นไปอย่างราบรื่นและสงบสุข (จรรยา สุวรรณทัตและดวงเดือน พันธุมนาวิน. 2512 : 24) การปลูกฝังความรับผิดชอบควรปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็กมาเรื่อยๆ จนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่ จนบ่มเพาะให้เป็นส่วนหนึ่งของบุคลิกภาพอันพึงประสงค์ของบุคคล เช่น ฝึกให้เด็กมีความรับผิดชอบในการทำงานบ้านช่วยเหลือพ่อแม่ รับผิดชอบต่อการเรียน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้เด็กมีการพัฒนาความรับผิดชอบยิ่งๆ ขึ้นไป ความรับผิดชอบจึงเป็นคุณลักษณะหนึ่งที่จำเป็นต้องปลูกฝังให้เกิดกับทุกคน (กรมศาสนา. 2525 : 2)
จากหลักการและเหตุผลดังกล่าว ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน เพื่อศึกษาความสามารถและทักษะการเรียนรู้ และเกิดความรับผิดชอบในที่สุด อีกทั้งยังเป็นวิธีการปลูกฝัง ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมให้กับนักเรียนอีกด้วย ผู้วิจัยจึงเลือกศึกษานักเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสกลนครพัฒนศึกษา อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ต่อไป
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาความรับผิดชอบของนักเรียนที่เรียนโดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. นักเรียนที่เรียนโดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบมีความรับผิดชอบสูงขึ้น
วิธีการดำเนินการวิจัย
1. กลุ่มป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียน สกลนครพัฒนศึกษา อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 35 คน โดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling)
2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการครั้งนี้มี 3 ชนิด ประกอบด้วย
2.1 แผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 3 แผน รวมเวลา 6 ชั่วโมง
2.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เป็นแบบเลือกตอบชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ
2.3 แบบวัดความรับผิดชอบของนักเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ ผู้วิจัยสร้างขึ้น จำนวน 20 ข้อ
3. การเก็บรวบรวมข้อมูล การศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้
3.1 อธิบายถึงจุดประสงค์และจุดมุ่งหมายในการศึกษาค้นคว้าให้นักเรียนเข้าใจถึงจุดประสงค์ เพื่อให้การเรียนการสอนได้ดำเนินไปตามปกติเหมือนที่นักเรียนเคยปฏิบัติมา
3.2 ทดสอบก่อนเรียนกับกลุ่มตัวอย่างด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระ การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และบันทึกผลการสอบไว้ใช้เป็นคะแนนสอบก่อนเรียนสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล
3.3 ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยผู้วิจัยเป็นผู้สอน รวมทั้งหมด 3 แผน 6 ชั่วโมง
3.3.1 แผนการจัดการเรียนรู้แผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ ในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นใช้เวลา 6 ชั่วโมง มีกิจกรรมการเรียน การสอนตามลำดับดังนี้
3.3.1.1 ขั้นเตรียม ดำเนินการตามลำดับขั้นตอนดังนี้
- ครูแนะนำการเรียนโดยใช้สัญญาการเรียน พร้อมกับแนะนำให้นักเรียนทราบเกี่ยวกับลักษณะการเรียนโดยใช้สัญญาการเรียน ขั้นตอนการเรียนรู้ องค์ประกอบของสัญญาการเรียน ระยะเวลาที่ใช้ของสัญญาการเรียน และเหตุผลสำคัญที่ทำให้การเรียนการโดยใช้สัญญาการเรียนประสบความสำเร็จ
- ครูแนะนำบทเรียนสัญญาการเรียน พร้อมกับ แนะนำบทเรียน เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ ให้ผู้เรียนทราบเกี่ยวกับหัวข้อเนื้อหาต่าง ๆ จุดประสงค์การเรียนรู้ แหล่งเรียน เอกสารประกอบบทเรียน และแบบทดสอบย่อย
- ทำแบบทดสอบย่อยก่อนเรียน และตรวจให้คะแนนพร้อมกับแจ้งให้ทราบ เป็นรายจุดประสงค์
3.3.1.2 ขั้นร่างสัญญา ผู้เรียนร่างสัญญาในรูปแบบสัญญาการเรียน ให้ครอบคลุมจุดประสงค์ โดยผู้เรียนวางแผนไว้ว่าจะเลือกใช้แหล่งเรียน หลักฐานการเรียน การวัดและการประเมินผลอย่างไร ให้อยู่ภายในขอบเขตที่ผู้สอนกำหนดไว้ โดยผู้เรียนสามารถปรึกษาผู้สอนได้ถ้าต้องการความช่วยเหลือ
3.3.1.3 ขั้นตกลงสัญญา ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันพิจารณาตกลงสัญญาการเรียนตามร่างสัญญาการเรียนที่ผู้เรียนเสนอ โดยยึดหลักเกณฑ์การพิจารณาสัญญาการเรียนของ บุญชม ศรีสะอาด (2528 : 195 – 196) ถ้าร่างสัญญาที่เสนอไม่เป็นไปตามเกณฑ์ให้นักเรียนปรับปรุงใหม่ เมื่อเป็นไปตามเกณฑ์แล้ว ผู้เรียนเขียนผลการเจรจาตกลงในรูปแบบสัญญาการเรียนฉบับใหม่ และทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อลงในสัญญาดังกล่าว พร้อมทั้งทำสำเนาและเก็บไว้ฝ่ายละหนึ่งชุด
3.3.1.4 ขั้นทำกิจกรรมการเรียน ผู้เรียนจะใช้สัญญาการเรียนเป็นแนวทางโดยปฏิบัติตามกิจกรรมที่กำหนดไว้ เมื่อพบปัญหาและแนวทางที่เหมาะสมกว่าก็อาจตกลงทำสัญญาใหม่ได้ ซึ่งในกิจกรรม การเรียน เป็นลักษณะการเสนอประสบการณ์ต่าง ๆ จนผู้เรียนเกิดความคิดรวบยอด แล้วจึงให้ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้ไปแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ
3.3.1.5 ขั้นวัดและประเมินผลการเรียนรู้
- ผู้เรียนส่งหลักฐานการเรียนรู้ ซึ่งประกอบด้วยใบงานและกระดาษ คำตอบบทเรียนสำเร็จรูป หรือหลักฐานอื่นเพิ่มเติมที่ได้ระบุไว้ในสัญญา โดยจะต้องส่งหลักฐานในชั่วโมงที่ทำกิจกรรมนั้นๆ หรือถ้าไม่เรียบร้อยให้ฝากผู้สอนไว้ แล้วมาทำต่อในคาบถัดไปถ้านักเรียนตอบคำถามในบทเรียนสำเร็จรูป และแก้ไขให้ถูกต้องตามเฉลย ถือว่าผ่าน ถ้าไม่ผ่านให้กลับไปศึกษาใหม่
- ผู้เรียนที่ผ่านการประเมิน ให้รับแบบทดสอบย่อยหลังเรียน จากผู้สอน แล้วทำข้อสอบให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด ผู้สอนเป็นผู้ตรวจ ถ้านักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ในจุดประสงค์ใด ให้กลับไปทำสัญญาฉบับใหม่ เฉพาะจุดประสงค์นั้น ๆ สำหรับนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ ให้ทำกิจกรรมการเรียนต่อไป ตามสัญญา ดังตาราง 1
ตาราง 1 การดำเนินการตามแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวนชั่วโมง เรื่อง
- 1 Pre-test
1 1 ความหมายของการผลิตสินค้าและบริการ
2 1 หลักการและความสำคัญของการผลิตสินค้าและบริการ
3 2 ปัจจัยการผลิตสินค้าและบริการ
- 1 Post-test
รวม 6
4. การวิเคราะห์ข้อมูล
1. วิเคราะห์เปรียบเทียบความรับผิดชอบของนักเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้สถิติ t-test (Dependent Samples)
5. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
วิเคราะห์เปรียบเทียบความรับผิดชอบของนักเรียนที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ดังตาราง 2
ตาราง 2 เปรียบเทียบความรับผิดชอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
คะแนน n X ̅ S.D. ∑D ∑D2 (∑D2) t
ก่อนเรียน 49 16.24 0.87 136 466 18496 13.98
หลังเรียน 49 37.18 0.83
* มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (df=49 t ตาราง = 2.405)
จากตาราง 2 พบว่า ความรับผิดชอบของนักเรียนหลังเรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
ผลการวิจัย
จากการศึกษาค้าคว้า สามารถสรุปผลการวิจัยได้ ดังต่อไปนี้
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการเรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ เรื่อง การผลิตสินค้าและบริการ มีความรับผิดชอบต่อการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 โดยนักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้สัญญาการเรียนมีความรับผิดชอบต่อการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยในประเทศของ คำเพียร ปราณีราช (2542 : 100) ได้ทำการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเจตคติ และความรับผิดชอบต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนโดยการใช้สัญญาการเรียนกับการสอนตามคู่มือครู แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01 โดยก่อนการทดลองทั้งสองกลุ่มมีเจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์อยู่ในระดับปานกลาง และหลังการทดลองทั้งสองกลุ่มมีเจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ อยู่ใน ระดับดี ส่วนความรับผิดชอบทั้งสองกลุ่มมีความรับผิดชอบต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์อยู่ในระดับดี
ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะทั่วไป
1. แผนการจัดการเรียนรู้พัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยใช้สัญญาการเรียน ที่ส่งเสริมความรับผิดชอบ ควรมีกิจกรรม ที่หลากหลายเพื่อให้นักเรียนได้เลือกทำและปฏิบัติ เพราะจะทำให้นักเรียนนั้นมีกระบวนการคิดและพัฒนาต่อยอดการเรียนรู้ได้อย่างง่าย
2. ควรมีการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาความรับผิดชอบ โดยการสอนแบบสัญญาการเรียนกับกลุ่มตัวอย่างอื่นๆ และพื้นที่อื่นๆ ต่อไป เพราะจะทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่าง มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น