การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ D-STAMP MODEL ร่วมกับสถานการณ์จำลองเสมือนจริง เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติด เรื่อง ภูมิคุ้มกันชีวิต พิชิตยาเสพติดด้วย D-STAMP Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
26 ก.ย. 2569
อ่าน 4 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
การวิจัย มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ D-STAMP MODEL ร่วมกับสถานการณ์จำลองเสมือนจริง เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติด เรื่อง ภูมิคุ้มกันชีวิต พิชิตยาเสพติดด้วย D-STAMP Model สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ภูมิคุ้มกันชีวิต พิชิตยาเสพติดของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ D-STAMP MODEL ร่วมกับสถานการณ์จำลองเสมือนจริง เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติด และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ D-STAMP MODEL ร่วมกับสถานการณ์จำลองเสมือนจริง เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติด เรื่อง ภูมิคุ้มกันชีวิต พิชิตยาเสพติดด้วย D-STAMP Model กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งน
รายละเอียดผลงาน
การวิจัย มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ D-STAMP MODEL ร่วมกับสถานการณ์จำลองเสมือนจริง เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติด เรื่อง ภูมิคุ้มกันชีวิต พิชิตยาเสพติดด้วย D-STAMP Model สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ภูมิคุ้มกันชีวิต พิชิตยาเสพติดของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ D-STAMP MODEL ร่วมกับสถานการณ์จำลองเสมือนจริง เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติด และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ D-STAMP MODEL ร่วมกับสถานการณ์จำลองเสมือนจริง เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติด เรื่อง ภูมิคุ้มกันชีวิต พิชิตยาเสพติดด้วย D-STAMP Model กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนบ้านปลวกสูง มีนักเรียนจำนวน 17 คน ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) โดยใช้ห้องเป็นหน่วยสุ่มเนื่องจากจัดห้องแบบคละนักเรียน ใช้เวลาในการทดลอง 5 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ D-STAMP MODEL ร่วมกับสถานการณ์จำลองเสมือนจริง เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติด เรื่อง ภูมิคุ้มกันชีวิต พิชิตยาเสพติดด้วย D-STAMP Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 5 แผน 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 3) แบบประเมินทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติด 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ D-STAMP MODEL ร่วมกับสถานการณ์จำลองเสมือนจริง เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติด เรื่อง ภูมิคุ้มกันชีวิต พิชิตยาเสพติดด้วย D-STAMP Model เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Likert Scale) จำนวน 15 ข้อ แล้วนำมาวิเคราะห์ข้อมูลหาประสิทธิภาพของกระบวน การประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที (t – test) ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้
1. รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ D-STAMP MODEL ร่วมกับสถานการณ์จำลองเสมือนจริง เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติด เรื่อง ภูมิคุ้มกันชีวิต พิชิตยาเสพติดด้วย D-STAMP Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 94.44/86.87 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน
2. ทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติดของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ D-STAMP MODEL ร่วมกับสถานการณ์จำลองเสมือนจริง เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติด เรื่อง ภูมิคุ้มกันชีวิต พิชิตยาเสพติดด้วย D-STAMP Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ประเมินโดยครูผู้สอนและนักเรียนประเมินตนเองหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียนซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ D-STAMP MODEL ร่วมกับสถานการณ์จำลองเสมือนจริง เรื่อง ภูมิคุ้มกันชีวิต พิชิตยาเสพติด คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน
4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ D-STAMP MODEL ร่วมกับสถานการณ์จำลองเสมือนจริง เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติด เรื่อง ภูมิคุ้มกันชีวิต พิชิตยาเสพติดด้วย D-STAMP Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ( = 4.51, S.D .= 0.54) ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน
1. รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ D-STAMP MODEL ร่วมกับสถานการณ์จำลองเสมือนจริง เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติด เรื่อง ภูมิคุ้มกันชีวิต พิชิตยาเสพติดด้วย D-STAMP Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 94.44/86.87 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน
2. ทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติดของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ D-STAMP MODEL ร่วมกับสถานการณ์จำลองเสมือนจริง เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติด เรื่อง ภูมิคุ้มกันชีวิต พิชิตยาเสพติดด้วย D-STAMP Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ประเมินโดยครูผู้สอนและนักเรียนประเมินตนเองหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียนซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ D-STAMP MODEL ร่วมกับสถานการณ์จำลองเสมือนจริง เรื่อง ภูมิคุ้มกันชีวิต พิชิตยาเสพติด คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน
4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ D-STAMP MODEL ร่วมกับสถานการณ์จำลองเสมือนจริง เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิเสธและการรู้เท่าทันโทษของยาเสพติด เรื่อง ภูมิคุ้มกันชีวิต พิชิตยาเสพติดด้วย D-STAMP Model สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ( = 4.51, S.D .= 0.54) ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น