การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยการประยุกต์ใช้แนวคิดลีนร่วมกับองค์กรแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะพร้าวต้นเดียว
30 ก.ย. 2569
อ่าน 4 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
The Development of a School Administration Model by Applying Lean Concepts in Together with a Learning Organization to Enhance Student Quality
at Banmaphraotondeaw School
การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยการประยุกต์ใช้แนวคิดลีนร่วมกับองค์กรแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะพร้าวต้นเดียว
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยการประยุกต์ใช้แนวคิดลีนร่วมกับองค์กรแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะพร้าวต้นเดียว มีวัตถุประสงค์การวิจัยคือ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการจำเป็นในการบริหารการศึกษาโรงเรียนบ้านมะพร้าวต้นเดียว 2) สร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยการประยุกต์ใช้แนวคิดลีนร่วมกับองค์กรแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะพร้าวต้นเดียว 3) ทดลองใช้และประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยการประยุกต์ใช้แนวคิดลีนร่วมกับองค์กรแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้า
at Banmaphraotondeaw School
การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยการประยุกต์ใช้แนวคิดลีนร่วมกับองค์กรแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะพร้าวต้นเดียว
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยการประยุกต์ใช้แนวคิดลีนร่วมกับองค์กรแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะพร้าวต้นเดียว มีวัตถุประสงค์การวิจัยคือ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการจำเป็นในการบริหารการศึกษาโรงเรียนบ้านมะพร้าวต้นเดียว 2) สร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยการประยุกต์ใช้แนวคิดลีนร่วมกับองค์กรแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะพร้าวต้นเดียว 3) ทดลองใช้และประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยการประยุกต์ใช้แนวคิดลีนร่วมกับองค์กรแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้า
รายละเอียดผลงาน
สรุปผลการวิจัย
การวิจัยเรื่อง "การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยการประยุกต์ใช้แนวคิดลีนร่วมกับองค์กรแห่งการเรียนรู้โดยใช้ FLOW MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะพร้าวต้นเดียว" ดำเนินการตามกระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน มีการดำเนินการ 2 วงรอบ 4 ระยะ คือ วงรอบ ที่ 1 (R1D1) และวงรอบที่ 2 (R2D2) สรุปผลได้ดังนี้
1. สภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็น พบว่าควรบริหารด้วยวงจร PDCA ร่วมกับองค์ประกอบ 4 ประการ ได้แก่ F (Flexible ความยืดหยุ่น), L (Learning-Oriented การมุ่งเน้นการเรียนรู้), O (Optimized การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง) และ W (Waste-Free การลดความสูญเปล่า) ลำดับความต้องการจำเป็นจากมากไปน้อย คือ ด้านความยืดหยุ่น ด้านการมุ่งเน้นการเรียนรู้ ด้านการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและด้านการลดความสูญเปล่า
2. การพัฒนารูปแบบ ได้รูปแบบ FLOW MODEL ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 วงจร PDCA (Plan, Do, Check, Act) และส่วนที่ 2 องค์ประกอบ F, L, O, W ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบอยู่ในระดับมาก
3. การทดลองใช้รูปแบบ ผลการประเมินคู่มือการใช้รูปแบบมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด การทดลองใช้ประเมิน 3 ระยะ พบปัญหาและแนวทางแก้ไขใน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านคุณภาพผู้เรียน (ปัญหาวินัย ขาดทักษะคิดวิเคราะห์ ขาดเรียน) แก้ไขโดยใช้ PDCA วางแผนพัฒนากิจกรรมและติดตามผล ด้านการจัดการเรียนรู้ (ครูขาดการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล วัดผลแบบเดียวกัน) แก้ไขโดยอบรมพัฒนาครูและปรับปรุงหลักสูตร ด้านความน่าเชื่อถือของสถานศึกษา (ระบบประกันคุณภาพไม่ชัดเจน) แก้ไขโดยตั้งคณะทำงานศึกษาเกณฑ์และปรับปรุงระบบและด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน (ขาดการประสานงาน) แก้ไขโดยตั้งทีมงานเฉพาะประสานงานกับชุมชน ผลสรุป FLOW MODEL ช่วยให้โรงเรียนปรับปรุงการดำเนินงานและพัฒนาได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4. ผลการใช้รูปแบบ ผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่มเห็นว่ารูปแบบมีประโยชน์ระดับมากที่สุด ผลการใช้รูปแบบปรากฏดังนี้ ด้านคุณภาพผู้เรียน นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับ 3 ขึ้นไปเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.15 ผู้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ระดับดีขึ้นไปเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.60 คะแนน NT ชั้น ป.3 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.81 คะแนน RT ชั้น ป.1 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.20 ส่วนคะแนน O-NET ชั้น ป.6 ยังต้องพัฒนาเพิ่มเติม ด้านคุณธรรมผู้เรียนมีคุณธรรมระดับมากกว่าร้อยละ 60 ด้านสถานศึกษามีการพัฒนาหลักสูตร สื่อและแหล่งเรียนรู้ ระบบวัดผลอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความน่าเชื่อถือและด้านชุมชนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบในระดับมากที่สุด นอกจากนี้ ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต1 มีความเห็นว่าความเป็นไปได้ในการนำรูปแบบไปใช้อยู่ในระดับมากที่สุด
การวิจัยเรื่อง "การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยการประยุกต์ใช้แนวคิดลีนร่วมกับองค์กรแห่งการเรียนรู้โดยใช้ FLOW MODEL เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านมะพร้าวต้นเดียว" ดำเนินการตามกระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน มีการดำเนินการ 2 วงรอบ 4 ระยะ คือ วงรอบ ที่ 1 (R1D1) และวงรอบที่ 2 (R2D2) สรุปผลได้ดังนี้
1. สภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็น พบว่าควรบริหารด้วยวงจร PDCA ร่วมกับองค์ประกอบ 4 ประการ ได้แก่ F (Flexible ความยืดหยุ่น), L (Learning-Oriented การมุ่งเน้นการเรียนรู้), O (Optimized การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง) และ W (Waste-Free การลดความสูญเปล่า) ลำดับความต้องการจำเป็นจากมากไปน้อย คือ ด้านความยืดหยุ่น ด้านการมุ่งเน้นการเรียนรู้ ด้านการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและด้านการลดความสูญเปล่า
2. การพัฒนารูปแบบ ได้รูปแบบ FLOW MODEL ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 วงจร PDCA (Plan, Do, Check, Act) และส่วนที่ 2 องค์ประกอบ F, L, O, W ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบอยู่ในระดับมาก
3. การทดลองใช้รูปแบบ ผลการประเมินคู่มือการใช้รูปแบบมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด การทดลองใช้ประเมิน 3 ระยะ พบปัญหาและแนวทางแก้ไขใน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านคุณภาพผู้เรียน (ปัญหาวินัย ขาดทักษะคิดวิเคราะห์ ขาดเรียน) แก้ไขโดยใช้ PDCA วางแผนพัฒนากิจกรรมและติดตามผล ด้านการจัดการเรียนรู้ (ครูขาดการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล วัดผลแบบเดียวกัน) แก้ไขโดยอบรมพัฒนาครูและปรับปรุงหลักสูตร ด้านความน่าเชื่อถือของสถานศึกษา (ระบบประกันคุณภาพไม่ชัดเจน) แก้ไขโดยตั้งคณะทำงานศึกษาเกณฑ์และปรับปรุงระบบและด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน (ขาดการประสานงาน) แก้ไขโดยตั้งทีมงานเฉพาะประสานงานกับชุมชน ผลสรุป FLOW MODEL ช่วยให้โรงเรียนปรับปรุงการดำเนินงานและพัฒนาได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4. ผลการใช้รูปแบบ ผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่มเห็นว่ารูปแบบมีประโยชน์ระดับมากที่สุด ผลการใช้รูปแบบปรากฏดังนี้ ด้านคุณภาพผู้เรียน นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับ 3 ขึ้นไปเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.15 ผู้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ระดับดีขึ้นไปเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.60 คะแนน NT ชั้น ป.3 เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.81 คะแนน RT ชั้น ป.1 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.20 ส่วนคะแนน O-NET ชั้น ป.6 ยังต้องพัฒนาเพิ่มเติม ด้านคุณธรรมผู้เรียนมีคุณธรรมระดับมากกว่าร้อยละ 60 ด้านสถานศึกษามีการพัฒนาหลักสูตร สื่อและแหล่งเรียนรู้ ระบบวัดผลอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความน่าเชื่อถือและด้านชุมชนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบในระดับมากที่สุด นอกจากนี้ ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต1 มีความเห็นว่าความเป็นไปได้ในการนำรูปแบบไปใช้อยู่ในระดับมากที่สุด
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น