คัดลอกลิงก์แล้ว ✓
เผยแพร่ผลงานวิชาการ เผยแพร่แล้ว

การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3

16 ก.พ. 2564 อ่าน 23 ครั้ง ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 ชื่อผู้ศึกษา           นางสาวรุสนีย์  เจ๊ะยอ ครูชำนาญการพิเศษ ระดับชั้น ชั้นอนุบาลปีที่ 3 สถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๔ (ธนวิถี) เทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา ปีการศึกษา  2561 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้าง ทดสอบประสิทธิภาพ และเผยแพร่รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์              ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ 6 ขั้น ดังนี้              ระยะที่ 1 การสร้างรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL ขั้นที่ 1 สังเคราะห์รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL ประกอ
รายละเอียดผลงาน




ชื่อเรื่อง


การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL
เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3




ชื่อผู้ศึกษา          


นางสาวรุสนีย์  เจ๊ะยอ




 


ครูชำนาญการพิเศษ




ระดับชั้น


ชั้นอนุบาลปีที่ 3




สถานศึกษา


โรงเรียนเทศบาล ๔ (ธนวิถี) เทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา




ปีการศึกษา 


2561




 
<strong>บทคัดย่อ</strong>
&nbsp;
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้าง ทดสอบประสิทธิภาพ และเผยแพร่รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์              ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ 6 ขั้น ดังนี้
             ระยะที่ 1 การสร้างรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL ขั้นที่ 1 สังเคราะห์รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL ประกอบด้วย               ขั้นการจัดประสบการณ์ 5 ขั้น คือ 1) ขั้นทบทวน (R : Review)  2) ขั้นเข้าใจ (U : Understand)  
3) ขั้นเล่านิทาน (S : Storytelling)  4) ขั้นเครือข่ายการทำงาน (N : Network) และ 5) ขั้นประเมินผล  (E : Evaluation) ขั้นที่ 2 ประเมินรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ทำแบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL ผลการประเมินรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL ตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด
 มีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 4.00 - 4.80 ขั้นที่ 3 สร้างเครื่องมือประกอบการใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์    การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL คือ แผนการจัดประสบการณ์ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 4.20 - 4.60 หนังสือนิทาน แบบสังเกตทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และแบบทดสอบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีค่าดัชนีสอดคล้องเท่ากับ 0.80-1.00 ค่าความยากง่ายระหว่าง 0.59 - 0.75 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.35 - 0.53 และค่าความเชื่อมั่น (KR-20) เท่ากับ 0.90 และขั้นที่ 4 ทดลองนำร่องรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL        โดยทดลองนำร่องครั้งที่ 1 ทดลองสอนกับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3/1 โรงเรียนเทศบาล ๔ (ธนวิถี) เทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 32 คน ใช้ 2 หน่วย          การเรียนรู้ และทดลองนำร่องครั้งที่ 2 ทดลองสอนกับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3/2 โรงเรียนเทศบาล ๔ (ธนวิถี) เทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 32 คน ใช้ 2 หน่วยการเรียนรู้
             ระยะที่ 2 การทดสอบประสิทธิภาพรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL ขั้นที่ 5 ทดลองใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL เป็นเวลา                   8 สัปดาห์ โดยกำหนดแบบแผนการทดลองแบบ Randomized Control-Group  Pretest-Posttest Design กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3/4  โรงเรียนเทศบาล ๔ (ธนวิถี) เทศบาลนครยะลา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 30 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) สถิติใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ t-test for dependent samples ผลการทดสอบประสิทธิภาพรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL คือ นักเรียนชั้นอนุบาล              ปีที่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นหลังจากได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดของรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL อย่างมีนัยสำคัญ               ทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งรายด้าน 4 ด้าน และโดยรวม
             ระยะที่ 3 การเผยแพร่รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL ขั้นที่ 6 เผยแพร่รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL โดยครูอนุบาลที่ปฏิบัติงานสอนอยู่ในชั้นเรียนอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนละ 1 คน โรงเรียนในกลุ่มเทศบาลนครยะลา จำนวน 6 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561 ที่สมัครใจนำรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL ไปทดลองใช้ จำนวน 2 หน่วยการเรียนรู้ เมื่อสิ้นสุดการสอนครูอนุบาลทุกคนตอบแบบสอบถาม        ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL ผลการเผยแพร่รูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ RUSNE MODEL ตามความคิดเห็นของครูอนุบาลที่ปฏิบัติงานสอนอยู่ในชั้นเรียนอนุบาลปีที่ 3 มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด           มีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 4.00 - 4.80 
&nbsp;
&nbsp;
&nbsp;
&nbsp;

ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น