รูปแบบการบริหารงานวิชาการเชิงกลยุทธ์แบบทำงานเป็นทีม ที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม)
3 ก.ค. 2564
อ่าน 23 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง รูปแบบการบริหารงานวิชาการเชิงกลยุทธ์แบบทำงานเป็นทีม ที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม) ผู้วิจัย นางสาวสุขฤทัย ไวชมภู ปีวิจัย ปีการศึกษา 2562 บทสรุปสำหรับผู้บริหาร การวิจัยรูปแบบการบริหารงานวิชาการเชิงกลยุทธ์แบบทำงานเป็นทีม ที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม) ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม) 2) พัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการเชิงกลยุทธ์แบบทำงานเป็นทีม ที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม) 3) ศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหาร งานวิชาการเชิงกลยุทธ์แบบทำงานเป็นทีม ที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม) และ 4) ประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการเชิงกลยุทธ์แบบทำงานเป็นทีม ที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม)
รายละเอียดผลงาน
<strong>ชื่อเรื่อง </strong>รูปแบบการบริหารงานวิชาการเชิงกลยุทธ์แบบทำงานเป็นทีม ที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม)
<strong>ผู้วิจัย </strong> นางสาวสุขฤทัย ไวชมภู
<strong>ปีวิจัย</strong> ปีการศึกษา 2562
<strong>บทสรุปสำหรับผู้บริหาร</strong>
<strong> </strong>
การวิจัยรูปแบบการบริหารงานวิชาการเชิงกลยุทธ์แบบทำงานเป็นทีม ที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม) ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม) 2) พัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการเชิงกลยุทธ์แบบทำงานเป็นทีม ที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม) 3) ศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหาร งานวิชาการเชิงกลยุทธ์แบบทำงานเป็นทีม ที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม) และ 4) ประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการเชิงกลยุทธ์แบบทำงานเป็นทีม ที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม) ก่อนนำออกเผยแพร่เป็นผลงานวิชาการต่อไป ประชากร/กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ บุคลากรของโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม) จำนวน 28 คน (ผู้บริหาร จำนวน 2 คน ครูผู้สอน จำนวน 26 คน) คณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียน จำนวน 15 คน ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ผู้บริหารโรงเรียน (ระดับเชี่ยวชาญ) จำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามสภาพการบริหารงานวิชาการ มีค่าความเชื่อมั่น .96 แบบประเมินความเหมาะสมและความสอดคล้องของรูปแบบการบริหาร มีค่าดัชนีความสอดคล้อง .98 แบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการบริหาร มีค่าความเชื่อมั่น .96 แบบประเมินมาตรฐานการศึกษา แบบประเมินความสามารถในการบริหาร งานวิชาการ มีค่าความเชื่อมั่น .96 แบบประเมินประสิทธิผล มีค่าความเชื่อมั่น .94 แบบสอบถามความพึงพอใจ มีค่าความเชื่อมั่น .97 และแบบสอบถามเพื่อการประเมินรูปแบบการบริหาร มีค่าความเชื่อมั่น .96 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC = Index of Item Objective Congruence) และการบรรยาย
<strong>ผู้วิจัย </strong> นางสาวสุขฤทัย ไวชมภู
<strong>ปีวิจัย</strong> ปีการศึกษา 2562
<strong>บทสรุปสำหรับผู้บริหาร</strong>
<strong> </strong>
การวิจัยรูปแบบการบริหารงานวิชาการเชิงกลยุทธ์แบบทำงานเป็นทีม ที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม) ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม) 2) พัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการเชิงกลยุทธ์แบบทำงานเป็นทีม ที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม) 3) ศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหาร งานวิชาการเชิงกลยุทธ์แบบทำงานเป็นทีม ที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม) และ 4) ประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการเชิงกลยุทธ์แบบทำงานเป็นทีม ที่ส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม) ก่อนนำออกเผยแพร่เป็นผลงานวิชาการต่อไป ประชากร/กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ บุคลากรของโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดศรีบุรีรตนาราม) จำนวน 28 คน (ผู้บริหาร จำนวน 2 คน ครูผู้สอน จำนวน 26 คน) คณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียน จำนวน 15 คน ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ผู้บริหารโรงเรียน (ระดับเชี่ยวชาญ) จำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามสภาพการบริหารงานวิชาการ มีค่าความเชื่อมั่น .96 แบบประเมินความเหมาะสมและความสอดคล้องของรูปแบบการบริหาร มีค่าดัชนีความสอดคล้อง .98 แบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการบริหาร มีค่าความเชื่อมั่น .96 แบบประเมินมาตรฐานการศึกษา แบบประเมินความสามารถในการบริหาร งานวิชาการ มีค่าความเชื่อมั่น .96 แบบประเมินประสิทธิผล มีค่าความเชื่อมั่น .94 แบบสอบถามความพึงพอใจ มีค่าความเชื่อมั่น .97 และแบบสอบถามเพื่อการประเมินรูปแบบการบริหาร มีค่าความเชื่อมั่น .96 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC = Index of Item Objective Congruence) และการบรรยาย
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น