คัดลอกลิงก์แล้ว ✓
นวัตกรรมการศึกษา เผยแพร่แล้ว

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติ SCULPT Model ร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์งานปั้นด้วยดินน้ำมัน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดข่วงสิงห์

6 ส.ค. 2569 อ่าน 17 ครั้ง ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติ SCULPT Model ร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสามารถในการสร้างสรรค์งานปั้นด้วยดินน้ำมันของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดข่วงสิงห์ กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนจำนวน 34 คน ดำเนินกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ 6 แผน รวม 12 ชั่วโมง กระบวนการเรียนรู้ประกอบด้วย 6 ขั้น ได้แก่ S: Sense the Community, C: Cultivate Basic Skills, U: Understand to Undertake, L: Link through Stories, P: Practice to Perfect และ T: Tell to Reflect โดยเชื่อมโยงการฝึกทักษะการปั้นกับประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม ความเชื่อ และอัตลักษณ์ของชุมชนคุ้มสิงห์

ผลการใช้รูปแบบพบว่า คะแนนเฉลี่ยความสามารถในการสร้างสรรค์งานปั้นหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 จำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 91.18 และมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด แสดงให้เห็นว่า SCULPT Model สามารถส่งเสริมทักษะการปั้น ความคิดสร้างสร
รายละเอียดผลงาน
ผลงานนวัตกรรม “การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติ SCULPT Model ร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์งานปั้นด้วยดินน้ำมัน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดข่วงสิงห์” เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นจากการสังเคราะห์แนวคิดการสอนทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน โดยนำประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม ความเชื่อ สถานที่สำคัญ และอัตลักษณ์ของชุมชนคุ้มสิงห์มาเชื่อมโยงกับการฝึกทักษะและการสร้างสรรค์งานปั้นด้วยดินน้ำมัน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติอย่างเป็นลำดับ และถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชนผ่านผลงานศิลปะได้อย่างมีความหมาย

กระบวนการจัดการเรียนรู้ประกอบด้วย 6 ขั้น ได้แก่ S: Sense the Community เรียนรู้และสำรวจบริบทของชุมชน C: Cultivate Basic Skills ฝึกทักษะพื้นฐานในการปั้น U: Understand to Undertake ศึกษาโครงสร้างและขั้นตอนจากการสาธิต L: Link through Stories เชื่อมโยงเรื่องราวของชุมชนสู่การออกแบบผลงาน P: Practice to Perfect ฝึกปฏิบัติ รับข้อมูลย้อนกลับ และปรับปรุงผลงาน และ T: Tell to Reflect นำเสนอผลงานและสะท้อนผลการเรียนรู้ รูปแบบดังกล่าวนำไปใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 34 คน ผ่านแผนการจัดการเรียนรู้ 6 แผน รวม 12 ชั่วโมง โดยประเมินความสามารถในการสร้างสรรค์งานปั้นจากกระบวนการทำงาน เทคนิคการปั้น การออกแบบและจัดองค์ประกอบ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และการถ่ายทอดเรื่องราวหรืออัตลักษณ์ของชุมชน

ผลการใช้นวัตกรรมพบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยความสามารถในการสร้างสรรค์งานปั้นหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีนักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 จำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 91.18 และมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด นวัตกรรมจึงช่วยพัฒนาทักษะการปั้นอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การวางแผน การแก้ปัญหา การปรับปรุงผลงาน และการสื่อสารความหมายผ่านงานศิลปะ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเรียนรู้คุณค่าของชุมชนและนำทุนทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานของตนเองได้อย่างเหมาะสมตามวัย

ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น