การพัฒนาทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ THAI Model ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) รายวิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
6 ส.ค. 2569
อ่าน 18 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
ปัญหา: นักเรียนชั้น ป.6 มีปัญหาการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ต่ำกว่าเกณฑ์
วิธีแก้: ออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ผ่านเกม บัตรคำ และสื่อดิจิทัล
ผลลัพธ์: นักเรียนเขียนได้ถูกต้อง มีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น มั่นใจ และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียน
ประโยชน์: เกิดนวัตกรรมการสอนที่เป็น Best Practice ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาและนำไปขยายผลได้
วิธีแก้: ออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ผ่านเกม บัตรคำ และสื่อดิจิทัล
ผลลัพธ์: นักเรียนเขียนได้ถูกต้อง มีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น มั่นใจ และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียน
ประโยชน์: เกิดนวัตกรรมการสอนที่เป็น Best Practice ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาและนำไปขยายผลได้
รายละเอียดผลงาน
1. ความเป็นมาและความสำคัญ
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติและเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสาร การเรียนรู้ และการดำรงชีวิต การเขียนวัน เดือน ปี แบบไทยเป็นทักษะพื้นฐานที่ผู้เรียนจำเป็นต้องใช้ในการเขียนเอกสารราชการ การกรอกแบบฟอร์ม การเขียนจดหมาย รายงาน และการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ทั้งยังเป็นการปลูกฝังการใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องตามหลักภาษา
จากการจัดการเรียนการสอนรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนจัดสรรที่ดินสงเคราะห์ พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ยังมีปัญหาในการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย เช่น เขียนชื่อเดือนผิด ใช้เลขไทยและเลข
อารบิกไม่ถูกต้อง เขียนรูปแบบวันที่ไม่เป็นมาตรฐาน และยังสับสนระหว่างปีพุทธศักราชกับคริสต์ศักราช ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในเรื่องดังกล่าวต่ำกว่าเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผู้สอนได้ออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ Active Learning เน้นให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรมเกมภาษาไทย บัตรคำ การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) การใช้สื่อดิจิทัล เช่น Wordwall ตลอดจนกิจกรรมเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในชีวิตจริง ทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย สนุกกับการเรียน และสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง
ผลจากการดำเนินงานพบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น สามารถเขียนวัน เดือน ปี แบบไทยได้ถูกต้อง มีความมั่นใจในการใช้ภาษาไทยมากขึ้น และเกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย จึงถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยในระดับประถมศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. วัตถุประสงค์
2.1. วัตถุประสงค์
1) เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย
2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่องการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย
3) เพื่อสร้างเจตคติที่ดีและความภาคภูมิใจในการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
2.2 เป้าหมาย
2.2.1 กลุ่มเป้าหมาย
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 จำนวน 8 คน
2.2.2 เชิงปริมาณ
1) นักเรียน ร้อยละ 80 มีทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทยได้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย
2) นักเรียนมีผลการเรียนรู้ทางการเรียน เรื่อง การเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย สูงขึ้นหลังเรียนผ่านนวัตกรรม THAI Model
3) นักเรียน ร้อยละ 80 มีความพึงพอใจต่อการเรียนการสอนในรายวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย โดยใช้การสอนผ่านนวัตกรรม THAI Model
2.2.3 เชิงคุณภาพ
1) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2569 จำนวน 8 คน ได้รับการพัฒนาทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ THAI Model ดีขึ้น
2) ได้แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบ THAI Model ที่มีประสิทธิภาพ นำไปใช้ในการพัฒนาทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย
3) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2569 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน/ผลการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ในระดับดี ทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย สูงขึ้น
4) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการเรียนรู้ THAI Model อยู่ในระดับดีมาก
3. ขั้นตอนการดำเนินงาน
เรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ THAI Model ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) รายวิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
มีขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้
3.1 วิธีการดำเนินงาน/กระบวนการ
3.1.1 ศึกษาแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องได้แก่
1. หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2568)
1.1 ความสำคัญของการเรียนภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นเครื่องมือสำคัญในการติดต่อสื่อสาร การสร้างความเข้าใจระหว่างบุคคล การแสวงหาความรู้ และการดำรงชีวิตในสังคม การจัดการเรียนรู้ภาษาไทยมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และมีประสิทธิภาพการเรียนเรื่อง การเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ภาษาไทยด้านการเขียน ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน การเขียนเอกสาร แบบบันทึก รายงาน และการติดต่อราชการได้อย่างถูกต้อง
1.2 สาระสำคัญของการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย
การเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย เป็นการใช้หลักภาษาไทยในการบันทึกวัน เวลา และเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยคำนึงถึงรูปแบบการเขียนที่ถูกต้อง ได้แก่
1. การเขียนชื่อวันเป็นภาษาไทย
2. การเขียนชื่อเดือนอย่างถูกต้อง
3. การใช้เลขไทยและเลขอารบิกอย่างเหมาะสม
4. การเขียนปีพุทธศักราช
5. การเลือกใช้รูปแบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์
1.3 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
1.4 คุณภาพผู้เรียนเมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับสถานการณ์ มีความสามารถด้านการเขียน สามารถเรียบเรียงข้อความ ถ่ายทอดความคิด และใช้หลักภาษาไทยได้ถูกต้อง
1.5 ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง
ผู้เรียนสามารถ
1. ใช้คำและข้อความได้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย
2. เขียนสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์
3. ใช้รูปแบบการเขียนที่เหมาะสมกับงานและสถานการณ์
4. นำความรู้ด้านหลักภาษาไปใช้ในชีวิตประจำวัน
2. ทักษะการเขียน
2.1 ความหมายของทักษะการเขียน
ทักษะการเขียน หมายถึง ความสามารถในการถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ และข้อมูลต่าง ๆ ผ่านตัวอักษร โดยใช้ภาษาได้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย
2.2 ความสำคัญของทักษะการเขียน
ทักษะการเขียนช่วยให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารความคิดอย่างเป็นระบบ เพิ่มความมั่นใจในการใช้ภาษา และสามารถนำไปใช้ในการเรียนและชีวิตประจำวัน
2.3 องค์ประกอบของทักษะการเขียน
1. ความถูกต้องด้านหลักภาษา
2. การใช้คำและประโยค
3. ความเหมาะสมของรูปแบบการเขียน
4. ความสามารถในการสื่อความหมาย
2.4 ความมุ่งหมายในการพัฒนาทักษะการเขียน
เพื่อให้นักเรียนสามารถเขียนวัน เดือน ปี แบบไทยได้ถูกต้อง และนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้
2.5 ความสามารถในการเขียน
นักเรียนสามารถ
1. วิเคราะห์รูปแบบการเขียนวัน เดือน ปี
2. แก้ไขข้อผิดพลาด
3. เขียนข้อความที่มีวัน เดือน ปี ได้ถูกต้อง
2.6 ระดับความเข้าใจในการเขียน
แบ่งเป็น 3 ระดับ
1. ระดับความรู้ความจำ
2. ระดับความเข้าใจ
3. ระดับการนำไปใช้
2.7 การวัดและประเมินผลทักษะการเขียน
ประเมินจาก
1. แบบทดสอบ
2. ใบงาน
3. ชิ้นงาน
4. การสังเกตพฤติกรรม
3. วิธีการเรียนรู้แบบ แนวคิด ทฤษฎีการบริหาร
ใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ THAI Model ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
3.1 ความหมาย Active Learning หมายถึง กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ผ่านการคิด วิเคราะห์ ลงมือปฏิบัติ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
3.2 องค์ประกอบสำคัญ
1. ผู้เรียนมีส่วนร่วม
2. เรียนรู้ผ่านกิจกรรม
3. เชื่อมโยงความรู้กับชีวิตจริง
4. มีการสะท้อนผลการเรียนรู้
3.3 กิจกรรมในห้องเรียน
1. เกมการเขียน วัน เดือน ปี
2. กิจกรรมการเขียนวัน เดือน ปี
3. การทำงานกลุ่ม
4. การใช้สื่อดิจิทัล Wordwall
3.4 ประโยชน์
1. ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจ
2. มีความเข้าใจมากขึ้น
3. ฝึกการคิดวิเคราะห์
4. สามารถนำความรู้ไปใช้จริง
4. วิธีการสอนแบบ THAI Model ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
4.1 ความหมายของการสอนแบบ
THAI Model เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยบูรณาการแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับเกมการศึกษา และกิจกรรมที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถเขียนวัน เดือน ปี แบบไทยได้อย่างถูกต้องตามหลักภาษาไทย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
4.2 ขั้นตอนการสอนแบบ THAI Model
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Trigger)
ให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างวัน เดือน ปี จากปฏิทินและเอกสารจริง
ขั้นที่ 2 สร้างความรู้ (Hands-on)
นักเรียนเรียนรู้หลักการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย
ขั้นที่ 3 เรียนรู้ผ่านกิจกรรม (Active Learning)
นักเรียนทำกิจกรรมเกมภาษาไทยและกิจกรรมกลุ่ม
ขั้นที่ 4 ประยุกต์ใช้ (Integrate)
นักเรียนฝึกเขียนวัน เดือน ปี ในสถานการณ์จริง
ขั้นที่ 5 พัฒนาและประเมินผล
นักเรียนแก้ไขข้อผิดพลาดและพัฒนาผลงาน
4.3 เทคนิคการสอนแบบ THAI Model ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
การจัดกิจกรรมใช้เทคนิคที่หลากหลาย ได้แก่
1. การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
2. เกมการศึกษา (Game-Based Learning)
3. การใช้สื่อและเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Learning)
4. การใช้คำถามกระตุ้นการคิด (Questioning Technique)
5. การสะท้อนผลการเรียนรู้ (Reflection)
เทคนิคดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการเรียนรู้ เกิดความสนุกในการเรียน และสามารถพัฒนาทักษะการเขียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.4 ประโยชนและขอจำกัดของการสอนแบบ THAI Model ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
ประโยชน์
1. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างเต็มที่
2. พัฒนาทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทยได้อย่างถูกต้อง
3. ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกัน
4. ผู้เรียนมีแรงจูงใจและมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย
5. สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตประจำวัน
6. สอดคล้องกับการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 และการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
ข้อจำกัด
1. ครูต้องเตรียมสื่อ เกม และกิจกรรมค่อนข้างมาก
2. การใช้สื่อดิจิทัลจำเป็นต้องมีอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตที่เพียงพอ
3. การดำเนินกิจกรรมบางขั้นตอนใช้เวลามากกว่าการสอนแบบบรรยาย
4. ผู้เรียนมีความแตกต่างด้านทักษะการใช้เทคโนโลยี จึงต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นรายบุคคล
5. ครูต้องวางแผนการบริหารชั้นเรียนอย่างเหมาะสมเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วม
5. ความพึงพอใจ/เจตคติ
5.1 ความหมายของความพึงพอใจ/เจตคติ หมายถึง ระดับความรู้สึก ความคิดเห็น การยอมรับ และความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เรื่อง การเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย ด้วยนวัตกรรม THAI Model ซึ่งสะท้อนผ่านความสนใจ ความกระตือรือร้น ความสนุกในการเรียน ความเข้าใจในบทเรียน การมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม และความสามารถในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
5.2 ทฤษฎีความความพึงพอใจ/เจตคติ Abraham Maslow อธิบายว่ามนุษย์มีความต้องการ 5 ระดับ ได้แก่ ความต้องการด้านร่างกาย ความปลอดภัย ความรักและการยอมรับ การได้รับการยกย่อง และการพัฒนาศักยภาพของตนเอง (Self-Actualization) การจัดการเรียนรู้ด้วย THAI Model ที่เน้นกิจกรรม Active Learning เกมการศึกษา และสื่อดิจิทัล ช่วยตอบสนองความต้องการของผู้เรียนในด้านการมีส่วนร่วม การได้รับการยอมรับจากครูและเพื่อน การประสบความสำเร็จในการทำกิจกรรม และการแสดงศักยภาพของตนเอง ส่งผลให้เกิดความพึงพอใจและมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย
5.3 การวัดความพึงพอใจ/เจตคติ
1. เครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินผล เครื่องมือเพื่อใช้วัดความพึงพอใจและเจตคติของนักเรียน แบ่งออกเป็น 2 เครื่องมือหลัก เพื่อให้เหมาะสมกับวัย
แบบสอบถามความพึงพอใจ ผู้จัดทำจึงใช้แบบสอบถามที่ใช้สัญลักษณ์รูปภาพ ใบหน้าแสดงอารมณ์ จำนวน 3 ระดับ เพื่อให้นักเรียนเข้าใจง่ายและประเมินความรู้สึกของตนเองได้อย่างแท้จริง
แบบสังเกตพฤติกรรมระหว่างเรียน ใช้สำหรับประเมินเจตคติเชิงพฤติกรรม ของนักเรียนในขณะปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม กิจกรรมการเล่นเกม และการออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน
3.1.2 ขั้นตอนการดำเนินงาน
ในขั้นตอนการดำเนินงาน ได้ดำเนินงานโดยใช้กระบวนงาน PDCA /ตามแนวคิด ทฤษฎี หลักการ กระบวนอื่นๆสำหรับการวางแผน ปฏิบัติงาน ติดตาม ประเมินผลและสะท้อนข้อมูลย้อนกลับ
1. ขั้นการวางแผน P (Plan)
ศึกษาสภาพปัญหา วิเคราะห์ผู้เรียน และศึกษาหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทยดำเนินการดังนี้
1. วิเคราะห์ปัญหาการเขียนวัน เดือน ปี ของนักเรียน
2. ศึกษาหลักสูตรและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง
3. ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ THAI Model
4. จัดทำสื่อการเรียนรู้ เกม ใบงาน และเครื่องมือประเมินผล
2. ขั้นการดำเนินงาน D (Do)
ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม THAI Model โดยใช้ Active Learning ดังนี้
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Trigger)
ให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างวัน เดือน ปี จากปฏิทินและเอกสารจริง
ขั้นที่ 2 สร้างความรู้ (Hands-on)
นักเรียนเรียนรู้หลักการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย
ขั้นที่ 3 เรียนรู้ผ่านกิจกรรม (Active Learning)
นักเรียนทำกิจกรรมเกมภาษาไทยและกิจกรรมกลุ่ม
ขั้นที่ 4 ประยุกต์ใช้ (Integrate)
นักเรียนฝึกเขียนวัน เดือน ปี ในสถานการณ์จริง
ขั้นที่ 5 พัฒนาและประเมินผล
นักเรียนแก้ไขข้อผิดพลาดและพัฒนาผลงาน
3. ขั้นการตรวจสอบประเมินผล C (Check)
ดำเนินการประเมินทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย โดยใช้
1. แบบทดสอบก่อนเรียน–หลังเรียน
2. แบบประเมินชิ้นงาน
3. แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน
ผลการประเมินพบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
4. ขั้นการการพัฒนา / ปรับปรุงแก้ไข A (Act)
นำผลการประเมินมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงกิจกรรมการเรียนรู้ พัฒนาสื่อ และปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับผู้เรียนมากขึ้น รวมทั้งเผยแพร่และขยายผลผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 คะแนนเฉลี่ยจากแต่ละกิจกรรม คิดเป็นค่าเฉลี่ย 89.06– 90.00 และคะแนนเฉลี่ยรวม คิดเป็นร้อยละ 89.06– 90.00
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติและเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสาร การเรียนรู้ และการดำรงชีวิต การเขียนวัน เดือน ปี แบบไทยเป็นทักษะพื้นฐานที่ผู้เรียนจำเป็นต้องใช้ในการเขียนเอกสารราชการ การกรอกแบบฟอร์ม การเขียนจดหมาย รายงาน และการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ทั้งยังเป็นการปลูกฝังการใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องตามหลักภาษา
จากการจัดการเรียนการสอนรายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนจัดสรรที่ดินสงเคราะห์ พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ยังมีปัญหาในการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย เช่น เขียนชื่อเดือนผิด ใช้เลขไทยและเลข
อารบิกไม่ถูกต้อง เขียนรูปแบบวันที่ไม่เป็นมาตรฐาน และยังสับสนระหว่างปีพุทธศักราชกับคริสต์ศักราช ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในเรื่องดังกล่าวต่ำกว่าเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผู้สอนได้ออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ Active Learning เน้นให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรมเกมภาษาไทย บัตรคำ การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) การใช้สื่อดิจิทัล เช่น Wordwall ตลอดจนกิจกรรมเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในชีวิตจริง ทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย สนุกกับการเรียน และสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง
ผลจากการดำเนินงานพบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น สามารถเขียนวัน เดือน ปี แบบไทยได้ถูกต้อง มีความมั่นใจในการใช้ภาษาไทยมากขึ้น และเกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย จึงถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยในระดับประถมศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. วัตถุประสงค์
2.1. วัตถุประสงค์
1) เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย
2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่องการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย
3) เพื่อสร้างเจตคติที่ดีและความภาคภูมิใจในการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง
2.2 เป้าหมาย
2.2.1 กลุ่มเป้าหมาย
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 จำนวน 8 คน
2.2.2 เชิงปริมาณ
1) นักเรียน ร้อยละ 80 มีทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทยได้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย
2) นักเรียนมีผลการเรียนรู้ทางการเรียน เรื่อง การเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย สูงขึ้นหลังเรียนผ่านนวัตกรรม THAI Model
3) นักเรียน ร้อยละ 80 มีความพึงพอใจต่อการเรียนการสอนในรายวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย โดยใช้การสอนผ่านนวัตกรรม THAI Model
2.2.3 เชิงคุณภาพ
1) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2569 จำนวน 8 คน ได้รับการพัฒนาทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ THAI Model ดีขึ้น
2) ได้แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบ THAI Model ที่มีประสิทธิภาพ นำไปใช้ในการพัฒนาทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย
3) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2569 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน/ผลการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ในระดับดี ทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย สูงขึ้น
4) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการเรียนรู้ THAI Model อยู่ในระดับดีมาก
3. ขั้นตอนการดำเนินงาน
เรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ THAI Model ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) รายวิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
มีขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้
3.1 วิธีการดำเนินงาน/กระบวนการ
3.1.1 ศึกษาแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องได้แก่
1. หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2568)
1.1 ความสำคัญของการเรียนภาษาไทย
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นเครื่องมือสำคัญในการติดต่อสื่อสาร การสร้างความเข้าใจระหว่างบุคคล การแสวงหาความรู้ และการดำรงชีวิตในสังคม การจัดการเรียนรู้ภาษาไทยมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และมีประสิทธิภาพการเรียนเรื่อง การเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ภาษาไทยด้านการเขียน ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน การเขียนเอกสาร แบบบันทึก รายงาน และการติดต่อราชการได้อย่างถูกต้อง
1.2 สาระสำคัญของการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย
การเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย เป็นการใช้หลักภาษาไทยในการบันทึกวัน เวลา และเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยคำนึงถึงรูปแบบการเขียนที่ถูกต้อง ได้แก่
1. การเขียนชื่อวันเป็นภาษาไทย
2. การเขียนชื่อเดือนอย่างถูกต้อง
3. การใช้เลขไทยและเลขอารบิกอย่างเหมาะสม
4. การเขียนปีพุทธศักราช
5. การเลือกใช้รูปแบบให้เหมาะสมกับสถานการณ์
1.3 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
1.4 คุณภาพผู้เรียนเมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับสถานการณ์ มีความสามารถด้านการเขียน สามารถเรียบเรียงข้อความ ถ่ายทอดความคิด และใช้หลักภาษาไทยได้ถูกต้อง
1.5 ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง
ผู้เรียนสามารถ
1. ใช้คำและข้อความได้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย
2. เขียนสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์
3. ใช้รูปแบบการเขียนที่เหมาะสมกับงานและสถานการณ์
4. นำความรู้ด้านหลักภาษาไปใช้ในชีวิตประจำวัน
2. ทักษะการเขียน
2.1 ความหมายของทักษะการเขียน
ทักษะการเขียน หมายถึง ความสามารถในการถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ และข้อมูลต่าง ๆ ผ่านตัวอักษร โดยใช้ภาษาได้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย
2.2 ความสำคัญของทักษะการเขียน
ทักษะการเขียนช่วยให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารความคิดอย่างเป็นระบบ เพิ่มความมั่นใจในการใช้ภาษา และสามารถนำไปใช้ในการเรียนและชีวิตประจำวัน
2.3 องค์ประกอบของทักษะการเขียน
1. ความถูกต้องด้านหลักภาษา
2. การใช้คำและประโยค
3. ความเหมาะสมของรูปแบบการเขียน
4. ความสามารถในการสื่อความหมาย
2.4 ความมุ่งหมายในการพัฒนาทักษะการเขียน
เพื่อให้นักเรียนสามารถเขียนวัน เดือน ปี แบบไทยได้ถูกต้อง และนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้
2.5 ความสามารถในการเขียน
นักเรียนสามารถ
1. วิเคราะห์รูปแบบการเขียนวัน เดือน ปี
2. แก้ไขข้อผิดพลาด
3. เขียนข้อความที่มีวัน เดือน ปี ได้ถูกต้อง
2.6 ระดับความเข้าใจในการเขียน
แบ่งเป็น 3 ระดับ
1. ระดับความรู้ความจำ
2. ระดับความเข้าใจ
3. ระดับการนำไปใช้
2.7 การวัดและประเมินผลทักษะการเขียน
ประเมินจาก
1. แบบทดสอบ
2. ใบงาน
3. ชิ้นงาน
4. การสังเกตพฤติกรรม
3. วิธีการเรียนรู้แบบ แนวคิด ทฤษฎีการบริหาร
ใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ THAI Model ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
3.1 ความหมาย Active Learning หมายถึง กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ผ่านการคิด วิเคราะห์ ลงมือปฏิบัติ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
3.2 องค์ประกอบสำคัญ
1. ผู้เรียนมีส่วนร่วม
2. เรียนรู้ผ่านกิจกรรม
3. เชื่อมโยงความรู้กับชีวิตจริง
4. มีการสะท้อนผลการเรียนรู้
3.3 กิจกรรมในห้องเรียน
1. เกมการเขียน วัน เดือน ปี
2. กิจกรรมการเขียนวัน เดือน ปี
3. การทำงานกลุ่ม
4. การใช้สื่อดิจิทัล Wordwall
3.4 ประโยชน์
1. ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจ
2. มีความเข้าใจมากขึ้น
3. ฝึกการคิดวิเคราะห์
4. สามารถนำความรู้ไปใช้จริง
4. วิธีการสอนแบบ THAI Model ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
4.1 ความหมายของการสอนแบบ
THAI Model เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยบูรณาการแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับเกมการศึกษา และกิจกรรมที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถเขียนวัน เดือน ปี แบบไทยได้อย่างถูกต้องตามหลักภาษาไทย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
4.2 ขั้นตอนการสอนแบบ THAI Model
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Trigger)
ให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างวัน เดือน ปี จากปฏิทินและเอกสารจริง
ขั้นที่ 2 สร้างความรู้ (Hands-on)
นักเรียนเรียนรู้หลักการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย
ขั้นที่ 3 เรียนรู้ผ่านกิจกรรม (Active Learning)
นักเรียนทำกิจกรรมเกมภาษาไทยและกิจกรรมกลุ่ม
ขั้นที่ 4 ประยุกต์ใช้ (Integrate)
นักเรียนฝึกเขียนวัน เดือน ปี ในสถานการณ์จริง
ขั้นที่ 5 พัฒนาและประเมินผล
นักเรียนแก้ไขข้อผิดพลาดและพัฒนาผลงาน
4.3 เทคนิคการสอนแบบ THAI Model ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
การจัดกิจกรรมใช้เทคนิคที่หลากหลาย ได้แก่
1. การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
2. เกมการศึกษา (Game-Based Learning)
3. การใช้สื่อและเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Learning)
4. การใช้คำถามกระตุ้นการคิด (Questioning Technique)
5. การสะท้อนผลการเรียนรู้ (Reflection)
เทคนิคดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการเรียนรู้ เกิดความสนุกในการเรียน และสามารถพัฒนาทักษะการเขียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.4 ประโยชนและขอจำกัดของการสอนแบบ THAI Model ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
ประโยชน์
1. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างเต็มที่
2. พัฒนาทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทยได้อย่างถูกต้อง
3. ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกัน
4. ผู้เรียนมีแรงจูงใจและมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย
5. สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตประจำวัน
6. สอดคล้องกับการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 และการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
ข้อจำกัด
1. ครูต้องเตรียมสื่อ เกม และกิจกรรมค่อนข้างมาก
2. การใช้สื่อดิจิทัลจำเป็นต้องมีอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตที่เพียงพอ
3. การดำเนินกิจกรรมบางขั้นตอนใช้เวลามากกว่าการสอนแบบบรรยาย
4. ผู้เรียนมีความแตกต่างด้านทักษะการใช้เทคโนโลยี จึงต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นรายบุคคล
5. ครูต้องวางแผนการบริหารชั้นเรียนอย่างเหมาะสมเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วม
5. ความพึงพอใจ/เจตคติ
5.1 ความหมายของความพึงพอใจ/เจตคติ หมายถึง ระดับความรู้สึก ความคิดเห็น การยอมรับ และความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เรื่อง การเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย ด้วยนวัตกรรม THAI Model ซึ่งสะท้อนผ่านความสนใจ ความกระตือรือร้น ความสนุกในการเรียน ความเข้าใจในบทเรียน การมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม และความสามารถในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
5.2 ทฤษฎีความความพึงพอใจ/เจตคติ Abraham Maslow อธิบายว่ามนุษย์มีความต้องการ 5 ระดับ ได้แก่ ความต้องการด้านร่างกาย ความปลอดภัย ความรักและการยอมรับ การได้รับการยกย่อง และการพัฒนาศักยภาพของตนเอง (Self-Actualization) การจัดการเรียนรู้ด้วย THAI Model ที่เน้นกิจกรรม Active Learning เกมการศึกษา และสื่อดิจิทัล ช่วยตอบสนองความต้องการของผู้เรียนในด้านการมีส่วนร่วม การได้รับการยอมรับจากครูและเพื่อน การประสบความสำเร็จในการทำกิจกรรม และการแสดงศักยภาพของตนเอง ส่งผลให้เกิดความพึงพอใจและมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย
5.3 การวัดความพึงพอใจ/เจตคติ
1. เครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินผล เครื่องมือเพื่อใช้วัดความพึงพอใจและเจตคติของนักเรียน แบ่งออกเป็น 2 เครื่องมือหลัก เพื่อให้เหมาะสมกับวัย
แบบสอบถามความพึงพอใจ ผู้จัดทำจึงใช้แบบสอบถามที่ใช้สัญลักษณ์รูปภาพ ใบหน้าแสดงอารมณ์ จำนวน 3 ระดับ เพื่อให้นักเรียนเข้าใจง่ายและประเมินความรู้สึกของตนเองได้อย่างแท้จริง
แบบสังเกตพฤติกรรมระหว่างเรียน ใช้สำหรับประเมินเจตคติเชิงพฤติกรรม ของนักเรียนในขณะปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม กิจกรรมการเล่นเกม และการออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน
3.1.2 ขั้นตอนการดำเนินงาน
ในขั้นตอนการดำเนินงาน ได้ดำเนินงานโดยใช้กระบวนงาน PDCA /ตามแนวคิด ทฤษฎี หลักการ กระบวนอื่นๆสำหรับการวางแผน ปฏิบัติงาน ติดตาม ประเมินผลและสะท้อนข้อมูลย้อนกลับ
1. ขั้นการวางแผน P (Plan)
ศึกษาสภาพปัญหา วิเคราะห์ผู้เรียน และศึกษาหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทยดำเนินการดังนี้
1. วิเคราะห์ปัญหาการเขียนวัน เดือน ปี ของนักเรียน
2. ศึกษาหลักสูตรและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง
3. ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ THAI Model
4. จัดทำสื่อการเรียนรู้ เกม ใบงาน และเครื่องมือประเมินผล
2. ขั้นการดำเนินงาน D (Do)
ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม THAI Model โดยใช้ Active Learning ดังนี้
ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Trigger)
ให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างวัน เดือน ปี จากปฏิทินและเอกสารจริง
ขั้นที่ 2 สร้างความรู้ (Hands-on)
นักเรียนเรียนรู้หลักการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย
ขั้นที่ 3 เรียนรู้ผ่านกิจกรรม (Active Learning)
นักเรียนทำกิจกรรมเกมภาษาไทยและกิจกรรมกลุ่ม
ขั้นที่ 4 ประยุกต์ใช้ (Integrate)
นักเรียนฝึกเขียนวัน เดือน ปี ในสถานการณ์จริง
ขั้นที่ 5 พัฒนาและประเมินผล
นักเรียนแก้ไขข้อผิดพลาดและพัฒนาผลงาน
3. ขั้นการตรวจสอบประเมินผล C (Check)
ดำเนินการประเมินทักษะการเขียนวัน เดือน ปี แบบไทย โดยใช้
1. แบบทดสอบก่อนเรียน–หลังเรียน
2. แบบประเมินชิ้นงาน
3. แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน
ผลการประเมินพบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
4. ขั้นการการพัฒนา / ปรับปรุงแก้ไข A (Act)
นำผลการประเมินมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงกิจกรรมการเรียนรู้ พัฒนาสื่อ และปรับรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับผู้เรียนมากขึ้น รวมทั้งเผยแพร่และขยายผลผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 คะแนนเฉลี่ยจากแต่ละกิจกรรม คิดเป็นค่าเฉลี่ย 89.06– 90.00 และคะแนนเฉลี่ยรวม คิดเป็นร้อยละ 89.06– 90.00
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น