คัดลอกลิงก์แล้ว ✓
นวัตกรรมการศึกษา เผยแพร่แล้ว

ผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) APUSER Model : การบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาพหุปัญญาของนักเรียน ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการฐานสิ่งแวดล้อม “รักษ์โลกสร้างสรรค์”

19 ส.ค. 2569 อ่าน 52 ครั้ง ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
การรายงานผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ภายใต้โครงการห้องเรียนคุณภาพ โรงเรียนคุณภาพ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่มุ่งส่งเสริมให้ครูเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้เชิงรุก ตลอดจนเพื่อพัฒนาพหุปัญญาและสมรรถนะที่สำคัญของผู้เรียนผ่านกระบวนการบูรณาการสิ่งแวดล้อม
กระบวนการดำเนินงานตามรูปแบบนวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา APUSER Model บูรณาการร่วมกับวงจรคุณภาพเดมมิ่ง (PDCA) ประกอบด้วย 5 ระยะสำคัญ ได้แก่ ระยะที่ 1 วิเคราะห์และวางแผน (A : Analysis และ P : Participation) นำผลประเมินพหุปัญญาผู้เรียนรายบุคคล (MI-Test) มาวิเคราะห์ร่วมกับบริบทสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนพร้อมสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วม ระยะที่ 2 พัฒนาครูและเตรียมความพร้อม (U : Upskill) เพิ่มทักษะครูในการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้แบบ ABL และการใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัลรวมถึงเครื่องมือ AI Tools ระยะที่ 3 จัดการเรียนรู้และนิเทศติดตาม (S : Supervision) นำแผนการสอนไปใช้จริงในชั่วโมง ABL ทุกวันศ
รายละเอียดผลงาน
การรายงานผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ภายใต้โครงการห้องเรียนคุณภาพ โรงเรียนคุณภาพ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่มุ่งส่งเสริมให้ครูเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้เชิงรุก ตลอดจนเพื่อพัฒนาพหุปัญญาและสมรรถนะที่สำคัญของผู้เรียนผ่านกระบวนการบูรณาการสิ่งแวดล้อม กลุ่มเป้าหมายและเครือข่ายร่วมพัฒนาประกอบด้วย ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้เรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และภาคีเครือข่าย ดำเนินการขับเคลื่อนนวัตกรรมในช่วงปีการศึกษา 2567 ถึง 2569
กระบวนการดำเนินงานตามรูปแบบนวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา APUSER Model บูรณาการร่วมกับวงจรคุณภาพเดมมิ่ง (PDCA) ประกอบด้วย 5 ระยะสำคัญ ได้แก่ ระยะที่ 1 วิเคราะห์และวางแผน (A : Analysis และ P : Participation) นำผลประเมินพหุปัญญาผู้เรียนรายบุคคล (MI-Test) มาวิเคราะห์ร่วมกับบริบทสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนพร้อมสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วม ระยะที่ 2 พัฒนาครูและเตรียมความพร้อม (U : Upskill) เพิ่มทักษะครูในการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้แบบ ABL และการใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัลรวมถึงเครื่องมือ AI Tools ระยะที่ 3 จัดการเรียนรู้และนิเทศติดตาม (S : Supervision) นำแผนการสอนไปใช้จริงในชั่วโมง ABL ทุกวันศุกร์ ผ่านฐานการเรียนรู้สิ่งแวดล้อม 4 ฐาน ได้แก่ ฐาน ZERO WASTE, ฐานปลูกผักปลอดสาร, ฐานอนุรักษ์พลังงาน และฐานศิลป์สร้างสรรค์ ควบคู่กับการนิเทศภายใน ระยะที่ 4 เสริมพลังและสร้างแรงจูงใจ (E : Encourage) ยกย่องเชิดชูเกียรติและมอบรางวัลแก่ครู และระยะที่ 5 สะท้อนผลและพัฒนา (R : Reflection) ร่วมถอดบทเรียน (AAR) ผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ผลการดำเนินงาน ปรากฏผลสำเร็จเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้ 1) ผลที่เกิดกับผู้เรียน พบว่าผู้เรียนมีพัฒนาการด้านสมรรถนะที่สำคัญเพิ่มขึ้นทุกด้าน โดยผลการประเมินสมรรถนะในภาพรวมเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 76.0 ในปีการศึกษา 2567 เป็นร้อยละ 85.0 ในปีการศึกษา 2568 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนดไว้ ผู้เรียนทุกคนได้ลงมือปฏิบัติจริง และสามารถสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรม “รักษ์โลกสร้างสรรค์” เช่น การแสดงทางวิทยาศาสตร์ (Science Show) โครงงานคณิตศาสตร์ และชิ้นงานศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ 2) ผลที่เกิดกับครู: ครูได้รับการพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดทำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งผลให้ห้องเรียนได้รับการประเมินอยู่ในระดับ “ดีเยี่ยม” ตามเกณฑ์ห้องเรียนคุณภาพ 3) ผลที่เกิดกับสถานศึกษา: โรงเรียนเกิดวัฒนธรรมการทำงานแบบมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิภาพ ผู้ปกครองและชุมชนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ตลอดจนนวัตกรรมนี้ได้รับความสนใจและยอมรับจากสถานศึกษาในเครือข่าย ขยายผลสู่การเป็นแหล่งศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาและการส่งเสริมพหุปัญญาในระดับที่สูงขึ้น
คำสำคัญ: APUSER Model, พหุปัญญา, การจัดการเรียนรู้เชิงรุก, ฐานการเรียนรู้สิ่งแวดล้อม

ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น