การพัฒนารูปแบบจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิง เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
28 ส.ค. 2569
อ่าน 22 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
1. รูปแบบจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิง เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ที่พัฒนาขึ้น ใช้ชื่อว่า “ASPIRE Model” โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 3) กระบวนการจัดการเรียนรู้ มี 6 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 ขั้นทำความเข้าใจปัญหา (Analyze the Problem) ขั้นที่ 2 ขั้นศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม (Study with Microlearning) ขั้นที่ 3 ขั้นสังเคราะห์ความรู้ (Process & Synthesize) ขั้นที่ 4 ขั้นดำเนินการแก้ปัญหา (Implement the Solution) ขั้นที่ 5 ขั้นนำเสนอแนวทางแก้ปัญหา (Report & Share) ขั้นที่ 6 ขั้นประยุกต์ใช้ (Extend to Practice) 4) สื่อและแหล่งเรียนรู้ และ 5) การวัดและประเมินผล โดยรูปแบบการจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ (E1 / E2) เ ท่ากับ 81.95/82.11 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้คือ 80/80
รายละเอียดผลงาน
การพัฒนารูปแบบจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิง เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิง เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) 2) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิง เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบ ไมโครเลิร์นนิง เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิง เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ประชากรกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2 โรงเรียนสาธิตพหลโยธินรามินทรภักดี (เทศบาลเมืองราชบุรี) อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster random sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที (Dependent Samples t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
1. รูปแบบจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิง เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ที่พัฒนาขึ้น ใช้ชื่อว่า “ASPIRE Model” โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 3) กระบวนการจัดการเรียนรู้ มี 6 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 ขั้นทำความเข้าใจปัญหา (Analyze the Problem) ขั้นที่ 2 ขั้นศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม (Study with Microlearning) ขั้นที่ 3 ขั้นสังเคราะห์ความรู้ (Process & Synthesize) ขั้นที่ 4 ขั้นดำเนินการแก้ปัญหา (Implement the Solution) ขั้นที่ 5 ขั้นนำเสนอแนวทางแก้ปัญหา (Report & Share) ขั้นที่ 6 ขั้นประยุกต์ใช้ (Extend to Practice) 4) สื่อและแหล่งเรียนรู้ และ 5) การวัดและประเมินผล โดยรูปแบบการจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ (E1 / E2) เ ท่ากับ 81.95/82.11 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้คือ 80/80
2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิง เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) มีทักษะการคิดเชิงคำนวณหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิง เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
4. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิง เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) โดยรวมอยู่ในระดับ มาก ( = 4.38)
คำสำคัญ: การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน, การเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิง, ทักษะการคิดเชิงคำนวณ, ASPIRE Model
ผลการวิจัยพบว่า
1. รูปแบบจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิง เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ที่พัฒนาขึ้น ใช้ชื่อว่า “ASPIRE Model” โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 3) กระบวนการจัดการเรียนรู้ มี 6 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 ขั้นทำความเข้าใจปัญหา (Analyze the Problem) ขั้นที่ 2 ขั้นศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม (Study with Microlearning) ขั้นที่ 3 ขั้นสังเคราะห์ความรู้ (Process & Synthesize) ขั้นที่ 4 ขั้นดำเนินการแก้ปัญหา (Implement the Solution) ขั้นที่ 5 ขั้นนำเสนอแนวทางแก้ปัญหา (Report & Share) ขั้นที่ 6 ขั้นประยุกต์ใช้ (Extend to Practice) 4) สื่อและแหล่งเรียนรู้ และ 5) การวัดและประเมินผล โดยรูปแบบการจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ (E1 / E2) เ ท่ากับ 81.95/82.11 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้คือ 80/80
2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิง เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) มีทักษะการคิดเชิงคำนวณหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิง เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
4. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิง เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) โดยรวมอยู่ในระดับ มาก ( = 4.38)
คำสำคัญ: การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน, การเรียนรู้แบบไมโครเลิร์นนิง, ทักษะการคิดเชิงคำนวณ, ASPIRE Model
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น