คัดลอกลิงก์แล้ว ✓
เผยแพร่ผลงานวิชาการ เผยแพร่แล้ว

การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้กระบวนการ Coaching ร่วมกับชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโรงเรียนบ้านธาตุ “ธาตุศึกษาวิทยา”

17 ก.ย. 2569 อ่าน 8 ครั้ง ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการ
ในการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน 2) สร้างและพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน 3) เพื่อทดลองใช้
รูปแบบการนิเทศภายใน และ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการนิเทศภายใน การวิจัยนี้ เป็นการวิจัยและ
พัฒนา
รายละเอียดผลงาน
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการ
ในการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน 2) สร้างและพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน 3) เพื่อทดลองใช้
รูปแบบการนิเทศภายใน และ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการนิเทศภายใน การวิจัยนี้ เป็นการวิจัยและ
พัฒนา แบ่งวิธีดำเนินการเป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัญหาและ
ความต้องการ ผู้ให้ข้อมูล คือ 1) ครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 จำนวน 6 คน สำหรับการ
สนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง 2) ผู้ทรงคุณวุฒิในการ
สัมภาษณ์ จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบวิเคราะห์เอกสาร 2) แบบบันทึกการ
สนทนากลุ่ม 3) แบบสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและการตรวจสอบรูปแบบ ผู้ให้
ข้อมูล คือ ผู้ทรงคุณวุฒิในการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบ จำนวน 7 คน
ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม และ
2) แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบ ขั้นตอนที่ 3 การศึกษาผลการทดลอง
ใช้รูปแบบ กลุ่มเป้าหมาย คือ 1) ครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 จำนวน 6 คน 2) นักเรียน
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 จำนวน 83 คน ปีการศึกษา 2568 ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) รูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการนิเทศภายใน 2) แบบประเมิน
สมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 3) แบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจสำหรับนักเรียน และขั้นตอนที่ 4 การประเมินรูปแบบ ผู้ให้ข้อมูล
คือ 1) ครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 จำนวน 6 คน ที่ใช้รูปแบบ 2) ผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิม
จำนวน 7 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง รวมจำนวน 13 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่
1) แบบประเมินความเป็นประโยชน์ ความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความถูกต้องของรูปแบบ
และ 2) แบบสอบถามความพึงพอใจ สำหรับครู สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย
ค่าร้อยละและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการในการพัฒนา
รูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้กระบวนการ Coaching ร่วมกับชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อ
ส่งเสริมสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโรงเรียนบ้านธาตุ “ธาตุศึกษาวิทยา”
พบว่า ครูยังมีปัญหาในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการออกแบบกิจกรรม
Active Learning การกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ และการวัดประเมินผลสมรรถนะ อีกทั้งโรงเรียนมี
ข้อจำกัดด้านจำนวนครู ทำให้มีภาระงานสูง สำหรับการนิเทศภายในรูปแบบเดิมยังเน้นตรวจเอกสาร
ขาดการสังเกตการสอนและการสะท้อนผลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ครูรู้สึกกังวลมากกว่าการได้รับการ
สนับสนุน ครูมีความต้องการรูปแบบการนิเทศที่ยืดหยุ่น เป็นกัลยาณมิตร โดยใช้กระบวนการ
Coaching และชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ลดภาระ
งานเอกสาร ใช้เทคโนโลยีสนับสนุน และเน้นการพัฒนาการจัดการเรียนรู้จากสภาพจริง
2. ผลการสร้างและพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้กระบวนการ Coaching ร่วมกับ
ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
โรงเรียนบ้านธาตุ “ธาตุศึกษาวิทยา” พบว่า รูปแบบการนิเทศภายในที่พัฒนาขึ้นมีองค์ประกอบสำคัญ
ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ กระบวนการดำเนินงาน การวัดและประเมินผล และปัจจัยสนับสนุน
ความสำเร็จ กระบวนการดำเนินการนิเทศแบบ THAT-U Model ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่
ขั้นตอนที่ 1 Team Planning : T (การวางแผนร่วมกัน) ขั้นตอนที่ 2 Human Coaching : H
(การพัฒนาศักยภาพครูผ่านกระบวนการโค้ช) ขั้นตอนที่ 3 Active PLC : A (การเรียนรู้ร่วมกันผ่าน
ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ) และ ขั้นตอนที่ 4 Transform Teaching : T (การพัฒนาการจัด
การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง) โดยมี Unity : U (ความเป็นหนึ่งเดียว/ความร่วมมือ) เป็นหลักการ
สำคัญที่สนับสนุนการดำเนินงานในทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความร่วมมือ การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และ
บรรลุเป้าหมายของรูปแบบ และผลการตรวจสอบและประเมินรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า
รูปแบบการนิเทศภายใน มีความเหมาะสมในระดับมากและมีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ในระดับ
มากที่สุด
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้กระบวนการ Coaching ร่วมกับชุมชน
แห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
โรงเรียนบ้านธาตุ “ธาตุศึกษาวิทยา” พบว่า
3.1 ผลการศึกษาสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พบว่า
โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและการจัด
บรรยากาศชั้นเรียน มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมา ได้แก่ ด้านการเลือกใช้และพัฒนาสื่อ นวัตกรรมเทคโนโลยี ด้านการวิเคราะห์ผู้เรียนและออกแบบการเรียนรู้ และ ด้านการวัดและประเมินผลการ
เรียนรู้ตามสภาพจริง ตามลำดับ
3.2 ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียนหลังการใช้รูปแบบการนิเทศภายใน พบว่า
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาที่มีผลการเรียนระดับ 3 ขึ้นไป ร้อยละ 92.26 มีสมรรถนะ
สำคัญของผู้เรียนอยู่ในระดับดีถึงดีเยี่ยม ร้อยละ 94.70 มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์อยู่ในระดับดีขึ้น
ไป ร้อยละ 100 และมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ของครูในระดับมากที่สุด
4. ผลการประเมินรูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้กระบวนการ Coaching ร่วมกับชุมชน
แห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
โรงเรียนบ้านธาตุ “ธาตุศึกษาวิทยา” พบว่า รูปแบบการนิเทศภายในมีความเป็นประโยชน์
ความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความถูกต้อง อยู่ในระดับมากที่สุด และครูมีความพึงพอใจต่อ
การดำเนินงานของรูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
5. ผลที่เกิดขึ้นหลังการใช้รูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้กระบวนการ Coaching ร่วมกับ
ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
โรงเรียนบ้านธาตุ “ธาตุศึกษาวิทยา” พบว่า ครูผู้สอนและสถานศึกษาได้รับรางวัลตั้งแต่ระดับเขต
พื้นที่การศึกษาขึ้นไป ในปีการศึกษา 2568 จำนวน 28 รายการ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ไม่น้อย
กว่า 21 รายการ

ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น