นวัตกรรม PLAY BOX มหัศจรรย์ : กล่องกิจกรรมบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการนับและการเรียงลำดับ ของนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2
4 ส.ค. 2569
อ่าน 5 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
เรื่อง PLAY BOX มหัศจรรย์ : กล่องกิจกรรมบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง การนับและการเรียงลำดับ ของนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนชุมชนวัดท่าเดื่อ
ผู้ศึกษา นางสาวนครินทร์ เรือนแก้ว
สาขาวิชา การศึกษาปฐมวัย
ปีการศึกษา 2569
บทคัดย่อ
การพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ด้านการนับและการเรียงลำดับของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ส่งเสริมการคิด การลงมือปฏิบัติ การทำงานร่วมกัน และเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียน 22 คน เครื่องมือประกอบด้วย PLAY BOX 5 ฐาน แผนกิจกรรม แบบสังเกต และแบบทดสอบก่อน–หลังเรียนเรื่องละ 5 คะแนน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ร้อยละ และผลต่างคะแนน
ผลการใช้พบว่า คะแนนเฉลี่ยการนับเพิ่มจาก 2.27 เป็น 4.73 คะแนน และการเรียงลำดับเพิ่มจาก 2.00 เป็น 4.09 คะแนน คะแนนรวมเพิ่มจาก 4.27 เป็น 8.82 คะแนน หรือจากร้อยละ 42.73 เป็น 88.18 เพิ่มขึ้น 45.45 จุดร้อยละ ผู้เรียน 19 คน (ร้อยละ 86.36) มีคะแนนรวมสูงขึ้น 2 คน (ร้อย
ผู้ศึกษา นางสาวนครินทร์ เรือนแก้ว
สาขาวิชา การศึกษาปฐมวัย
ปีการศึกษา 2569
บทคัดย่อ
การพัฒนานวัตกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ด้านการนับและการเรียงลำดับของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 ส่งเสริมการคิด การลงมือปฏิบัติ การทำงานร่วมกัน และเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียน 22 คน เครื่องมือประกอบด้วย PLAY BOX 5 ฐาน แผนกิจกรรม แบบสังเกต และแบบทดสอบก่อน–หลังเรียนเรื่องละ 5 คะแนน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ร้อยละ และผลต่างคะแนน
ผลการใช้พบว่า คะแนนเฉลี่ยการนับเพิ่มจาก 2.27 เป็น 4.73 คะแนน และการเรียงลำดับเพิ่มจาก 2.00 เป็น 4.09 คะแนน คะแนนรวมเพิ่มจาก 4.27 เป็น 8.82 คะแนน หรือจากร้อยละ 42.73 เป็น 88.18 เพิ่มขึ้น 45.45 จุดร้อยละ ผู้เรียน 19 คน (ร้อยละ 86.36) มีคะแนนรวมสูงขึ้น 2 คน (ร้อย
รายละเอียดผลงาน
ชื่อนวัตกรรม PLAY BOX มหัศจรรย์ : กล่องกิจกรรมบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการนับและการเรียงลำดับ ของนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2
ความเป็นมาและความสำคัญของการพัฒนานวัตกรรม
คณิตศาสตร์เป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้และการใช้ชีวิตประจำวัน เด็กปฐมวัยควรได้รับการส่งเสริมให้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง การเล่น การสำรวจ และการทดลอง ตามแนวทางของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2560 ซึ่งเน้นการจัดประสบการณ์ที่สอดคล้องกับพัฒนาการและความแตกต่างระหว่างบุคคล
คณิตศาสตร์เป็นวิชาของการคิดอย่างมีเหตุผลการศึกษาอย่างสม่ำเสมอและใช้กระบวนการคิดที่ถูกต้องของการเรียนคณิตศาสตร์จะสร้างให้เด็กเกิดความสามารถพื้นฐานในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ต้องปลูกฝังตั้งแต่ปฐมวัยเนื่องจากคณิตศาสตร์เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของมนุษย์ถ้าหากมองไปรอบๆตัวจะเห็นว่าชีวิตเกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์อย่างมากสังเกตในการเล่นและการพูดคุยของเด็กมักจะมีเรื่องคณิตศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันอยู่เสมอ (นิตยา ประพฤติกิจ 2541:4)
การเรียนรู้คณิตศาสตร์สําหรับเด็กปฐมวัย มุ่งหวังให้เด็กทุกคนได้เตรียม ความพร้อมด้านต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์ อันเป็นพื้นฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ในชั้นประถมศึกษา โดยกําหนดสาระหลักที่จําเป็นสําหรับเด็ก ได้แก่ เรื่องจํานวนตัวเลข การรวมกลุ่ม การแยกกลุ่ม การวัดความยาว น้ำหนัก รูปทรงเรขาคณิตสามมิติ แบบรูปและความสัมพันธ์ การเก็บรวบรวมข้อมูล และการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และการนําเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์ และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (สถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2553 : 2-3) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ เชวง ซ้อนบุญ (2554 : 21) ที่กล่าวว่า คณิตศาสตร์มีความสําคัญยิ่งสําหรับเด็กปฐมวัยเพราะคณิตศาสตร์เกี่ยวข้องกับ ชีวิตประจําวันของเด็กแทบทั้งสิ้น เช่น จํานวนตัวเลข เวลา การวัด ตําแหน่ง เป็นต้น การจัด ประสบการณ์ที่เหมาะสมกับพัฒนาการและความสนใจของเด็กจะช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กได้รับ ความสําเร็จในการเรียนคณิตศาสตร์เพราะประสบการณ์ที่ได้รับสามารถนําไปใช้ในอนาคตได้อย่างมี ประสิทธิภาพต่อไป
จากการสังเกตเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 พบว่า เด็กบางส่วนยังมีปัญหาในการนับจำนวน การเปรียบเทียบจำนวน การเรียงลำดับ การจำแนกรูปทรง และการสังเกตรูปแบบ ทำให้การเรียนรู้คณิตศาสตร์ยังไม่ต่อเนื่องและขาดความสนใจ ดังนั้น ผู้จัดทำจึงพัฒนานวัตกรรม PLAY BOX มหัศจรรย์ : กล่องกิจกรรมบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการนับและการเรียงลำดับ ของนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ซึ่งเป็นกล่องกิจกรรมที่รวบรวมเกมการศึกษา สื่อประดิษฐ์ ของเล่น และกิจกรรมฐานการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-Based Learning) ควบคู่กับ Active Learning โดยใช้สื่อที่หลากหลาย ส่งเสริมการคิด การสังเกต การเปรียบเทียบ และการแก้ปัญหา ทำให้เด็กสามารถพัฒนาทักษะการนับและการเรียงลำดับได้อย่างเป็นรูปธรรม
วัตถุประสงค์ของการพัฒนานวัตกรรม
1. เพื่อพัฒนาทักษะการนับจำนวน 1–10 ของเด็กอนุบาลปีที่ 2
2. เพื่อพัฒนาทักษะการเรียงลำดับจำนวนจากน้อยไปมากและมากไปน้อย
3. เพื่อพัฒนาทักษะการเรียงลำดับสิ่งของตามลักษณะต่าง ๆ
• เล็ก → ใหญ่
• สั้น → ยาว
• เตี้ย → สูง
4. เพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ผ่านการเล่น
5. เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีความสนใจและมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนคณิตศาสตร์
เป้าหมายของการพัฒนานวัตกรรม
เชิงปริมาณ
นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 จำนวน 22 คน
ร้อยละ 80 มีผลการประเมินผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป
________________________________________
เชิงคุณภาพ
นักเรียนสามารถ
• นับจำนวนได้ถูกต้อง
• จับคู่จำนวนกับสิ่งของได้
• เรียงลำดับจำนวนได้
• เรียงลำดับสิ่งของได้
• กล้าแสดงออก
• ทำงานร่วมกับเพื่อนได้
ระยะเวลา
เดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 2569 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
หลักการ ทฤษฎี แนวคิดในการพัฒนา
ขั้นตอนหรือวิธีการ สร้าง/พัฒนานวัตกรรม
ขั้นที่ 1 วิเคราะห์ปัญหาและความต้องการ
1.1 ศึกษาหลักสูตรและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ผู้พัฒนานวัตกรรมดำเนินการดังนี้
• ศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560
• ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัยของโรงเรียน
• วิเคราะห์มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์สำหรับเด็กอายุ 4–5 ปี
• วิเคราะห์สาระการเรียนรู้เกี่ยวกับจำนวน การนับ การเปรียบเทียบ และการเรียงลำดับ
• ศึกษาหลักการจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ
• ศึกษาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
o การเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-Based Learning)
o การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
o การเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ (Learning by Doing)
o แนวคิดมอนเตสซอรี (Montessori)
o สะเต็มศึกษาระดับปฐมวัย (STEM Education)
o การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการทำงานของสมอง (Brain-Based Learning: BBL)
จากการศึกษาพบว่า เด็กปฐมวัยควรเรียนรู้คณิตศาสตร์ผ่านการเล่น การหยิบจับสื่อ การทดลอง การสังเกต การเปรียบเทียบ และการลงมือทำด้วยตนเอง ไม่ควรเน้นการท่องจำหรือทำแบบฝึกหัดเพียงอย่างเดียว
1.2 วิเคราะห์ผู้เรียน
ศึกษาข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนอนุบาลปีที่ 2 ทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม โดยพิจารณาในด้านต่าง ๆ ได้แก่
• อายุและระดับพัฒนาการของนักเรียน
• ความพร้อมด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม และร่างกาย
• ความสามารถในการนับจำนวน
• ความสามารถในการจับคู่สิ่งของกับจำนวนแบบหนึ่งต่อหนึ่ง
• ความสามารถในการเชื่อมโยงจำนวนกับสัญลักษณ์ตัวเลข
• ความสามารถในการเปรียบเทียบจำนวน
• ความสามารถในการเรียงลำดับวัตถุหรือเหตุการณ์
• ความสนใจและระยะเวลาในการจดจ่อทำกิจกรรม
• ความสามารถในการสื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่น
• ความแตกต่างระหว่างบุคคล
เครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์ผู้เรียน ได้แก่
• แบบสังเกตพฤติกรรม
• แบบประเมินพัฒนาการ
• แบบทดสอบก่อนเรียน
• การสัมภาษณ์และสนทนากับนักเรียน
• การตรวจผลงานและชิ้นงานเดิม
• การสอบถามข้อมูลจากครูประจำชั้นและผู้ปกครอง
1.3 สำรวจและกำหนดปัญหา
ครูสังเกตการจัดประสบการณ์และสำรวจความสามารถทางคณิตศาสตร์ของนักเรียน พบปัญหาที่สำคัญ เช่น
• นักเรียนบางคนนับเลขแบบท่องจำ แต่ยังไม่เข้าใจความหมายของจำนวน
• นับข้ามจำนวนหรือนับสิ่งของซ้ำ
• ไม่สามารถจับคู่สิ่งของกับคำจำนวนแบบหนึ่งต่อหนึ่งได้
• สับสนระหว่างจำนวนกับสัญลักษณ์ตัวเลข
• ยังเรียงลำดับจำนวนจากน้อยไปมากหรือมากไปน้อยไม่ได้
• เรียงลำดับสิ่งของตามขนาด ความยาว หรือความสูงได้ไม่ถูกต้อง
• ขาดความมั่นใจและไม่กล้าตอบคำถาม
• มีช่วงความสนใจสั้นและเบื่อง่าย
1.4 วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา
นำข้อมูลจากการสังเกต แบบประเมิน และแบบทดสอบมาวิเคราะห์ พบว่าสาเหตุอาจเกิดจาก
• นักเรียนมีประสบการณ์พื้นฐานทางคณิตศาสตร์แตกต่างกัน
• กิจกรรมเน้นการบอกหรือการทำใบงานมากกว่าการเล่น
• นักเรียนไม่ได้หยิบจับและนับสิ่งของจริงอย่างต่อเนื่อง
1.5 กำหนดเป้าหมายการพัฒนา
กำหนดเป้าหมายให้นักเรียนสามารถ
1. นับจำนวนสิ่งของ 1–10 ได้อย่างถูกต้อง
2. จับคู่สิ่งของกับจำนวนแบบหนึ่งต่อหนึ่งได้
3. เชื่อมโยงจำนวนสิ่งของกับสัญลักษณ์ตัวเลขได้
4. เปรียบเทียบจำนวนมากกว่า น้อยกว่า และเท่ากันได้
5. เรียงลำดับจำนวนจากน้อยไปมากและมากไปน้อยได้
6. เรียงลำดับสิ่งของตามขนาด ความยาว และความสูงได้
7. สังเกต คิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาอย่างง่ายได้
8. ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข
9. มีความสนใจและเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ขั้นที่ 2 ออกแบบและสร้างนวัตกรรม
นำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ปัญหาและผู้เรียนมาออกแบบนวัตกรรมให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กอนุบาลปีที่ 2 โดยเน้นความปลอดภัย ความสวยงาม ความน่าสนใจ และการลงมือปฏิบัติจริง
2.1 กำหนดแนวคิดของนวัตกรรม
กำหนดให้นวัตกรรม PLAY BOX มหัศจรรย์มีลักษณะเป็นกล่องกิจกรรมคณิตศาสตร์ที่รวบรวมสื่อ อุปกรณ์ เกม และภารกิจไว้เป็นชุด นักเรียนสามารถหยิบจับ ทดลอง เล่น และเรียนรู้ด้วยตนเองหรือร่วมกับเพื่อน
หลักการสำคัญในการออกแบบ ได้แก่
• เรียนรู้ผ่านการเล่น
• เรียนรู้จากรูปธรรมไปสู่นามธรรม
• เรียนรู้จากง่ายไปยาก
• เปิดโอกาสให้เด็กลงมือปฏิบัติจริง
• ใช้ประสาทสัมผัสหลายด้าน
• ส่งเสริมการคิดและการแก้ปัญหา
• คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
• เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับชีวิตประจำวัน
• สร้างบรรยากาศที่สนุกและไม่กดดัน
2.2 กำหนดวัตถุประสงค์ของนวัตกรรม
1. เพื่อพัฒนาความสามารถในการนับจำนวน 1–10
2. เพื่อพัฒนาความสามารถในการเรียงลำดับจำนวนและสิ่งของ
3. เพื่อส่งเสริมทักษะการสังเกต การคิด และการแก้ปัญหา
4. เพื่อส่งเสริมกล้ามเนื้อมัดเล็กและการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา
5. เพื่อส่งเสริมการสื่อสาร การรอคอย และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
6. เพื่อสร้างความสนใจและเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้คณิตศาสตร์
2.3 ออกแบบโครงสร้าง PLAY BOX
ออกแบบ PLAY BOX เป็นกล่องหรือชุดกิจกรรมที่ประกอบด้วย
• กล่องหลักสำหรับจัดเก็บอุปกรณ์
• กล่องย่อยหรือถาดกิจกรรมจำนวน 2 ฐาน
• ป้ายชื่อและสัญลักษณ์ประจำกิจกรรม
• การ์ดคำสั่งหรือบัตรภารกิจ
• บัตรตัวเลข 1–10
• บัตรภาพและบัตรจำนวน
• วัสดุสำหรับนับ เช่น ลูกปัด ฝาขวด ไม้ไอศกรีม และตัวต่อ
• สื่อสำหรับเปรียบเทียบและเรียงลำดับ
• ใบงานหรือแบบบันทึกผล
• แบบประเมินรายกิจกรรม
• คู่มือการใช้สำหรับครู
การออกแบบคำนึงถึงคุณสมบัติต่อไปนี้
• ใช้สีสันสดใสและภาพที่เหมาะกับวัย
• ตัวอักษรและตัวเลขมีขนาดใหญ่ มองเห็นชัด
• วัสดุแข็งแรง ใช้ซ้ำได้
• ไม่มีส่วนแหลมคมหรือชิ้นส่วนที่เป็นอันตราย
• ทำความสะอาดและจัดเก็บได้ง่าย
• สามารถเพิ่มหรือลดระดับความยากได้
• ใช้ได้ทั้งรายบุคคล คู่ และกลุ่มย่อย
2.4 ออกแบบกิจกรรม 2 ฐาน
ฐานที่ 1 นับสนุก
กิจกรรมเน้นการนับสิ่งของจริงและการจับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่ง เช่น
• นับลูกปัดแล้ววางให้ตรงกับบัตรตัวเลข
• นับภาพสัตว์ ผลไม้ หรือของเล่น
• หยิบสิ่งของตามจำนวนที่กำหนด
• ติดตัวหนีบตามจำนวน
• นับและวางสิ่งของลงในช่อง 1–10
ทักษะที่พัฒนา ได้แก่ การนับตามลำดับ การรู้ค่าจำนวน การจับคู่หนึ่งต่อหนึ่ง สมาธิ และกล้ามเนื้อมัดเล็ก
ฐานที่ 2 เรียงลำดับ
กิจกรรมเน้นการเรียงลำดับจำนวนและคุณลักษณะของสิ่งของ เช่น
• เรียงบัตรตัวเลข 1–10
• เรียงจำนวนจากน้อยไปมาก
• เรียงจำนวนจากมากไปน้อย
• เรียงสิ่งของจากเล็กไปใหญ่
• เรียงแท่งหรือริบบิ้นจากสั้นไปยาว
• เรียงภาพบุคคลหรือสิ่งของจากเตี้ยไปสูง
• เติมตัวเลขที่หายไปในลำดับ
ทักษะที่พัฒนา ได้แก่ การสังเกต การเปรียบเทียบ การเรียงลำดับ การคาดคะเน และการคิดเชิงเหตุผล
2.5 ผลิตสื่อและอุปกรณ์
ดำเนินการผลิตสื่อตามแบบที่กำหนด โดยเลือกวัสดุที่หาได้ง่าย ประหยัด ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น
• กระดาษแข็งและกระดาษสี
• ฝาขวด
• ลูกปัดขนาดเหมาะสม
• ไม้ไอศกรีม
• ตัวต่อ
• เชือกและริบบิ้น
• ตัวหนีบ
• บัตรภาพเคลือบพลาสติก
• กล่องหรือถาดแบ่งช่อง
กำหนดสีหรือสัญลักษณ์ของแต่ละฐานให้แตกต่างกัน เพื่อให้นักเรียนจดจำและจัดเก็บสื่อได้สะดวก
2.6 สร้างคู่มือและเครื่องมือประเมิน
จัดทำเอกสารประกอบนวัตกรรม ได้แก่
• คู่มือการใช้ PLAY BOX มหัศจรรย์
• แผนการจัดประสบการณ์ 10 แผน
• การ์ดคำสั่งประจำฐาน
• ใบงานและแบบบันทึกกิจกรรม
• แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
• แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
• เกณฑ์การประเมินแบบ Rubric 4 ระดับ
• แบบบันทึกหลังการจัดประสบการณ์
• แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนหรือครูผู้ใช้
2.7 ตรวจสอบคุณภาพเบื้องต้น
นำต้นแบบนวัตกรรม แผนการจัดประสบการณ์ และเครื่องมือประเมินให้ผู้เชี่ยวชาญหรือครูปฐมวัยตรวจสอบในด้าน
• ความสอดคล้องกับหลักสูตร
• ความเหมาะสมกับวัยและพัฒนาการ
• ความถูกต้องของเนื้อหาคณิตศาสตร์
• ความชัดเจนของคำสั่ง
• ความสวยงามและความน่าสนใจ
• ความสะดวกในการใช้งาน
• ความปลอดภัยของวัสดุ
• ความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์ กิจกรรม และการประเมิน
จากนั้นปรับปรุงแก้ไขก่อนนำไปทดลองใช้จริง
ขั้นที่ 3 ทดลองใช้นวัตกรรม
3.1 เตรียมความพร้อมก่อนทดลองใช้
ครูดำเนินการดังนี้
• กำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนอนุบาลปีที่ 2
• กำหนดระยะเวลาทดลองใช้
• ตรวจสอบความพร้อมและความปลอดภัยของอุปกรณ์
• จัดพื้นที่ให้เหมาะสมกับการเรียนรู้เป็นกลุ่มย่อย
• ชี้แจงข้อตกลงในการใช้สื่อ
• ฝึกให้นักเรียนรู้จักการรอคอย การแบ่งปัน และการเก็บอุปกรณ์
• ประเมินความสามารถก่อนเรียน
3.2 รูปแบบการจัดกิจกรรม
แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละประมาณ 4–6 คน แล้วหมุนเวียนทำกิจกรรมตามฐาน ครูปรับจำนวนสมาชิกและเวลาตามบริบทของชั้นเรียน
ตัวอย่างการจัดเวลาในแต่ละครั้ง
• ขั้นนำเข้าสู่กิจกรรม 5 นาที
• ขั้นอธิบายและสาธิต 5 นาที
• ขั้นลงมือปฏิบัติ 20–30 นาที
• ขั้นนำเสนอและแลกเปลี่ยน 5 นาที
• ขั้นสรุปและเก็บอุปกรณ์ 5 นาที
3.3 ขั้นตอนดำเนินกิจกรรม
ขั้นนำเข้าสู่กิจกรรม
• ใช้เพลง เกม นิทาน คำคล้องจอง หรือสถานการณ์ใกล้ตัว
• กระตุ้นความสนใจด้วยสื่อจาก PLAY BOX
• ทบทวนความรู้เดิม
• ใช้คำถามปลายเปิด เช่น “เราจะรู้ได้อย่างไรว่ากลุ่มใดมีมากกว่า”
ขั้นสำรวจและลงมือปฏิบัติ
• ครูแนะนำอุปกรณ์และสาธิตวิธีใช้
• นักเรียนหยิบบัตรภารกิจและลงมือทำ
• นักเรียนนับ จับคู่ เปรียบเทียบ หรือเรียงลำดับด้วยตนเอง
• นักเรียนทดลองซ้ำและตรวจสอบคำตอบ
• ครูสังเกตและช่วยเหลือเท่าที่จำเป็น
• ปรับระดับภารกิจให้เหมาะกับนักเรียนแต่ละคน
ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้
• ให้นักเรียนอธิบายวิธีคิดและผลงาน
• เปิดโอกาสให้เพื่อนซักถามหรือเสนอวิธีอื่น
• ส่งเสริมการใช้คำศัพท์ทางคณิตศาสตร์ เช่น มากกว่า น้อยกว่า เท่ากัน ก่อน หลัง สั้นกว่า และยาวกว่า
ขั้นสรุป
• ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้
• เชื่อมโยงกับสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน
• ให้นักเรียนสะท้อนความรู้สึกต่อกิจกรรม
• ชื่นชมความพยายามและความร่วมมือ
• ร่วมกันตรวจสอบและเก็บอุปกรณ์เข้าที่
3.4 บทบาทของครู
• เป็นผู้ออกแบบและจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้
• กระตุ้นด้วยคำถามแทนการบอกคำตอบ
• สังเกตพฤติกรรมและพัฒนาการรายบุคคล
• ให้คำแนะนำหรือเสริมแรงอย่างเหมาะสม
• ปรับกิจกรรมตามความแตกต่างระหว่างบุคคล
• บันทึกปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
ความเป็นมาและความสำคัญของการพัฒนานวัตกรรม
คณิตศาสตร์เป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้และการใช้ชีวิตประจำวัน เด็กปฐมวัยควรได้รับการส่งเสริมให้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง การเล่น การสำรวจ และการทดลอง ตามแนวทางของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2560 ซึ่งเน้นการจัดประสบการณ์ที่สอดคล้องกับพัฒนาการและความแตกต่างระหว่างบุคคล
คณิตศาสตร์เป็นวิชาของการคิดอย่างมีเหตุผลการศึกษาอย่างสม่ำเสมอและใช้กระบวนการคิดที่ถูกต้องของการเรียนคณิตศาสตร์จะสร้างให้เด็กเกิดความสามารถพื้นฐานในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ต้องปลูกฝังตั้งแต่ปฐมวัยเนื่องจากคณิตศาสตร์เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันของมนุษย์ถ้าหากมองไปรอบๆตัวจะเห็นว่าชีวิตเกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์อย่างมากสังเกตในการเล่นและการพูดคุยของเด็กมักจะมีเรื่องคณิตศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันอยู่เสมอ (นิตยา ประพฤติกิจ 2541:4)
การเรียนรู้คณิตศาสตร์สําหรับเด็กปฐมวัย มุ่งหวังให้เด็กทุกคนได้เตรียม ความพร้อมด้านต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์ อันเป็นพื้นฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ในชั้นประถมศึกษา โดยกําหนดสาระหลักที่จําเป็นสําหรับเด็ก ได้แก่ เรื่องจํานวนตัวเลข การรวมกลุ่ม การแยกกลุ่ม การวัดความยาว น้ำหนัก รูปทรงเรขาคณิตสามมิติ แบบรูปและความสัมพันธ์ การเก็บรวบรวมข้อมูล และการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และการนําเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์ และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (สถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2553 : 2-3) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ เชวง ซ้อนบุญ (2554 : 21) ที่กล่าวว่า คณิตศาสตร์มีความสําคัญยิ่งสําหรับเด็กปฐมวัยเพราะคณิตศาสตร์เกี่ยวข้องกับ ชีวิตประจําวันของเด็กแทบทั้งสิ้น เช่น จํานวนตัวเลข เวลา การวัด ตําแหน่ง เป็นต้น การจัด ประสบการณ์ที่เหมาะสมกับพัฒนาการและความสนใจของเด็กจะช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กได้รับ ความสําเร็จในการเรียนคณิตศาสตร์เพราะประสบการณ์ที่ได้รับสามารถนําไปใช้ในอนาคตได้อย่างมี ประสิทธิภาพต่อไป
จากการสังเกตเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 พบว่า เด็กบางส่วนยังมีปัญหาในการนับจำนวน การเปรียบเทียบจำนวน การเรียงลำดับ การจำแนกรูปทรง และการสังเกตรูปแบบ ทำให้การเรียนรู้คณิตศาสตร์ยังไม่ต่อเนื่องและขาดความสนใจ ดังนั้น ผู้จัดทำจึงพัฒนานวัตกรรม PLAY BOX มหัศจรรย์ : กล่องกิจกรรมบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องการนับและการเรียงลำดับ ของนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ซึ่งเป็นกล่องกิจกรรมที่รวบรวมเกมการศึกษา สื่อประดิษฐ์ ของเล่น และกิจกรรมฐานการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-Based Learning) ควบคู่กับ Active Learning โดยใช้สื่อที่หลากหลาย ส่งเสริมการคิด การสังเกต การเปรียบเทียบ และการแก้ปัญหา ทำให้เด็กสามารถพัฒนาทักษะการนับและการเรียงลำดับได้อย่างเป็นรูปธรรม
วัตถุประสงค์ของการพัฒนานวัตกรรม
1. เพื่อพัฒนาทักษะการนับจำนวน 1–10 ของเด็กอนุบาลปีที่ 2
2. เพื่อพัฒนาทักษะการเรียงลำดับจำนวนจากน้อยไปมากและมากไปน้อย
3. เพื่อพัฒนาทักษะการเรียงลำดับสิ่งของตามลักษณะต่าง ๆ
• เล็ก → ใหญ่
• สั้น → ยาว
• เตี้ย → สูง
4. เพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ผ่านการเล่น
5. เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีความสนใจและมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนคณิตศาสตร์
เป้าหมายของการพัฒนานวัตกรรม
เชิงปริมาณ
นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 จำนวน 22 คน
ร้อยละ 80 มีผลการประเมินผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไป
________________________________________
เชิงคุณภาพ
นักเรียนสามารถ
• นับจำนวนได้ถูกต้อง
• จับคู่จำนวนกับสิ่งของได้
• เรียงลำดับจำนวนได้
• เรียงลำดับสิ่งของได้
• กล้าแสดงออก
• ทำงานร่วมกับเพื่อนได้
ระยะเวลา
เดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 2569 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
หลักการ ทฤษฎี แนวคิดในการพัฒนา
ขั้นตอนหรือวิธีการ สร้าง/พัฒนานวัตกรรม
ขั้นที่ 1 วิเคราะห์ปัญหาและความต้องการ
1.1 ศึกษาหลักสูตรและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ผู้พัฒนานวัตกรรมดำเนินการดังนี้
• ศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560
• ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัยของโรงเรียน
• วิเคราะห์มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์สำหรับเด็กอายุ 4–5 ปี
• วิเคราะห์สาระการเรียนรู้เกี่ยวกับจำนวน การนับ การเปรียบเทียบ และการเรียงลำดับ
• ศึกษาหลักการจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ
• ศึกษาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
o การเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play-Based Learning)
o การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
o การเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ (Learning by Doing)
o แนวคิดมอนเตสซอรี (Montessori)
o สะเต็มศึกษาระดับปฐมวัย (STEM Education)
o การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการทำงานของสมอง (Brain-Based Learning: BBL)
จากการศึกษาพบว่า เด็กปฐมวัยควรเรียนรู้คณิตศาสตร์ผ่านการเล่น การหยิบจับสื่อ การทดลอง การสังเกต การเปรียบเทียบ และการลงมือทำด้วยตนเอง ไม่ควรเน้นการท่องจำหรือทำแบบฝึกหัดเพียงอย่างเดียว
1.2 วิเคราะห์ผู้เรียน
ศึกษาข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนอนุบาลปีที่ 2 ทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม โดยพิจารณาในด้านต่าง ๆ ได้แก่
• อายุและระดับพัฒนาการของนักเรียน
• ความพร้อมด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม และร่างกาย
• ความสามารถในการนับจำนวน
• ความสามารถในการจับคู่สิ่งของกับจำนวนแบบหนึ่งต่อหนึ่ง
• ความสามารถในการเชื่อมโยงจำนวนกับสัญลักษณ์ตัวเลข
• ความสามารถในการเปรียบเทียบจำนวน
• ความสามารถในการเรียงลำดับวัตถุหรือเหตุการณ์
• ความสนใจและระยะเวลาในการจดจ่อทำกิจกรรม
• ความสามารถในการสื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่น
• ความแตกต่างระหว่างบุคคล
เครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์ผู้เรียน ได้แก่
• แบบสังเกตพฤติกรรม
• แบบประเมินพัฒนาการ
• แบบทดสอบก่อนเรียน
• การสัมภาษณ์และสนทนากับนักเรียน
• การตรวจผลงานและชิ้นงานเดิม
• การสอบถามข้อมูลจากครูประจำชั้นและผู้ปกครอง
1.3 สำรวจและกำหนดปัญหา
ครูสังเกตการจัดประสบการณ์และสำรวจความสามารถทางคณิตศาสตร์ของนักเรียน พบปัญหาที่สำคัญ เช่น
• นักเรียนบางคนนับเลขแบบท่องจำ แต่ยังไม่เข้าใจความหมายของจำนวน
• นับข้ามจำนวนหรือนับสิ่งของซ้ำ
• ไม่สามารถจับคู่สิ่งของกับคำจำนวนแบบหนึ่งต่อหนึ่งได้
• สับสนระหว่างจำนวนกับสัญลักษณ์ตัวเลข
• ยังเรียงลำดับจำนวนจากน้อยไปมากหรือมากไปน้อยไม่ได้
• เรียงลำดับสิ่งของตามขนาด ความยาว หรือความสูงได้ไม่ถูกต้อง
• ขาดความมั่นใจและไม่กล้าตอบคำถาม
• มีช่วงความสนใจสั้นและเบื่อง่าย
1.4 วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา
นำข้อมูลจากการสังเกต แบบประเมิน และแบบทดสอบมาวิเคราะห์ พบว่าสาเหตุอาจเกิดจาก
• นักเรียนมีประสบการณ์พื้นฐานทางคณิตศาสตร์แตกต่างกัน
• กิจกรรมเน้นการบอกหรือการทำใบงานมากกว่าการเล่น
• นักเรียนไม่ได้หยิบจับและนับสิ่งของจริงอย่างต่อเนื่อง
1.5 กำหนดเป้าหมายการพัฒนา
กำหนดเป้าหมายให้นักเรียนสามารถ
1. นับจำนวนสิ่งของ 1–10 ได้อย่างถูกต้อง
2. จับคู่สิ่งของกับจำนวนแบบหนึ่งต่อหนึ่งได้
3. เชื่อมโยงจำนวนสิ่งของกับสัญลักษณ์ตัวเลขได้
4. เปรียบเทียบจำนวนมากกว่า น้อยกว่า และเท่ากันได้
5. เรียงลำดับจำนวนจากน้อยไปมากและมากไปน้อยได้
6. เรียงลำดับสิ่งของตามขนาด ความยาว และความสูงได้
7. สังเกต คิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาอย่างง่ายได้
8. ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข
9. มีความสนใจและเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ขั้นที่ 2 ออกแบบและสร้างนวัตกรรม
นำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ปัญหาและผู้เรียนมาออกแบบนวัตกรรมให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กอนุบาลปีที่ 2 โดยเน้นความปลอดภัย ความสวยงาม ความน่าสนใจ และการลงมือปฏิบัติจริง
2.1 กำหนดแนวคิดของนวัตกรรม
กำหนดให้นวัตกรรม PLAY BOX มหัศจรรย์มีลักษณะเป็นกล่องกิจกรรมคณิตศาสตร์ที่รวบรวมสื่อ อุปกรณ์ เกม และภารกิจไว้เป็นชุด นักเรียนสามารถหยิบจับ ทดลอง เล่น และเรียนรู้ด้วยตนเองหรือร่วมกับเพื่อน
หลักการสำคัญในการออกแบบ ได้แก่
• เรียนรู้ผ่านการเล่น
• เรียนรู้จากรูปธรรมไปสู่นามธรรม
• เรียนรู้จากง่ายไปยาก
• เปิดโอกาสให้เด็กลงมือปฏิบัติจริง
• ใช้ประสาทสัมผัสหลายด้าน
• ส่งเสริมการคิดและการแก้ปัญหา
• คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
• เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับชีวิตประจำวัน
• สร้างบรรยากาศที่สนุกและไม่กดดัน
2.2 กำหนดวัตถุประสงค์ของนวัตกรรม
1. เพื่อพัฒนาความสามารถในการนับจำนวน 1–10
2. เพื่อพัฒนาความสามารถในการเรียงลำดับจำนวนและสิ่งของ
3. เพื่อส่งเสริมทักษะการสังเกต การคิด และการแก้ปัญหา
4. เพื่อส่งเสริมกล้ามเนื้อมัดเล็กและการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา
5. เพื่อส่งเสริมการสื่อสาร การรอคอย และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
6. เพื่อสร้างความสนใจและเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้คณิตศาสตร์
2.3 ออกแบบโครงสร้าง PLAY BOX
ออกแบบ PLAY BOX เป็นกล่องหรือชุดกิจกรรมที่ประกอบด้วย
• กล่องหลักสำหรับจัดเก็บอุปกรณ์
• กล่องย่อยหรือถาดกิจกรรมจำนวน 2 ฐาน
• ป้ายชื่อและสัญลักษณ์ประจำกิจกรรม
• การ์ดคำสั่งหรือบัตรภารกิจ
• บัตรตัวเลข 1–10
• บัตรภาพและบัตรจำนวน
• วัสดุสำหรับนับ เช่น ลูกปัด ฝาขวด ไม้ไอศกรีม และตัวต่อ
• สื่อสำหรับเปรียบเทียบและเรียงลำดับ
• ใบงานหรือแบบบันทึกผล
• แบบประเมินรายกิจกรรม
• คู่มือการใช้สำหรับครู
การออกแบบคำนึงถึงคุณสมบัติต่อไปนี้
• ใช้สีสันสดใสและภาพที่เหมาะกับวัย
• ตัวอักษรและตัวเลขมีขนาดใหญ่ มองเห็นชัด
• วัสดุแข็งแรง ใช้ซ้ำได้
• ไม่มีส่วนแหลมคมหรือชิ้นส่วนที่เป็นอันตราย
• ทำความสะอาดและจัดเก็บได้ง่าย
• สามารถเพิ่มหรือลดระดับความยากได้
• ใช้ได้ทั้งรายบุคคล คู่ และกลุ่มย่อย
2.4 ออกแบบกิจกรรม 2 ฐาน
ฐานที่ 1 นับสนุก
กิจกรรมเน้นการนับสิ่งของจริงและการจับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่ง เช่น
• นับลูกปัดแล้ววางให้ตรงกับบัตรตัวเลข
• นับภาพสัตว์ ผลไม้ หรือของเล่น
• หยิบสิ่งของตามจำนวนที่กำหนด
• ติดตัวหนีบตามจำนวน
• นับและวางสิ่งของลงในช่อง 1–10
ทักษะที่พัฒนา ได้แก่ การนับตามลำดับ การรู้ค่าจำนวน การจับคู่หนึ่งต่อหนึ่ง สมาธิ และกล้ามเนื้อมัดเล็ก
ฐานที่ 2 เรียงลำดับ
กิจกรรมเน้นการเรียงลำดับจำนวนและคุณลักษณะของสิ่งของ เช่น
• เรียงบัตรตัวเลข 1–10
• เรียงจำนวนจากน้อยไปมาก
• เรียงจำนวนจากมากไปน้อย
• เรียงสิ่งของจากเล็กไปใหญ่
• เรียงแท่งหรือริบบิ้นจากสั้นไปยาว
• เรียงภาพบุคคลหรือสิ่งของจากเตี้ยไปสูง
• เติมตัวเลขที่หายไปในลำดับ
ทักษะที่พัฒนา ได้แก่ การสังเกต การเปรียบเทียบ การเรียงลำดับ การคาดคะเน และการคิดเชิงเหตุผล
2.5 ผลิตสื่อและอุปกรณ์
ดำเนินการผลิตสื่อตามแบบที่กำหนด โดยเลือกวัสดุที่หาได้ง่าย ประหยัด ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น
• กระดาษแข็งและกระดาษสี
• ฝาขวด
• ลูกปัดขนาดเหมาะสม
• ไม้ไอศกรีม
• ตัวต่อ
• เชือกและริบบิ้น
• ตัวหนีบ
• บัตรภาพเคลือบพลาสติก
• กล่องหรือถาดแบ่งช่อง
กำหนดสีหรือสัญลักษณ์ของแต่ละฐานให้แตกต่างกัน เพื่อให้นักเรียนจดจำและจัดเก็บสื่อได้สะดวก
2.6 สร้างคู่มือและเครื่องมือประเมิน
จัดทำเอกสารประกอบนวัตกรรม ได้แก่
• คู่มือการใช้ PLAY BOX มหัศจรรย์
• แผนการจัดประสบการณ์ 10 แผน
• การ์ดคำสั่งประจำฐาน
• ใบงานและแบบบันทึกกิจกรรม
• แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
• แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
• เกณฑ์การประเมินแบบ Rubric 4 ระดับ
• แบบบันทึกหลังการจัดประสบการณ์
• แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนหรือครูผู้ใช้
2.7 ตรวจสอบคุณภาพเบื้องต้น
นำต้นแบบนวัตกรรม แผนการจัดประสบการณ์ และเครื่องมือประเมินให้ผู้เชี่ยวชาญหรือครูปฐมวัยตรวจสอบในด้าน
• ความสอดคล้องกับหลักสูตร
• ความเหมาะสมกับวัยและพัฒนาการ
• ความถูกต้องของเนื้อหาคณิตศาสตร์
• ความชัดเจนของคำสั่ง
• ความสวยงามและความน่าสนใจ
• ความสะดวกในการใช้งาน
• ความปลอดภัยของวัสดุ
• ความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์ กิจกรรม และการประเมิน
จากนั้นปรับปรุงแก้ไขก่อนนำไปทดลองใช้จริง
ขั้นที่ 3 ทดลองใช้นวัตกรรม
3.1 เตรียมความพร้อมก่อนทดลองใช้
ครูดำเนินการดังนี้
• กำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนอนุบาลปีที่ 2
• กำหนดระยะเวลาทดลองใช้
• ตรวจสอบความพร้อมและความปลอดภัยของอุปกรณ์
• จัดพื้นที่ให้เหมาะสมกับการเรียนรู้เป็นกลุ่มย่อย
• ชี้แจงข้อตกลงในการใช้สื่อ
• ฝึกให้นักเรียนรู้จักการรอคอย การแบ่งปัน และการเก็บอุปกรณ์
• ประเมินความสามารถก่อนเรียน
3.2 รูปแบบการจัดกิจกรรม
แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละประมาณ 4–6 คน แล้วหมุนเวียนทำกิจกรรมตามฐาน ครูปรับจำนวนสมาชิกและเวลาตามบริบทของชั้นเรียน
ตัวอย่างการจัดเวลาในแต่ละครั้ง
• ขั้นนำเข้าสู่กิจกรรม 5 นาที
• ขั้นอธิบายและสาธิต 5 นาที
• ขั้นลงมือปฏิบัติ 20–30 นาที
• ขั้นนำเสนอและแลกเปลี่ยน 5 นาที
• ขั้นสรุปและเก็บอุปกรณ์ 5 นาที
3.3 ขั้นตอนดำเนินกิจกรรม
ขั้นนำเข้าสู่กิจกรรม
• ใช้เพลง เกม นิทาน คำคล้องจอง หรือสถานการณ์ใกล้ตัว
• กระตุ้นความสนใจด้วยสื่อจาก PLAY BOX
• ทบทวนความรู้เดิม
• ใช้คำถามปลายเปิด เช่น “เราจะรู้ได้อย่างไรว่ากลุ่มใดมีมากกว่า”
ขั้นสำรวจและลงมือปฏิบัติ
• ครูแนะนำอุปกรณ์และสาธิตวิธีใช้
• นักเรียนหยิบบัตรภารกิจและลงมือทำ
• นักเรียนนับ จับคู่ เปรียบเทียบ หรือเรียงลำดับด้วยตนเอง
• นักเรียนทดลองซ้ำและตรวจสอบคำตอบ
• ครูสังเกตและช่วยเหลือเท่าที่จำเป็น
• ปรับระดับภารกิจให้เหมาะกับนักเรียนแต่ละคน
ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้
• ให้นักเรียนอธิบายวิธีคิดและผลงาน
• เปิดโอกาสให้เพื่อนซักถามหรือเสนอวิธีอื่น
• ส่งเสริมการใช้คำศัพท์ทางคณิตศาสตร์ เช่น มากกว่า น้อยกว่า เท่ากัน ก่อน หลัง สั้นกว่า และยาวกว่า
ขั้นสรุป
• ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้
• เชื่อมโยงกับสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน
• ให้นักเรียนสะท้อนความรู้สึกต่อกิจกรรม
• ชื่นชมความพยายามและความร่วมมือ
• ร่วมกันตรวจสอบและเก็บอุปกรณ์เข้าที่
3.4 บทบาทของครู
• เป็นผู้ออกแบบและจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้
• กระตุ้นด้วยคำถามแทนการบอกคำตอบ
• สังเกตพฤติกรรมและพัฒนาการรายบุคคล
• ให้คำแนะนำหรือเสริมแรงอย่างเหมาะสม
• ปรับกิจกรรมตามความแตกต่างระหว่างบุคคล
• บันทึกปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น