การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าตูมดอนเรือ
25 ก.ย. 2564
อ่าน 24 ครั้ง
ดาวน์โหลด 0 ครั้ง
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่องวิจัย การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน โรงเรียนบ้านท่าตูมดอนเรือ ผู้วิจัย นายชำนาญ ทุมทุมา ปีที่วิจัย 2563 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน และเพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าตูมดอนเรือ มีขั้นตอนการวิจัย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การวิจัย (Research : R1) ขั้นการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis :A) สำหรับการพัฒนารูปแบบการพัฒนาการนิเทศภายใน ได้แก่ สภาพปัจจุบันปัญหาการดำเนินการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศภายใน การพัฒนารูปแบบ นโยบายการศึกษาด้านการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ การนิเทศการอ่านการเขียน คุณภาพผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนา (Development
รายละเอียดผลงาน
<strong>ชื่อเรื่อง</strong><strong>วิจัย</strong> การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน
โรงเรียนบ้านท่าตูมดอนเรือ
<strong>ผู้วิจัย</strong> นายชำนาญ ทุมทุมา
<strong>ปีที่วิจัย</strong> 2563
<strong>บทคัดย่อ</strong>
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน และเพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้<br />ของนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าตูมดอนเรือ มีขั้นตอนการวิจัย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การวิจัย (Research : R1) ขั้นการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis :A) สำหรับการพัฒนารูปแบบการพัฒนาการนิเทศภายใน ได้แก่ สภาพปัจจุบันปัญหาการดำเนินการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้<br />ของนักเรียน แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศภายใน การพัฒนารูปแบบ นโยบายการศึกษาด้านการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ การนิเทศการอ่านการเขียน คุณภาพผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนา (Development : D1) : ขั้นการออกแบบและพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน (Design and Development : D and D) โดยยกร่างรูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนโดยครูผู้สอนและศึกษานิเทศก์แล้วนำเสนอผู้เชี่ยวชาญและสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ (Connoisseurship) เพื่อตรวจสอบความเหมาะสม และความเป็นไปได้ของรูปแบบขั้นตอนที่ 3 การวิจัย (Research : R2) : ขั้นการทดลองใช้รูปแบบ (Implementation : I) โดยทดลองใช้นิเทศภายในกับครูผู้สอนในโรงเรียน จำนวน 4 คน และขั้นตอนที่ 4 การพัฒนา (Development:D2 ) : ขั้นการประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบ (Evaluation : E) ประเมินผลการใช้รูปแบบ
<strong>ผลการวิจัย </strong>พบว่า
<ol>
<li>ผลการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบด้านสภาพการดำเนินงาน<br />การอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนและความต้องการในการพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน<br />ตามบริบทที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศภายใน พบว่า มีการดำเนินงานการอ่านไม่ออกเขียนได้ของนักเรียน<br />ในโรงเรียน โดยประกาศนโยบาย “ปี 2562 เป็นปีปลอดนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้” และการจัดการศึกษาให้ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมรับทราบและมีส่วนร่วมดำเนินการด้านสภาพการดำเนินงานการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน พบว่า มีระดับการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด ด้านความต้องการในการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน พบว่า มีความต้องการในการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้อยู่ในระดับมากที่สุด และด้านปัญหาอุปสรรคและแนวทางการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน พบว่า ด้านการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ด้านการบริหารจัดการยังขาดแผนหรือโครงการเฉพาะสำหรับแก้ปัญหาเร่งด่วน ด้านกระบวนการนิเทศติดตาม<br />ไม่ชัดเจนและไม่ต่อเนื่อง และโรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านออกเขียนไม่หลากหลายไม่สอดคล้อง</li>
</ol>
กับความสนใจและความต้องการของผู้เรียน
<ol>
<li>ผลการออกแบบและพัฒนารูปแบบการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน พบว่า รูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน ประกอบด้วย 1) หลักการ2) วัตถุประสงค์ 3) เป้าหมาย 4) กระบวนการดำเนินการนิเทศภายใน5) ขั้นตอนการนิเทศ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ได้แก่ รู้ชัดปัญหา ศึกษาบริบท กำหนดเป้าหมายวางแผนและออกแบบลงมือทำ นำสะท้อนผล ดลใจพัฒนาให้ยั่งยืน 6) แผนการดำเนินโครงการนิเทศภายในและ 7) การประเมินผลรูปแบบ</li>
<li>ผลการประเมินรูปแบบการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน พบว่า มีความสอดคล้องกันทุกองค์ประกอบด้านความเหมาะสมของรูปแบบ<br />อยู่ในระดับมากที่สุด และด้านความเป็นไปได้ของรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด</li>
<li>ผลการใช้รูปแบบการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน พบว่า การอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนเพิ่มสูงขึ้น มีความก้าวหน้าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มสูงขึ้นและมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมตามรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด</li>
</ol>
<strong>คำสำคัญ </strong><strong>:</strong> การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน, ส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน
โรงเรียนบ้านท่าตูมดอนเรือ
<strong>ผู้วิจัย</strong> นายชำนาญ ทุมทุมา
<strong>ปีที่วิจัย</strong> 2563
<strong>บทคัดย่อ</strong>
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน และเพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้<br />ของนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าตูมดอนเรือ มีขั้นตอนการวิจัย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การวิจัย (Research : R1) ขั้นการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis :A) สำหรับการพัฒนารูปแบบการพัฒนาการนิเทศภายใน ได้แก่ สภาพปัจจุบันปัญหาการดำเนินการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้<br />ของนักเรียน แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศภายใน การพัฒนารูปแบบ นโยบายการศึกษาด้านการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ การนิเทศการอ่านการเขียน คุณภาพผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนา (Development : D1) : ขั้นการออกแบบและพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน (Design and Development : D and D) โดยยกร่างรูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนโดยครูผู้สอนและศึกษานิเทศก์แล้วนำเสนอผู้เชี่ยวชาญและสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ (Connoisseurship) เพื่อตรวจสอบความเหมาะสม และความเป็นไปได้ของรูปแบบขั้นตอนที่ 3 การวิจัย (Research : R2) : ขั้นการทดลองใช้รูปแบบ (Implementation : I) โดยทดลองใช้นิเทศภายในกับครูผู้สอนในโรงเรียน จำนวน 4 คน และขั้นตอนที่ 4 การพัฒนา (Development:D2 ) : ขั้นการประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบ (Evaluation : E) ประเมินผลการใช้รูปแบบ
<strong>ผลการวิจัย </strong>พบว่า
<ol>
<li>ผลการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบด้านสภาพการดำเนินงาน<br />การอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนและความต้องการในการพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน<br />ตามบริบทที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศภายใน พบว่า มีการดำเนินงานการอ่านไม่ออกเขียนได้ของนักเรียน<br />ในโรงเรียน โดยประกาศนโยบาย “ปี 2562 เป็นปีปลอดนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้” และการจัดการศึกษาให้ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมรับทราบและมีส่วนร่วมดำเนินการด้านสภาพการดำเนินงานการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน พบว่า มีระดับการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด ด้านความต้องการในการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน พบว่า มีความต้องการในการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้อยู่ในระดับมากที่สุด และด้านปัญหาอุปสรรคและแนวทางการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน พบว่า ด้านการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ด้านการบริหารจัดการยังขาดแผนหรือโครงการเฉพาะสำหรับแก้ปัญหาเร่งด่วน ด้านกระบวนการนิเทศติดตาม<br />ไม่ชัดเจนและไม่ต่อเนื่อง และโรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านออกเขียนไม่หลากหลายไม่สอดคล้อง</li>
</ol>
กับความสนใจและความต้องการของผู้เรียน
<ol>
<li>ผลการออกแบบและพัฒนารูปแบบการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน พบว่า รูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน ประกอบด้วย 1) หลักการ2) วัตถุประสงค์ 3) เป้าหมาย 4) กระบวนการดำเนินการนิเทศภายใน5) ขั้นตอนการนิเทศ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ได้แก่ รู้ชัดปัญหา ศึกษาบริบท กำหนดเป้าหมายวางแผนและออกแบบลงมือทำ นำสะท้อนผล ดลใจพัฒนาให้ยั่งยืน 6) แผนการดำเนินโครงการนิเทศภายในและ 7) การประเมินผลรูปแบบ</li>
<li>ผลการประเมินรูปแบบการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน พบว่า มีความสอดคล้องกันทุกองค์ประกอบด้านความเหมาะสมของรูปแบบ<br />อยู่ในระดับมากที่สุด และด้านความเป็นไปได้ของรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด</li>
<li>ผลการใช้รูปแบบการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในเพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน พบว่า การอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนเพิ่มสูงขึ้น มีความก้าวหน้าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มสูงขึ้นและมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมตามรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด</li>
</ol>
<strong>คำสำคัญ </strong><strong>:</strong> การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน, ส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน
ใบตอบรับดาวน์โหลดได้เฉพาะเจ้าของผลงานเท่านั้น