การพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาด้วยการใช้แผนภาพ (Visual Representation)
22 ก.ย. 2569
อ่าน 6 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
ชื่อวิจัย: การพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาด้วยการใช้แผนภาพ (Visual Representation) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ผู้ทำ: นายภูวไนย สุระชาติ
ผู้ทำ: นายภูวไนย สุระชาติ
รายละเอียดผลงาน
บทคัดย่อ
การวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แผนภาพ (Visual Representation) 2) ศึกษาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาของนักเรียน และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แผนภาพ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/3 ห้องเรียน IEP โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 34 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แผนภาพ 2) แบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหา (คะแนนเต็ม 30 คะแนน) และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างไม่อิสระต่อกัน (t-test for Dependent Samples)
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/3 IEP ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แผนภาพ (Visual Representation) พบว่า คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 15.00 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.12 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 28 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.05 จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน และเมื่อนำผลคะแนนมาทดสอบทางสถิติด้วยค่า t-test (Dependent Samples) พบว่าความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (t = 32.15, p < .001) โดยมีอัตราคะแนนพัฒนาการเฉลี่ยเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 86.67
นักเรียนมีทักษะการแก้โจทย์ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนเพิ่มขึ้น สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาและแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบของแผนภาพเพื่อนำไปสู่การหาคำตอบที่ถูกต้อง โดยนักเรียนทุกคนสามารถผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ได้
นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แผนภาพ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.62 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.24
คำสำคัญ: การแก้โจทย์ปัญหา, การใช้แผนภาพ (Visual Representation), ความพึงพอใจ, วิจัยในชั้นเรียน
การวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แผนภาพ (Visual Representation) 2) ศึกษาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาของนักเรียน และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แผนภาพ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/3 ห้องเรียน IEP โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 34 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แผนภาพ 2) แบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหา (คะแนนเต็ม 30 คะแนน) และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างไม่อิสระต่อกัน (t-test for Dependent Samples)
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/3 IEP ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แผนภาพ (Visual Representation) พบว่า คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 15.00 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.12 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 28 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.05 จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน และเมื่อนำผลคะแนนมาทดสอบทางสถิติด้วยค่า t-test (Dependent Samples) พบว่าความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (t = 32.15, p < .001) โดยมีอัตราคะแนนพัฒนาการเฉลี่ยเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 86.67
นักเรียนมีทักษะการแก้โจทย์ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนเพิ่มขึ้น สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาและแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบของแผนภาพเพื่อนำไปสู่การหาคำตอบที่ถูกต้อง โดยนักเรียนทุกคนสามารถผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนดไว้ได้
นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยการใช้แผนภาพ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.62 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.24
คำสำคัญ: การแก้โจทย์ปัญหา, การใช้แผนภาพ (Visual Representation), ความพึงพอใจ, วิจัยในชั้นเรียน
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น