คัดลอกลิงก์แล้ว ✓
แผนการจัดการเรียนรู้ เผยแพร่แล้ว

การเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (The 5Es of Inquiry-Based Learning) ในรายวิชาสังคมศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สาระภูมิศาสตร์ เรื่อง ภัยพิบัติทางธรรมชาติในทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย

22 ส.ค. 2569 อ่าน 81 ครั้ง ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ถือเป็นภัยที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของมนุษย์และนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในทวีปเอเชีย
ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนียนั้นมีหลายประเภท เช่น อุทกภัย ภัยแล้ง แผ่นดินไหว วาตภัย สึนามิ ไฟป่า
แผ่นดินถล่ม และภูไฟปะทุ ซึ่งภัยพิบัติแต่ละประเภทที่กล่าวมานั้นล้วนมีลักษณะการเกิดที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเรียนควรศึกษาเรียนรู้เพื่อให้รู้จักสาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการปฏิบัติตนกับภัยพิบัติที่ถูกต้องสำหรับการเตรียมพร้อมรับมือเพื่อลดความเสียงและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นได้
รายละเอียดผลงาน
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 เรื่อง ภัยพิบัติทางธรรมชาติใกล้ตัวเรา 1 จำนวน 1 คาบ เวลา 60 นาที
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ภัยพิบัติทางธรรมชาติในทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ชื่อวิชา สังคมศึกษา 1 รหัสวิชา ส 21101
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ครูผู้สอน นายมนตรี เภาสี
***************************************************************************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้

1.1 มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมีผลต่อกันใช้แผนที่
และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลตามกระบวนการทาง
ภูมิศาสตร์ ตลอดจนใช้ภูมิสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ


1.2 ตัวชี้วัด
1.2.1 ตัวชี้วัดระหว่างทาง
ส 5.1 ม.1/3 วิเคราะห์สาเหตุการเกิดภัยพิบัติและผลกระทบในทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย
และโอเชียเนีย

2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ถือเป็นภัยที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของมนุษย์และนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในทวีปเอเชีย
ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนียนั้นมีหลายประเภท เช่น อุทกภัย ภัยแล้ง แผ่นดินไหว วาตภัย สึนามิ ไฟป่า
แผ่นดินถล่ม และภูไฟปะทุ ซึ่งภัยพิบัติแต่ละประเภทที่กล่าวมานั้นล้วนมีลักษณะการเกิดที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเรียนควรศึกษาเรียนรู้เพื่อให้รู้จักสาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการปฏิบัติตนกับภัยพิบัติที่ถูกต้องสำหรับการเตรียมพร้อมรับมือเพื่อลดความเสียงและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นได้

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
- นักเรียนสามารถบอกสาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการป้องกันและระวังภัยพิบัติทางธรรมชาติได้
3.2 ด้านทักษะกระบวนการ(P)
- นักเรียนสามารถจัดทำแผนผังความคิดนำเสนอสาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการป้องกันและระวังภัยพิบัติ
ทางธรรมชาติได้

3.3 ด้านคุณลักษณะ (A)
- นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นด้วยความรับผิดชอบ มุ่งมั่นในการทำกิจกรรมและมีวินัยด้วยการ
ส่งงานตามกำหนด

4. สาระการเรียนรู้
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge)

4.1.1 อุทกภัยหรือภัยจากน้ำท่วม
1) สาเหตุของการเกิดอุทกภัยหรือภัยจากน้ำท่วม
(1) ฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน มักเกิดจากพายุหมุนเขตร้อน (ดีเปรสชัน)
(2) ระบบระบายน้ำไม่ดี ท่อระบาบน้ำอุดตัน
(3) พื้นที่เป็นที่ราบลุ่มต่ำ มีน้ำท่วมขังได้
(4) น้ำทะเลหนุนและแม่น้ำตื้นเขิน เป็นต้น
2) ผลกระทบของอุทกภัยหรือภัยจากน้ำท่วม
(1) น้ำท่วมขังบ้านเรือน สิ่งก่อสร้าง และสาธารณสถานทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ
(2) เส้นทางคมนามคม เช่น ถนน สะพาน ถูกกระแสน้ำพัดพังทลาย หรืออาจถูกตัดขาดเป็นช่วง ๆ ได้
(3) ระบบสาธารณูปโภค เช่นโทรศัพท์ ไฟฟ้า ประปา ได้รับความเสียหาย
(4) พื้นที่การเกษตรและการปศุสัตว์ได้รับความเสียหาย และอาจเกิดโรคระบาดที่มากับน้ำได้ เป็นต้น
3) แนวทางการป้องกันและระวังภัยอุทกภัยหรือภัยจากน้ำท่วม
(1) ขุดลอกคูคลองทางระบายน้ำไม่ให้ตื้นเขิน
(2) ไม่สร้างอาคารหรือสิ่งก่อสร้างใด ๆ กีดขวางเส้นทางเดินของน้ำตามธรรมชาติ
(3) สร้างพื้นที่รองรับน้ำให้มีมากเพียงพอ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ก่อนที่จะระบานลงสู่ทะเล
(4) ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและสถานการณ์เกี่ยวกับปริมาณน้ำจากทางราชการ เป็นต้น

4.1.2 ภัยแล้ง
1) สาเหตุของการเกิดภัยแล้ง
(1) การตัดไม้ทำลายป่า ทำใพื้นดินขาดความชุมชื้น ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล
(2) จำนวนประชากรมากขึ้นทำให้ความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น แหล่งกักเก็บน้ำมีน้อย
(3) การเพิ่มปริมาณของก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเกิดจากกการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง เป็นต้น
2) ผลกระทบของภัยแล้ง
(1) ด้านสิ่งแวดล้อม การเกิดภัยแล้งเป็นเวลานานต่อเนื่องทำให้แหล่งน้ำตามธรรมชาติแห้งระดับน้ำ
ใต้ดินลดลงส่งผกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
(2) ด้านเศรษฐกิจ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง รวมทั้งกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
(3) ด้านสังคม ประชาชนอาจละทิ้งถิ่นฐานเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่และเกิดความขัดแย้งในการใช้น้ำ


3) แนวทางการป้องกันและระวังภัยแล้ง
(1) รักษาพื้นที่ป่าไม้ให้อุดมสมบูรณ์ ไม่ตัดไม้ทำลายป่า และปลูกป่าเพิ่มเติม
(2) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
(3) สร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อเก็บสำรองน้ำ ขุดเจาะน้ำบาดาล และทำฝนเทียม เป็นต้น

4.1.3 แผ่นดินไหว
1) สาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหว
(1) เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ได้แก่ การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก และการระเบิดของภูเขาไฟ
(2) เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ เช่น การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดิน แรงกดของอ่างเก็บน้ำ
ในเขื่อนขนาดใหญ่ และการสูบน้ำใต้ดินมาใช้มากเกินไปทำให้ชั้นหินใต้พื้นโลกเคลื่อนตัว เป็นต้น
2) ผลกระทบของแผ่นดินไหว
(1) สิ่งก่อสร้าง อาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายและพังทลาย
(2) เกิดพื้นผิวแผ่นดินแยก หรือเคลื่อนตัว หรือเกิดทรายพุ
(3) ผู้คนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากสิ่งปลูกสร้างที่พังทลายลงมาทับ
(4) เกิดแผ่นดินถล่มจากแผ่นดินไหว และอาจเกิดสึนามิ ในกรณีที่เกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเล เป็นต้น
3) แนวทางการป้องกันและระวังภัยแผ่นดินไหว
(1) จัดตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่ศึกษา ทำนาย ประกาศเตือนภัย และจัดทำเอกสารให้ความรู้เรื่อง
แผ่นดินไหวแก่ประชาชน
(2) ประชาชนควรศึกษาให้เข้าใจวิธีปฏิบัติอย่างถูกต้อง เมื่อต้องเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวและมีการ
ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุตามสมควร
(3) กำหนดมาตรฐานด้านวิศวกรรมของอาคารสูงเพื่อรองรับการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว
(4) ถ้าอยู่บนอาคารสูงให้หลบอยู่ใต้โต๊ะ งดการใช้ลิฟท์ รีบออกนอกอาคารไปที่โล่งแจ้ง เป็นต้น

4.1.4 สึนามิ
1) สาเหตุของการเกิดสึนามิ
(1) เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในมหาสมุทร
(2) การปะทุของภูเขาไฟใต้ทะเลหรือบนเกาะกลางมหาสมุทร
(3) การเกิดรอยเลื่อนหรือการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก
(4) การพุ่งชนของอุกกาบาตขนาดใหญ่ลงสู่พื้นน้ำในมหาสมุทร
(5) การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ท้องทะเล
2) ผลกระทบของสึนามิ
(1) การสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บ ทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย
(2) ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยว
(3) ผลกรพทบต่อสภาพจิตใจของผู้ประสบภัย และผลกกระทบต่อรับบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง

3) แนวทางการป้องกันและระวังภัยสึนามิ
(1) ภาครัฐจะต้องจัดตั้งหอเตือนภัยบริเวณชายฝั่งทะเล
(2) ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้แก่ประชาชนพร้อมกับติดตามข่าวสารกับทางราชการ
(3) ถ้าสังเกตเห็นระบดับน้ำทะเลลดลงอย่างรวดเร็วและผิดปกติให้รีบออกจากบริเวณชายฝั่ง
(4) กรณีอยู่บนเรือในทะเลให้รีบนำเรือออกไปกลางทะเลลึก เป็นต้น

4.2 ด้านทักษะและกระบวนการ (Process)
- ทักษะการนำเสนอแผนผังความคิดภัยพิบัติทางธรรมชาติในส่วนของสาเหตุ ผลกระทบและแนวทางการ
ป้องกันและระวังภัยพิบัติทางธรรมชาติตามที่ได้รับมอบหมาย
4.3 ด้านเจตคติ (Attitude)
16
1) มีวินัยในการปฏิบัติงาน 2) ใฝ่เรียนรู้เนื้อหาในชั้นเรียน 3) มุ่งมั่นในการทำงาน

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1) ความสามารถในการสื่อสาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการแก้ปัญหา
4) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี


6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1) มุ่งมั่นในการทำงาน
2) มีวินัย
3) ใฝ่เรียนรู้

7. ภาระงาน/ชิ้นงาน
7.1 แผนผังความคิดนำเสนอสาเหตุ ผลกระทบและแนวทางการป้องกันและระวังภัยพิบัติทางธรรมชาติ (งานกลุ่ม)
7.2 โปสเตอร์ข่าวภัยพิบัติทางธรรมชาติในปัจจุบันระหว่างปี พ.ศ. 2567 - ปี พ.ศ. 2568 1 ภัยพิบัติ
โดยระบุสาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางการป้องกันและระวังภัยพิบัติ ส่งทาง Google Classroom
7.3 แบบทดสอบเกมภัยพิบัติทางธรรมชาติ wordwall











8. กระบวนการจัดการเรียนรู้
รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ คือ รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5E)

ขั้นตอนที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) (ประมาณ 5 นาที)
1. ครูกล่าวทักทายนักเรียนและนักเรียนบอกทำความเคารพตามคุณธรรมอัตลักษณ์ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าที่ว่า “นอบน้อมดี มีวินัย ใจอาสา”
2. ครูทบทวนความรู้เดิม เรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในในทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย ในคาบเรียนที่แล้วโดยการใช้คำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจนักเรียน
2.1 เนื้อหาสำหรับการทบทวนความรู้เดิม เรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในทวีปเอเชีย
ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย ในคาบเรียนที่แล้ว มีดังนี้

1) ความหมายของภัยพิบัติ
2) ประเภทของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย
3) ภาพตัวอย่างเหตุการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย 2 ตัวอย่าง

2.2 คำถามที่ครูใช้ถามนักเรียนเพื่อกระตุ้นความสนใจนักเรียน มีดังนี้
แนวคำถาม จากที่เราได้เรียนเรื่องความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในทวีปเอเชีย
ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย ในคาบเรียนที่แล้วนั้น ภัยพิบัติทางธรรมชาติแบ่งตามลักษณะการเกิดภัยมีกี่ประเภท
และอะไรบ้าง
แนวคำตอบ มี 2 ประเภท ได้แก่ 1) ภัยด้านสภาพอากาศ เช่น วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง ไฟป่า และ
2) ธรณีพิบัติภัย เช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟประทุ สึนามิ แผ่นดินถล่ม
3. ครูเปิดคลิปวีดีโอเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนก่อนเริ่มบทเรียนใหม่ในส่วนของตึกโยก ตึกถล่ม สะพานและเสาไฟฟ้าแกว่งไปมา สระน้ำและน้ำบนตึกสูงกระเพื่อมไปมา






แหล่งที่มาของสื่อ https://www.youtube.com/watch?v=fmf_9ZTe2mg
https://www.youtube.com/watch?v=8VNEZDqWBjs
https://www.youtube.com/watch?v=rDG-HVMgMAQ
https://www.youtube.com/watch?v=oQTsbcjo3lg
https://www.youtube.com/shorts/hRo191ncLbs
https://www.youtube.com/shorts/Od-z2iGgjbw
4. เมื่อนักเรียนได้ชมคลิปวีดีโอเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทยแล้วครูถามคำถาม ดังนี้
แนวคำถามที่ 1 จากคลิปดังกล่าวข้างต้นนั้นเป็นภัยพิบัติใด
แนวคำตอบ แผ่นดินไหว
แนวคำถามที่ 2 ภัยพิบัตินี้เกิดขึ้นจากสาเหตุใด
แนวคำตอบ นักเรียนจะตอบคำถามตามพื้นความรู้ของนักเรียน เช่น การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือก แผ่นดินมีการเคลื่อนตัว รอยเลื่อนมีการเคลื่อนตัว เปลือกโลกมีการเคลื่อนตัวในประเทศเมียนมา เป็นต้น
แนวคำถามที่ 3 จากเหตุการณ์ภัยพิบัติในคลิปนั้นนักเรียนคิดว่าส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง
แนวคำตอบ นักเรียนจะตอบคำถามตามพื้นความรู้ของนักเรียน เช่น สิ่งก่อสร้างได้รับความเสียหายและพังทลาย ผู้คนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากสิ่งปลูกสร้างที่พังทลายลงมาทับ โครงสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย อาคาร สะพานเกิดความเสียหาย และเกิดผลกระทบทางจิตใจ เช่น เกิดความเครียด วิตกกังวล และภาวะทางจิตใจของผู้ประสบภัย เป็นต้น
แนวคำถามที่ 4 หากเกิดภัยพิบัติแผ่นดินไหวดังคลิปนักเรียนจะมีวิธีการป้องกันและปฏิบัติตนอย่างไร
แนวคำตอบ นักเรียนจะตอบคำถามตามพื้นความรู้ของนักเรียน เช่น ตั้งสติถ้าอยู่บนตึกสูงให้หลบอยู่ใต้โต๊ะ ไม่ใช้ลิฟท์ถ้าอยู่นอกอาคารให้อยู่ในที่โล่งแจ้ง ออกห่างจากอาคารสูง กำแพง เสาไฟฟ้า และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ
ถ้าอยู่ในรถควรหยุดรถ หากอยู่ใกล้ชายฝั่งให้รีบขึ้นที่สูงห่างจากชายฝั่ง เพราะอาจเกิดคลื่นสึนามิได้ เป็นต้น
แนวคำถามที่ 5 นอกจากแผ่นดินไหวแล้ว ในทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนีย มีภัยพิบัติใดเกิดขึ้นอีกบ้าง
แนวคำตอบ นักเรียนจะตอบคำถามองค์ความรู้พื้นฐานเดิมของนักเรียนที่ได้เรียนเรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย ในคาบเรียนที่แล้ว เช่น วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง ไฟป่า แผ่นดินไหว ภูเขาไฟประทุ สึนามิ และแผ่นดินถล่ม
5. ครูนำนักเรียนเข้าสู่กิจกรรมต่อไป โดยการตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจกับนักเรียนคิดว่าภัยพิบัติเหล่านี้มีสาเหตุการเกิดมาจากอะไร มีผลกระทบใดเกิดขึ้นบ้าง และนักเรียนมีแนวทางการป้องกันและระวังภัยพิบัติ
นั้นอย่างไร ซึ่งเราจะได้มาศึกษาร่วมกันในกิจกรรมต่อไป

ขั้นตอนที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) (ประมาณ 15 นาที)
1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 8 กลุ่ม ๆ กลุ่มละ 4 - 5 คน (เป็นกลุ่มที่คละความสามารถเก่ง กลางและอ่อน ซึ่งนักเรียนได้แบ่งกลุ่มและสุ่มหัวข้อไว้แล้วในคาบที่แล้ว) โดยมีรายชื่อกลุ่มดังนี้ กลุ่ม A,B,C,D,E,F,G,H
2. ครูกดสุ่มวงล้อเพื่อสุ่มหัวข้อภัยพิบัติ โดยเรียงลำดับจากตามกลุ่ม A,B,C,D,E,F,G และ H ตามลำกับ ในวงล้อจะมีชื่อภัยพิบัติทั้งหมด 8 หัวข้อ ได้แก่ 1) สาเหตุและผลกระทบของอุทกภัย 2) แนวทางการป้องกันและระวังภัยอุทกภัย 3) สาเหตุและผลกระทบของภัยแล้ง 4) แนวทางการป้องกันและระวังภัยแล้ง 5) สาเหตุและผลกระทบของแผ่นดินไหว 6) แนวทางการป้องกันและระวังภัยแผ่นดินไหว 7) สาเหตุและผลกระทบของสึนามิ 8) แนวทางการป้องกันและระวังภัยสึนามิ




3. เมื่อกลุ่มได้หัวข้อที่ครูกดสุ่มให้แล้ว ตัวแทนกลุ่มออกมารับเอกสารคำชี้แจงการทำกิจกรรม และสื่อความรู้ QR CODE เรื่อง ภัยพิบัติทางธรรมชาติใกล้ตัว 1 เราหน้าชั้นเรียน

ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น