คัดลอกลิงก์แล้ว ✓
เผยแพร่ผลงานวิชาการ เผยแพร่แล้ว

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกด้วยกระบวนการแก้ปัญหา เพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่องทฤษฎีจำนวน เบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

23 ก.ย. 2569 อ่าน 11 ครั้ง ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 2) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกด้วยกระบวนการแก้ปัญหา 3) เปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกด้วยกระบวนการแก้ปัญหา 4) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกด้วยกระบวนการแก้ปัญหา และ 5) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกด้วยกระบวนการแก้ปัญหา กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เลย ปีการศึกษา 2569 จำนวน 24 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกด้วยกระบวนการแก้ปัญหา 2) แผนการจัดการเรียนรู้ 3) แบบทดสอบวัด
รายละเอียดผลงาน
ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์จำแนกได้เป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านโครงสร้างและบริบทการจัดการเรียนรู้ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านเวลา ส่งผลให้การพัฒนากระบวนการคิดเชิงลึกและการแก้ปัญหาอย่างเป็นลำดับขั้นไม่ต่อเนื่อง 2) ด้านการจัดการเรียนการสอน ซึ่งครูส่วนหนึ่งยังคงใช้การสอนแบบบรรยายและขาดรูปแบบที่บูรณาการการเรียนรู้เชิงรุกกับกระบวนการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และ 3) ด้านผู้เรียน ซึ่งยังไม่สามารถดำเนินกระบวนการแก้ปัญหาได้ครบถ้วน ขาดความสามารถในการวิเคราะห์ วางแผน และอธิบายเหตุผลเชิงตรรกะอย่างเป็นระบบ ผลดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกที่บูรณาการกระบวนการแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกด้วยกระบวนการแก้ปัญหา (PREVE Model) เพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่องทฤษฎีจำนวนเบื้องต้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ และ 4) การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ โดยขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ประกอบด้วย 5 ขั้น ได้แก่ ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Problem Engagement) ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและวางแผนการเรียนรู้ (Reasoning and Planning) ขั้นที่ 3 ขั้นลงมือปฏิบัติและสร้างองค์ความรู้ (Experience) ขั้นที่ 4 ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Verification through Exchange) และขั้นที่ 5 ขั้นต่อยอด (Extension) รูปแบบมีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.81/81.67 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80
3. นักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกด้วยกระบวนการแก้ปัญหา มีความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. นักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกด้วยกระบวนการแก้ปัญหา มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
5. นักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกด้วยกระบวนการแก้ปัญหา มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.32 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.60
The research findings were as follows:
1. The problems in mathematics learning were classified into three aspects: (1) learning structure and context, in which time constraints affected the continuity of developing higher-order thinking and systematic problem-solving processes; (2) instructional practices, in which some teachers still relied on lecture-based instruction and lacked a model that systematically integrated active learning with a problem-solving process; and (3) learners, who were unable to systematically carry out the problem-solving process and lacked abilities in analysis, planning, and logical reasoning. These findings indicated the need to develop an active mathematics learning model that systematically integrates a problem-solving process to effectively enhance students’ mathematical problem-solving ability.
2. The developed active mathematics learning model through a problem-solving process, referred to as the PREVE Model, for enhancing mathematical problem-solving ability in elementary number theory for Grade 10 students consisted of four components: (1) principles, (2) objectives, (3) learning procedures, and (4) measurement and evaluation. The learning procedures comprised five stages: (1) Problem Engagement, (2) Reasoning and Planning, (3) Experience, (4) Verification through Exchange, and (5) Extension. The efficiency of the model was 81.81/81.67, which met the established criterion of 80/80.
3. The students who learned through the PREVE Model had significantly higher mathematical problem-solving ability after learning than before learning at the .05 level.
4. The students who learned through the PREVE Model had significantly higher mathematics learning achievement after learning than before learning at the .05 level.
5. The students’ satisfaction with learning through the PREVE Model was at a high level, with a mean score of 4.32 and a standard deviation of 0.60

ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น