การประเมินโครงการส่งเสริมการปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนเทศบาลวัดโพธิ์ จังหวัดชลบุรี
10 มิ.ย. 2564
อ่าน 23 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
ชื่อผลงานทางวิชาการ การประเมินโครงการส่งเสริมการปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนเทศบาลวัดโพธิ์ จังหวัดชลบุรี ผู้วิจัย ว่าที่เรือตรีศุภวัฒน์ เทียมศรีรัชนีกร ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดโพธิ์ จังหวัดชลบุรี ปีการศึกษา 2563 บทคัดย่อ การประเมินโครงการส่งเสริมการปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนเทศบาลวัดโพธิ์ จังหวัดชลบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินบริบท เกี่ยวกับความเหมาะสม ความสอดคล้องของวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ 2) ประเมินปัจจัยนำเข้า เกี่ยวกับความเหมาะสม ความพร้อมของงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ บุคลากร และวิธีดำเนินการตามโครงการ 3) ประเมินกระบวนการ เกี่ยวกับความเหมาะสมของการดำเนินการตามโครงการที่ปฏิบัติจริง 4) ประเมินผลผลิต เกี่ยวกับผลการดำเนินโครงการตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และผลสำเร็จของโครงการในส่วนปรับขยายด้านผลผลิต โดยใช้รูปแบบการป
รายละเอียดผลงาน
<strong>ชื่อผลงานทางวิชาการ</strong> การประเมินโครงการส่งเสริมการปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนเทศบาลวัดโพธิ์ จังหวัดชลบุรี
<strong>ผู้วิจัย</strong> ว่าที่เรือตรีศุภวัฒน์ เทียมศรีรัชนีกร
<strong>ตำแหน่ง</strong> ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดโพธิ์ จังหวัดชลบุรี
<strong>ปีการศึกษา</strong> 2563
<strong>บทคัดย่อ</strong>
การประเมินโครงการส่งเสริมการปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนเทศบาลวัดโพธิ์ จังหวัดชลบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินบริบท เกี่ยวกับความเหมาะสม ความสอดคล้องของวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ 2) ประเมินปัจจัยนำเข้า เกี่ยวกับความเหมาะสม ความพร้อมของงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ บุคลากร และวิธีดำเนินการตามโครงการ 3) ประเมินกระบวนการ เกี่ยวกับความเหมาะสมของการดำเนินการตามโครงการที่ปฏิบัติจริง 4) ประเมินผลผลิต เกี่ยวกับผลการดำเนินโครงการตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และผลสำเร็จของโครงการในส่วนปรับขยายด้านผลผลิต โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPPIEST Model ประชากร ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 2 คน ครูผู้รับผิดชอบโครงการ จำนวน 5 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 15 คน ผู้ปกครอง จำนวน 340 คน และนักเรียน จำนวน 340 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 702 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating scale) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการประเมินโครงการ พบว่า
<ol>
<li>ด้านบริบท ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการ และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก และในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ เรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ วัตถุประสงค์ของโครงการมีความชัดเจนและนำไปสู่การปฏิบัติได้ วิธีการดำเนินการและระยะเวลาดำเนินการมีความเหมาะสมและปฏิบัติจริงได้ และเป้าหมายของโครงการก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน</li>
<li>ด้านปัจจัยนำเข้า ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก และในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ เรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ พื้นที่และอุปกรณ์ประกอบกิจกรรมเหมาะสมเพียงพอกับการจัดกิจกรรมต่าง ๆ บุคลากรในโรงเรียนให้ความร่วมมือปฏิบัติงานในการดำเนินโครงการเป็นอย่างดี และโรงเรียนได้รับความร่วมมือจากชุมชน ในการดำเนินโครงการ</li>
</ol>
3. ด้านกระบวนการ ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก และในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ เรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ การกำหนดกิจกรรมโครงการเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพของสถานศึกษา โรงเรียนเผยแพร่ความรู้จากการจัดกิจกรรมและขยายผลการปฏิบัติกิจกรรมสู่ชุมชน และมีการนิเทศกำกับ ติดตาม ประเมินผล และนำผลการประเมินมาใช้ปรับปรุงพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง
<ol>
<li>ด้านผลผลิต ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครอง พบว่า โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมากและในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ เรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ การดำเนินงานโครงการบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียง และสถานศึกษามีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีด้านการบริหารจัดการและรู้เท่าทันสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสังคม ตามความคิดเห็นของผู้เรียนระดับชั้นอนุบาล จากการสังเกตพฤติกรรมของครูผู้รับผิดชอบโครงการ พบว่า โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก และในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ เรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ ผู้เรียนเรียนรู้การปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนและสังคมมากขึ้น ผู้เรียนรู้จักการออมเงินและใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด และผู้เรียนมีความสุขในการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ และตามความคิดเห็นของผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษา และระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก และในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ เรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ นักเรียนสามารถนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการเลือกประกอบอาชีพ หรือศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น โรงเรียนจัดกิจกรรมเหมาะสมกับวัยและตรงกับความต้องการของผู้เรียน และนักเรียนมีรายได้ระหว่างเรียนและสามารถแบ่งเบาภาระครอบครัว </li>
</ol>
4.1 ด้านผลกระทบ โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก ในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครอง พบว่า โรงเรียนได้รับการยอมรับและมีความเชื่อมั่นในการจัดการศึกษา ผู้เรียนระดับชั้นอนุบาล พบว่า ผู้เรียนมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปในทางบวก ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาและระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า นักเรียนมีการพัฒนาตนเองหลังจากการเข้าร่วมกิจกรรม
4.2 ด้านประสิทธิผล โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก ในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครอง พบว่า ผู้เรียนสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการ มาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน ผู้เรียนระดับชั้นอนุบาล พบว่า ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้จากการเข้าร่วมกิจกรรมในการดำเนินชีวิตประจำวัน ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษา และระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อตนเองและต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
4.3 ด้านความยั่งยืน โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก ในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครอง พบว่า ผู้เรียนสามารถนำประสบการณ์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมไปประกอบอาชีพในอนาคต ผู้เรียนระดับชั้นอนุบาล พบว่า ผู้เรียนรู้จักปรับตัวและมีทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในสังคมอย่างมีความสุข ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษา และระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า นักเรียนมีพื้นฐานในอาชีพที่ตนถนัดและสนใจเพื่อนำไปสู่ความเชี่ยวชาญในอนาคต
4.4 ด้านการถ่ายทอดส่งต่อ โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก ในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครอง พบว่า ผลความสำเร็จของกิจกรรมในโครงการสามารถถ่ายทอดเพื่อเป็นต้นแบบในการประกอบอาชีพ ผู้เรียนระดับชั้นอนุบาล พบว่า ผู้เรียนสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมสู่เพื่อนและครอบครัว ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษา และระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า นักเรียนสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นต้นแบบแก่เพื่อน ๆ ในชั้นเรียน
<strong>ผู้วิจัย</strong> ว่าที่เรือตรีศุภวัฒน์ เทียมศรีรัชนีกร
<strong>ตำแหน่ง</strong> ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดโพธิ์ จังหวัดชลบุรี
<strong>ปีการศึกษา</strong> 2563
<strong>บทคัดย่อ</strong>
การประเมินโครงการส่งเสริมการปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนเทศบาลวัดโพธิ์ จังหวัดชลบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินบริบท เกี่ยวกับความเหมาะสม ความสอดคล้องของวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ 2) ประเมินปัจจัยนำเข้า เกี่ยวกับความเหมาะสม ความพร้อมของงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ บุคลากร และวิธีดำเนินการตามโครงการ 3) ประเมินกระบวนการ เกี่ยวกับความเหมาะสมของการดำเนินการตามโครงการที่ปฏิบัติจริง 4) ประเมินผลผลิต เกี่ยวกับผลการดำเนินโครงการตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และผลสำเร็จของโครงการในส่วนปรับขยายด้านผลผลิต โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPPIEST Model ประชากร ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 2 คน ครูผู้รับผิดชอบโครงการ จำนวน 5 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 15 คน ผู้ปกครอง จำนวน 340 คน และนักเรียน จำนวน 340 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 702 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating scale) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการประเมินโครงการ พบว่า
<ol>
<li>ด้านบริบท ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการ และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก และในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ เรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ วัตถุประสงค์ของโครงการมีความชัดเจนและนำไปสู่การปฏิบัติได้ วิธีการดำเนินการและระยะเวลาดำเนินการมีความเหมาะสมและปฏิบัติจริงได้ และเป้าหมายของโครงการก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน</li>
<li>ด้านปัจจัยนำเข้า ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก และในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ เรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ พื้นที่และอุปกรณ์ประกอบกิจกรรมเหมาะสมเพียงพอกับการจัดกิจกรรมต่าง ๆ บุคลากรในโรงเรียนให้ความร่วมมือปฏิบัติงานในการดำเนินโครงการเป็นอย่างดี และโรงเรียนได้รับความร่วมมือจากชุมชน ในการดำเนินโครงการ</li>
</ol>
3. ด้านกระบวนการ ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก และในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ เรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ การกำหนดกิจกรรมโครงการเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพของสถานศึกษา โรงเรียนเผยแพร่ความรู้จากการจัดกิจกรรมและขยายผลการปฏิบัติกิจกรรมสู่ชุมชน และมีการนิเทศกำกับ ติดตาม ประเมินผล และนำผลการประเมินมาใช้ปรับปรุงพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง
<ol>
<li>ด้านผลผลิต ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครอง พบว่า โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมากและในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ เรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ การดำเนินงานโครงการบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียง และสถานศึกษามีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีด้านการบริหารจัดการและรู้เท่าทันสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสังคม ตามความคิดเห็นของผู้เรียนระดับชั้นอนุบาล จากการสังเกตพฤติกรรมของครูผู้รับผิดชอบโครงการ พบว่า โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก และในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ เรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ ผู้เรียนเรียนรู้การปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนและสังคมมากขึ้น ผู้เรียนรู้จักการออมเงินและใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด และผู้เรียนมีความสุขในการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ และตามความคิดเห็นของผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษา และระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก และในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ เรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ นักเรียนสามารถนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการเลือกประกอบอาชีพ หรือศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น โรงเรียนจัดกิจกรรมเหมาะสมกับวัยและตรงกับความต้องการของผู้เรียน และนักเรียนมีรายได้ระหว่างเรียนและสามารถแบ่งเบาภาระครอบครัว </li>
</ol>
4.1 ด้านผลกระทบ โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก ในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครอง พบว่า โรงเรียนได้รับการยอมรับและมีความเชื่อมั่นในการจัดการศึกษา ผู้เรียนระดับชั้นอนุบาล พบว่า ผู้เรียนมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปในทางบวก ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาและระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า นักเรียนมีการพัฒนาตนเองหลังจากการเข้าร่วมกิจกรรม
4.2 ด้านประสิทธิผล โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก ในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครอง พบว่า ผู้เรียนสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการ มาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน ผู้เรียนระดับชั้นอนุบาล พบว่า ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้จากการเข้าร่วมกิจกรรมในการดำเนินชีวิตประจำวัน ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษา และระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อตนเองและต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
4.3 ด้านความยั่งยืน โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก ในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครอง พบว่า ผู้เรียนสามารถนำประสบการณ์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมไปประกอบอาชีพในอนาคต ผู้เรียนระดับชั้นอนุบาล พบว่า ผู้เรียนรู้จักปรับตัวและมีทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในสังคมอย่างมีความสุข ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษา และระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า นักเรียนมีพื้นฐานในอาชีพที่ตนถนัดและสนใจเพื่อนำไปสู่ความเชี่ยวชาญในอนาคต
4.4 ด้านการถ่ายทอดส่งต่อ โดยรวมมีความเหมาะสม สอดคล้องอยู่ในระดับมาก ในภาพรวมผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบโครงการ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครอง พบว่า ผลความสำเร็จของกิจกรรมในโครงการสามารถถ่ายทอดเพื่อเป็นต้นแบบในการประกอบอาชีพ ผู้เรียนระดับชั้นอนุบาล พบว่า ผู้เรียนสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมสู่เพื่อนและครอบครัว ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษา และระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พบว่า นักเรียนสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นต้นแบบแก่เพื่อน ๆ ในชั้นเรียน
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น