คัดลอกลิงก์แล้ว ✓
เผยแพร่ผลงานวิชาการ เผยแพร่แล้ว

การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2

27 ก.ย. 2569 อ่าน 17 ครั้ง ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2
รายละเอียดผลงาน
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2
ผู้วิจัย นางสาวอรวรรณ บัวแสนวงศ์วัฒนา
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
สังกัด โรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านโพธิ์กลาง) เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร อำเภอพิบูลมังสาหาร
จังหวัดอุบลราชธานี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
ปีที่วิจัย 2567

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจปัญหาและความต้องการในการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 2) พัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน 3) ทดลองใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์ และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของเด็กที่มีต่อรูปแบบการจัดประสบการณ์ การดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การสำรวจปัญหาและความต้องการ ระยะที่ 2 การออกแบบและพัฒนารูปแบบ ระยะที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบ และระยะที่ 4 การประเมินความพึงพอใจของเด็ก กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ เด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2/2 โรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านโพธิ์กลาง) เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 1 ห้องเรียน รวม 24 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) จากเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 จำนวน 3 ห้องเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ปัญหาและความต้องการ รูปแบบการจัดประสบการณ์ คู่มือการใช้รูปแบบ แผนการจัดประสบการณ์ แบบบันทึกสภาพการจัดประสบการณ์ แบบวัดทักษะสมอง EF กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ และแบบสอบถามความพึงพอใจของเด็ก วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เป็นอิสระต่อกัน
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการสำรวจปัญหาและความต้องการ พบว่า เด็กปฐมวัยยังมีปัญหาด้านระเบียบวินัย การมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมกลุ่ม การปรับตัวเข้ากับเพื่อน การทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง การจดจ่อใส่ใจ การลงมือปฏิบัติอย่างเป็นระบบ การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ความยืดหยุ่นทางความคิด การรับฟังผู้อื่น และความรอบคอบในการทำงาน ขณะเดียวกันครูมีความต้องการเทคนิค กระบวนการ และสื่อที่ช่วยกระตุ้นให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์ที่ดี กล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าลงมือปฏิบัติ สามารถวางแผน ทำงานอย่างเป็นระบบ แสวงหาคำตอบอย่างมีเหตุผล มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความมุ่งมั่นในการทำกิจกรรมให้สำเร็จ
2. ผลการพัฒนารูปแบบ พบว่า รูปแบบการจัดประสบการณ์ที่พัฒนาขึ้นมี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบการจัดประสบการณ์ 2) ลักษณะการจัดประสบการณ์ 3) จุดประสงค์ของรูปแบบการจัดประสบการณ์ 4) กระบวนการจัดประสบการณ์ และ 5) การประเมินรูปแบบการจัดประสบการณ์ โดยกระบวนการจัดประสบการณ์ใช้ Bag Do Model จำนวน 5 ขั้น ได้แก่ ขั้นที่ 1 ขั้นให้ความรู้พื้นฐาน (Basic Knowledge) ขั้นที่ 2 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Arouse Interest) ขั้นที่ 3 ขั้นจัดกลุ่ม (Group) ขั้นที่ 4 ขั้นลงมือทำ (Do) และขั้นที่ 5 ขั้นนำเสนอ (Offer) รูปแบบที่พัฒนาขึ้นได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิโดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ( = 4.34, S.D. = 0.53)
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า เด็กปฐมวัยมีคะแนนทักษะสมอง EF กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติหลังการจัดประสบการณ์สูงกว่าก่อนการจัดประสบการณ์ โดยก่อนการจัดประสบการณ์มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 9.71 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.23 และหลังการจัดประสบการณ์มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 16.92 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.28 และแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 26.15)
4. ผลการศึกษาความพึงพอใจของเด็กที่มีต่อรูปแบบการจัดประสบการณ์ พบว่า โดยรวมเด็กมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( = 2.78, S.D. = 0.42) โดยรายการที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ เด็กต้องการทำตามเมื่อได้ฟังนิทานจบ ( = 2.90, S.D. = 0.31)

คำสำคัญ: การจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐาน, การเรียนรู้จากนิทาน, ทักษะสมอง EF, เด็กปฐมวัย

ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น