คัดลอกลิงก์แล้ว ✓
เผยแพร่ผลงานวิชาการ เผยแพร่แล้ว

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยใช้กิจกรรมบทบาทสมมุติผ่านสื่อดิจิทัล เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

14 ก.ย. 2569 อ่าน 4 ครั้ง ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัญหา และความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 2) พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยใช้กิจกรรมบทบาทสมมุติผ่านสื่อดิจิทัล 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบด้านประสิทธิภาพ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ และความพึงพอใจของนักเรียน และ 4) ประเมิน ปรับปรุง และรับรองรูปแบบฉบับสมบูรณ์
รายละเอียดผลงาน
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยใช้กิจกรรมบทบาทสมมุติ ผ่านสื่อดิจิทัล เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ผู้วิจัย นางรัชช์วรัณ แรกรุ่น
ปีการศึกษา 2568

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัญหา และความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ 2) พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยใช้กิจกรรมบทบาทสมมุติผ่านสื่อดิจิทัล 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบด้านประสิทธิภาพ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ และความพึงพอใจของนักเรียน และ 4) ประเมิน ปรับปรุง และรับรองรูปแบบฉบับสมบูรณ์ การวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ประชากรเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนานาชาติเทศบาลนครนครศรีธรรมราช จำนวน 116 คน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 จำนวน 30 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) ในระยะพัฒนาได้ทดลองใช้กับนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 3 คน 9 คน และ 30 คน ตามลำดับ
นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นคือ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ IERPR Model ซึ่งประกอบด้วยกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น ได้แก่ Inspire & Engage, Enrich Language, Role Play Performance, Practice Communication และ Reflect & Reinforce โดยใช้ร่วมกับชุดกิจกรรมบทบาทสมมุติผ่านสื่อดิจิทัล เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถามความต้องการจำเป็น แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษแบบวิเคราะห์ แบบสังเกต แบบสะท้อนผลการเรียนรู้ แบบสอบถามความพึงพอใจ และแบบประเมินรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าประสิทธิภาพ E1/E2 ดัชนีประสิทธิผล (E.I.) การทดสอบ Dependent Samples t-test ขนาดอิทธิพล Cohen’s d และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบ IERPR Model และองค์ประกอบที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพและความเหมาะสมสำหรับนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ 2) การทดลองใช้กับนักเรียน จำนวน 3 คน 9 คน และ 30 คน มีประสิทธิภาพเท่ากับ 77.33/76.67, 80.56/80.37 และ 82.77/81.33 ตามลำดับ 3) ผลการทดลองจริงกับกลุ่มตัวอย่างพบว่ารูปแบบมีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.04/80.33 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 และมีดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.6616 หรือร้อยละ 66.16 4) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 14.93, p < .001) 5) ทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 12.98, p < .001) และ 6) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.70, S.D. = 0.13) ผลการประเมินและรับรองในระยะ D2 นำไปสู่การปรับปรุงและจัดทำ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ IERPR Model ฉบับสมบูรณ์ (Final Version) พร้อมคู่มือ ชุดกิจกรรมบทบาทสมมุติผ่านสื่อดิจิทัล จำนวน 8 เล่ม แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 8 แผน รวม 20 ชั่วโมง สื่อดิจิทัล และเครื่องมือวัดและประเมินผลสำหรับนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษาได้อย่างเป็นระบบ

คำสำคัญ: การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้, IERPR Model, ทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ, กิจกรรมบทบาทสมมุติ, สื่อดิจิทัล

ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น