การพัฒนาทักษะการแยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ ๕ STEPs
17 ก.ย. 2569
อ่าน 4 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อให้นักเรียนอธิบายความหมายและหลักการของข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นได้
๒. เพื่อพัฒนาทักษะการแยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากข้อความที่กำหนด
๓. เพื่อให้นักเรียนเห็นประโยชน์ของการวิเคราะห์ข้อมูลก่อนนำไปใช้
ผลที่ได้รับ
๑.นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นเพิ่มขึ้น
จากการจัดการเรียนรู้แบบ ๕ STEPs ร่วมกับกิจกรรม Active Learning และเกมการศึกษา “แยกให้ออก บอกให้ถูก” พบว่า นักเรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการจำแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น สามารถพิจารณาลักษณะของข้อความ วิเคราะห์เหตุผล และตอบคำถามได้ถูกต้องมากขึ้น ผลการประเมินด้านความรู้ พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ ๙๖ สูงกว่าเป้าหมาย
ที่กำหนดไว้ คือ ร้อยละ ๗๐
๒. นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้นักเรียนสามารถนำหลักการแยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นไปใช้ในการอ่าน การฟัง และการรับข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่าง
๑. เพื่อให้นักเรียนอธิบายความหมายและหลักการของข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นได้
๒. เพื่อพัฒนาทักษะการแยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากข้อความที่กำหนด
๓. เพื่อให้นักเรียนเห็นประโยชน์ของการวิเคราะห์ข้อมูลก่อนนำไปใช้
ผลที่ได้รับ
๑.นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นเพิ่มขึ้น
จากการจัดการเรียนรู้แบบ ๕ STEPs ร่วมกับกิจกรรม Active Learning และเกมการศึกษา “แยกให้ออก บอกให้ถูก” พบว่า นักเรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการจำแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น สามารถพิจารณาลักษณะของข้อความ วิเคราะห์เหตุผล และตอบคำถามได้ถูกต้องมากขึ้น ผลการประเมินด้านความรู้ พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ ๙๖ สูงกว่าเป้าหมาย
ที่กำหนดไว้ คือ ร้อยละ ๗๐
๒. นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้นักเรียนสามารถนำหลักการแยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นไปใช้ในการอ่าน การฟัง และการรับข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่าง
รายละเอียดผลงาน
การอ่านเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยเฉพาะการอ่านเพื่อสร้างความรู้
และการคิดวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับจากการอ่าน ฟัง และดู ในปัจจุบันข้อมูลข่าวสารมีจำนวนมาก ผู้เรียนจึงจำเป็นต้องมีความสามารถในการแยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น เพื่อประเมินความน่าเชื่อถือ ของข้อมูลและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
จากการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เรื่อง การแยกแยะข้อเท็จจริง
และข้อคิดเห็น พบว่านักเรียนบางส่วนยังไม่สามารถจำแนกข้อความทั้งสองประเภทได้อย่างถูกต้อง ขาดการพิจารณาเหตุผลและการคิดไตร่ตรอง
ผู้จัดทำจึงพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ ๕ STEPs ร่วมกับกิจกรรม Active Learning เพื่อให้นักเรียน
ได้เรียนรู้ผ่านการคิด วิเคราะห์ สื่อสาร และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
และการคิดวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับจากการอ่าน ฟัง และดู ในปัจจุบันข้อมูลข่าวสารมีจำนวนมาก ผู้เรียนจึงจำเป็นต้องมีความสามารถในการแยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น เพื่อประเมินความน่าเชื่อถือ ของข้อมูลและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
จากการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เรื่อง การแยกแยะข้อเท็จจริง
และข้อคิดเห็น พบว่านักเรียนบางส่วนยังไม่สามารถจำแนกข้อความทั้งสองประเภทได้อย่างถูกต้อง ขาดการพิจารณาเหตุผลและการคิดไตร่ตรอง
ผู้จัดทำจึงพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ ๕ STEPs ร่วมกับกิจกรรม Active Learning เพื่อให้นักเรียน
ได้เรียนรู้ผ่านการคิด วิเคราะห์ สื่อสาร และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น