คัดลอกลิงก์แล้ว ✓
เผยแพร่ผลงานวิชาการ เผยแพร่แล้ว

การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน PACES โดยใช้กระบวนการชุมชน แห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ของครูโรงเรียนมัธยมหนองเขียด

22 ต.ค. 2569 อ่าน 7 ครั้ง ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มุ่งพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน PACES โดยใช้กระบวนการชุมชนแห่ง การเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนมัธยมหนองเขียด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัญหา ความต้องการจำเป็น และแนวทางในการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน PACES (2) สร้างและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการนิเทศภายใน PACES และคู่มือการใช้รูปแบบ (3) ศึกษาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูภายหลังการนำรูปแบบไปใช้ และ (4) ประเมินและปรับปรุงรูปแบบการนิเทศภายใน PACES ภายหลังการนำไปใช้จริง
รายละเอียดผลงาน
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัญหา และความต้องการจำเป็น พบว่า โรงเรียนมีการดำเนินงานนิเทศภายในและกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพอยู่แล้ว แต่การติดตามผล การให้ข้อมูลย้อนกลับ และการนำผลไปปรับปรุงการสอนยังขาดความต่อเนื่อง ครูมีความต้องการพัฒนาการออกแบบแผนและการปฏิบัติการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ข้อค้นพบสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเทศที่ใช้กระบวนการ PLC ร่วมกับการนิเทศแบบโค้ช การประเมินจากหลักฐานการปฏิบัติงานจริง และการสะท้อนผลอย่างต่อเนื่อง
2. ผลการสร้างและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบ พบว่า รูปแบบการนิเทศภายใน PACES ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหาการพัฒนา กระบวนการนิเทศ การวัดและประเมินผล และเงื่อนไขความสำเร็จ โดยมีกระบวนการนิเทศ 5 ขั้น ได้แก่ P – Professional Learning Community, A – Analyze & Active Learning, C – Coaching & Collaboration, E – Evaluation และ S – Sharing & Reflection ผลการประเมินคุณภาพรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ 7 คน อยู่ในระดับมากที่สุด ("x" ̅ = 4.80, S.D. = 0.08) คุณภาพคู่มืออยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.70, S.D. = 0.16) และผลการทดลองนำร่องกับครู 5 คน อยู่ในระดับมากที่สุด ("x" ̅ = 4.71, S.D. = 0.16)
3. ผลการประเมินสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู กลุ่มเป้าหมาย 20 คน ภายหลังการใช้รูปแบบ พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับดีเยี่ยม ("x" ̅ = 4.54, S.D. = 0.27) ด้านการออกแบบและเขียนแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกอยู่ในระดับดีเยี่ยม ("x" ̅ = 4.58, S.D. = 0.27) และด้านการปฏิบัติการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและการจัดบรรยากาศในชั้นเรียนอยู่ในระดับดี ("x" ̅ = 4.50, S.D. = 0.28) โดยครูมีสมรรถนะโดยรวมระดับดีเยี่ยม 12 คน (ร้อยละ 60.00) และระดับดี 8 คน (ร้อยละ 40.00)
4. ผลการประเมินรูปแบบภายหลังการนำไปใช้จริง โดยผู้ให้ข้อมูล 22 คน พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ("x" ̅ = 4.75, S.D. = 0.11) โดยด้านความเป็นประโยชน์มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (4.77) รองลงมาเป็นด้านความเหมาะสม (4.76) และด้านความเป็นไปได้ (4.73) ตามลำดับ ผู้วิจัยนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงการกำหนดเวลาและกิจกรรมการนิเทศ บทบาทของผู้เกี่ยวข้อง การใช้เครื่องมือและหลักฐานประกอบการประเมิน และการติดตามสะท้อนผล โดยคงรูปแบบหลัก 6 องค์ประกอบและกระบวนการ PACES 5 ขั้น เพื่อจัดทำรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบ ฉบับสมบูรณ์

ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น