การวิจัยและพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ที่มีต่อความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
27 ม.ค. 2564
อ่าน 22 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง การวิจัยและพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ที่มีต่อความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผู้วิจัย วารุณี รักษา โรงเรียน โรงเรียนเมืองพัทยา 8 (พัทธยานุกูล) สังกัดสำนักการศึกษาเมืองพัทยา ปีที่วิจัย 2562 บทคัดย่อ วัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคการสอนวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที่ 3 2) สร้างรูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ที่มีต่อความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 3) ทดลองใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ที่มีต่อความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ 4) ประเมินผลการใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ที่มีต่อความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์แ
รายละเอียดผลงาน
<strong>ชื่อเรื่อง</strong> การวิจัยและพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ที่มีต่อความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
<strong>ผู้วิจัย</strong> วารุณี รักษา
<strong>โรงเรียน</strong> โรงเรียนเมืองพัทยา 8 (พัทธยานุกูล) สังกัดสำนักการศึกษาเมืองพัทยา
<strong>ปีที่วิจัย</strong> 2562
<strong>บทคัดย่อ</strong>
วัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคการสอนวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที่ 3 2) สร้างรูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ที่มีต่อความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 3) ทดลองใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ที่มีต่อความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ 4) ประเมินผลการใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ที่มีต่อความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/5 จำนวน 34 คน โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถามปลายเปิดเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการสอนวิทยาศาสตร์ แบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบฯ แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ แบบทดสอบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ฯ วิเคราะห์ข้อมูลด้วย ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที
<strong>สรุปผลการวิจัย</strong>
<ol>
<li>ผลการศึกษาปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการสอนวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่า ปัญหาการจัดการเรียนการสอนนั้น ครูยังขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิควิธีสอน กระบวนการสอนที่เน้นการคิดวิเคราะห์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จึงส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่าย ขาดความสนใจด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้</li>
<li>รูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ที่มีต่อความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่สร้างขึ้นมีชื่อว่า GDCFI Model มีขั้นการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) สร้างความสนใจ (Generate interest : G) 2) สงสัยค้นหา (Doubt search : D) 3) นำพาขยายความ (Clarify : C) 4) ติดตามประเมินผล (Follow up and evaluate : F) 5) แยบยลบูรณาการ (Integration)</li>
<li>เมื่อทดลองใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ที่มีต่อความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่า</li>
</ol>
3.1 นักเรียนมีความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3.2 นักเรียนมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
<ol>
<li>ประเมินรูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ที่มีต่อความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบที่พัฒนาขึ้นในภาพรวมอยู่ในระดับมาก</li>
</ol>
<strong>ผู้วิจัย</strong> วารุณี รักษา
<strong>โรงเรียน</strong> โรงเรียนเมืองพัทยา 8 (พัทธยานุกูล) สังกัดสำนักการศึกษาเมืองพัทยา
<strong>ปีที่วิจัย</strong> 2562
<strong>บทคัดย่อ</strong>
วัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคการสอนวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที่ 3 2) สร้างรูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ที่มีต่อความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 3) ทดลองใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ที่มีต่อความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ 4) ประเมินผลการใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ที่มีต่อความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/5 จำนวน 34 คน โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบสอบถามปลายเปิดเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการสอนวิทยาศาสตร์ แบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบฯ แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ แบบทดสอบวัดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ฯ วิเคราะห์ข้อมูลด้วย ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที
<strong>สรุปผลการวิจัย</strong>
<ol>
<li>ผลการศึกษาปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการสอนวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่า ปัญหาการจัดการเรียนการสอนนั้น ครูยังขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิควิธีสอน กระบวนการสอนที่เน้นการคิดวิเคราะห์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จึงส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความเบื่อหน่าย ขาดความสนใจด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้</li>
<li>รูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ที่มีต่อความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่สร้างขึ้นมีชื่อว่า GDCFI Model มีขั้นการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) สร้างความสนใจ (Generate interest : G) 2) สงสัยค้นหา (Doubt search : D) 3) นำพาขยายความ (Clarify : C) 4) ติดตามประเมินผล (Follow up and evaluate : F) 5) แยบยลบูรณาการ (Integration)</li>
<li>เมื่อทดลองใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ที่มีต่อความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่า</li>
</ol>
3.1 นักเรียนมีความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3.2 นักเรียนมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
<ol>
<li>ประเมินรูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะแสวงหาด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4mat ที่มีต่อความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบที่พัฒนาขึ้นในภาพรวมอยู่ในระดับมาก</li>
</ol>
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น